ผมตีความว่า ที่คนไทยคิดไม่ค่อยเป็นกัน เป็นเพราะว่า การเรียนการสอนบ้านเรานั้น มุ่งเน้้นแต่ "คำตอบ" แต่ไม่ได้มุ่งเน้น "วิธีคิด" ควบคู่กันไปด้วย..นั่นเอง.

     คำถามรายการ 50 : 50 ที่ยังไม่ออกอากาศ..คำถามมีอยู่ว่า "หากมีเหรียญที่ด้านหลังมีภาพวัดอรุณราชวราราม ๑ เหรียญ กับ เหรียญที่ด้านหลังมีภาพวัดสระเกศ (ภูเขาทอง) ๓ เหรียญ รวมมูลค่าของเหรียญจะเป็นเท่าไร?"

A. 8 บาท

B. 13 บาท

C. 16 บาท

    หากเราเป็นคนช่างสังเกต จะพบว่าเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนในปัจจุบัน ที่ด้านหลังเหรียญเป็นภาพพระปรางค์วัดอรุณฯ คือ เหรียญ 10 บาท, และที่ด้านหลังเหรียญเป็นภาพภูเขาทอง คือ เหรียญ 2 บาท

เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 10 บาท

เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 10 บาท

เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 2 บาท

เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา 2 บาท

     ส่วนเหรียญ ๕ บาท ด้านหลังเหรียญเป็นภาพวัดเบญจมบพิตร และเหรียญ 1 บาท เป็นภาพวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)

     ดังนั้นคำตอบในข้อนี้คือ ข้อ C. มูลค่าของเหรียญคือ 16 บาท

     คำตอบที่เป็นแบบ Choice เรามุ่งสนใจให้คะแนนเฉพาะคำตอบที่ถูกต้อง...ซึ่งหากนักเรียนคนใดตอบถูกก็จะเข้ารอบลึกต่อไป และหมายถึงเงินรางวัลที่สูงขึ้น...

    ในการวัดผลสำหรับการเรียนรู้นั้น ส่วนใหญ่เรามุ่งให้คะแนนเฉพาะคำตอบเท่านั้น แต่ไม่สนใจให้คะแนนสำหรับ "วิธีคิด" ดังนั้น ถ้าข้อนี้ มีนักเรียนคนหนึ่งเลือกคำตอบข้อ C ซึ่งถูกต้อง แต่วิธีคิดของเขาคือ

  • เข้าใจว่าเหรียญที่ด้านหลังเป็นวัดอรุณ คือ เหรียญ ๑ บาท
  • และเข้าใจว่าเหรียญที่ด้านหลังเป็นวัดสระเกศ คือ เหรียญ ๕ บาท
  • มูลค่า คือ 1+15 = 16 บาท

    วิธีคิดผิด แต่คำตอบ ถูก เขาจะได้คะแนนเท่ากับคนซึ่งมีวิธีคิดที่ถูกต้อง

    ผมตีความว่า ที่คนไทยคิดไม่ค่อยเป็นกัน เป็นเพราะว่า การเรียนการสอนบ้านเรานั้น มุ่งเน้้นแต่ "คำตอบ" แต่ไม่ได้มุ่งเน้น "วิธีคิด" ควบคู่กันไปด้วย..นั่นเอง.

ปล.เขียนเพิ่มเติม (21 มี.ค.53)

   บันทึกวิธีสอนเพิ่มเติม เพื่อนำไปใช้ในวิชาการเลี้ยงผึ้ง

  1. ตั้งคำถาม A., B., C.
  2. ให้เดาคำตอบก่อน
  3. ฝึกตั้งคำถามเพื่อให้ได้คำตอบโดยนิสิต
  4. ตั้งคำถามโดยอาจารย์
  5. ตอบใหม่
  6. ถามวิธีคิด..เพื่อให้ได้คำตอบ