แล้วจูๆสัญญาณภาพก็กลับมา
๒๓.๓๘ น. วันพฤหัสบดี ที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๓
เหมือนเวลาหยุดเดินและโลกหยุดหมุน หรืออาจจะเป็นเพราะไฟดับ ไม่ก็ถ่านนาฬิกาหมดอายุการใช้งานไปตั้งแต่วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๓ เหมือนช่วงระยะเวลาชั่วอึดใจ ของการรอคอยที่คนดูหนังมักจะคุ้นเคยกับฉากนี้ ฉากที่ยานอวกาศกลับจากภารกิจแล้วดำดิ่ง เข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกอย่างรวดเร็ว แล้วสัญญาณภาพก็ขาดหายไปกลายเป็นแมลงหิ่งห้อยบินเต็มหน้าจอ
ช่วงนี้กล้องจะจับไปยังใบหน้าของตัวละครแทบจะทุกตัวในเรื่อง เพื่อบอกเล่าถึงอารมณ์กังวลปนความหวังและก็ยังห่วงใย ภรรยาและลูกของนักบินทีกอดกันกลม ผู้บังคับบัญชาและทีมงานที่นิ่งเงียบเหมือนหยุดหายใจ ประชาชนตามบ้านเรือน ร้านอาหาร ที่เฝ้ามองหน้าจอแทบไม่กระพริบตา ทุกคนต่างรอลุ้นว่าไอ้ยานอวกาศ ก้อนสุดท้ายมันจะนำพาเจ้าหน้าที่รอดกลับมาไหม
แล้วจู่ ๆ สัญญาณก็กลับมาอีกครั้ง ภาพของยานอวกาศกำลังลอยอยู่เหนือมหาสมุทร ด้วยแรงพยุงของร่มชูชีพประมาณสี่ห้าอันได้ แล้วทุกคนก็ร้องตะโกน กระโดดโลดเต้น กอดกันด้วยความดีใจ ที่ทุกคนปลอดภัยกลับมา ฉากนี้กล้องจะจับไปที่ใบหน้าของทุกคนอีกเช่นกัน และก็จะทำให้เห็นว่าทุกคนนั้นดีใจสุด ๆ ภาพดวงตากระพริบช้า ๆ และมีน้ำตาคลอเบ้า พูดจาด้วยเสียงสั่นเครือ อาจจะแถมท้ายด้วยประโยคเด็ด ๆ กินใจผู้ชม จนบางครั้งน้ำตาของคนดูนอกจอก็ยังไม่อาจเก็บซ่อนเอาไว้ได้อีกต่อไป
นั้นคือบางตอนจากหนังที่นำมาเปรียบเทียบ แต่ผมไม่ได้หมายความว่าผมจะเป็นพวกมนุษย์ฮีโร่อะไรนะครับ เพียงแต่ว้่าหลังจากที่หายไปหลายวันแล้วก็โผล่มาอีกทีในวันนี้ จึงเหมือนว่าทุกอย่างกำลังเริ่มต้นออกสตาร์ทกันใหม่อีกครั้ง อย่างที่บอกครับห่างหายจากการเขียนบันทึกไปหลายวันพอสมควร กลับมาวันนี้ไม่มีข้อแก้ตัวอะไรอีกแล้ว นอกจากทำมันต่อไปให้ดีที่สุดเท่าที่กำลังกายยังพอไหว วันนี้อาจเหมือนนักวิ่งมาราธอนสมัครวิ่ง(เล่น)ที่กลับมาลงสนามอีกครั้ง และตอนนี้กำลังวิ่งเหยาะ ๆ ออกจากจุดเริ่มต้น มาออกกำลังกายกันดีไหมครับ ...