เกษตรกรรม/กรมส่งเสริมการเกษตร/จังหวัดร้อยเอ็ด

คำเตยนครพนมเมืองจักสานชั้นดีออกเร่ขายทั่วภาคอีสาน 

    จากอาชีพเกษตรกรทำมาหากิน  หมดหน้านาต้องหันมาทำมาค้าขาย เคลื่อนย้ายตามเส้นทางชีวิต ๑๙ จังหวัดภาคอีสานรอนแรมไปทั่ว  ทุกหมู่บ้าน ทุกอำเภอ

    คุณสายทอง ตาดี อายุ ๓๘ ปี บ้านเลขที่ ๙๑ หมู่ที่ ๔ บ้านคำเตย  อ.เมือง จ.นครพนม เล่าถึงประสบการณ์ชีวิตการเดินทางทั่วภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๙ จังหวัด เรียกว่าเกือบครบทุกหมู่บ้าน ตนเองประกอบอาชีพภาคการเกษตรคือ ทำนา  จากนั้น เห็นช่องทางการทำมาค้าขาย ชาวตำบลคำเตย อำเภอเมืองนครพนม ประกอบอาชีพการจักสาน สิ่งของเครื่องใช้ในครัวเรือน อาทิ กระด้ง เขิง กระด้งตากปลา ฝาชี กล่องข้าวเหนียว ขนาดต่างๆ หรือกระติบข้าว ตะกล้า กระเบียฬ ชาวบ้านที่ชอบการเดินทาง ตั้งแต่เดือนธันวาคม ของทุกปี ไปเรื่อยจนถึงเดือนเมษายน หรือต้นเดือนพฤษภาคม จึงเดินทางกลับบ้าน มีรายได้ปีละ ๔๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาท เป็นเงินเหลือนะครับ มันไม่มากสำหรับ “นักธุรกิจ” แต่การค้าขายแบบชาวบ้าน เป็นเงินทุนเพียงพอต่อการลงทุนในการทำนา ทำไร่ หรือการดำรงชีวิต ทั้งครอบครัว ลูกที่กำลังเรียนหนังสือ ภรรยา พ่อแม่

    คุณสายทอง กล่าวว่า คณะตนเองเดินทางมาถึงจังหวัดร้อยเอ็ด  เป็นคืนที่ ๕ แล้ว เข้าสู่อำเภอโพนทอง หนองพอก เมยวดี ก้าวเข้าสู่อำเภอเสลภูมิ และเข้าสู่ตัวเมืองร้อยเอ็ด  การเดินทางแบบค่ำไหนนอนที่นั่น ศาลาวัด เป็นส่วนใหญ่ นัดแนะกันกับคณะ ปัจจุบันง่ายเพราะมี “เครื่องมือสื่อสาร” โทรศัพท์มือถือ ก่อนเข้าพักต้องไปบอก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มิจฉาชีพสร้างความเดือดร้อนให้คนเดินทางอย่างมาก เพราะแอบย่องเบา “พระ เครื่องรางของขลัง” หรือปล้นจี้เงินเจ้าอาวาสวัด การนอนที่วัดต้องให้ความเคารพสถานที่ นอนเฉพาะที่ พระคุณเจ้าจัดให้ไม่เดินเพ่นพ่าน ทำการหุงหาอาหาร อาบน้ำ ให้ค่าบำรุงวัดบ้าง ๒๐-๕๐ บาท/คน หย่อนลงตู้บริจาค

    คุณสายทอง พ่อค้าเร่เครื่องจักรสานหนุ่มนานครพนม กล่าวว่า เมื่อสินค้าหมดเราจะเดินทางกลับบ้านบ้าง แต่ส่วนใหญ่ จะมีพ่อค้าขายส่ง นำสิ้นค้าบรรทุกใส่รถยนต์ เดินทางไปยังจุดนัดพบ ลงสินค้านเต็มรถเข็นคู่ชีพที่ประกอบกับทั้ง จักรยานยนต์  บางคนเป็นรถจักรยานปั่น ๓ ล้อ เพราะเคลื่อนไปตามหมู่บ้าน การค้าขายกำไรน้อยคือกำไรไม่น้อย กระติบข้าว ราคาตั้งแต่ ๒๐ บาท ๓๐ บาท ๕๐ บาท ๘๐ บาท ๑๒๐ บาท ราคาต่อรองมีบ้าง ลดได้ ๒-๕ บาท ส่วนใหญ่ชาวบ้านคนอีสานจะเห็นใจเมื่อเห็นพวกตน รอนแรมและไปเรื่อย ๆ คงเข้าใจ มีผลกำไรไม่มาก กระด้ง ราคา ๓๕ บาท ถึง ๘๐ บาท ตนเองตกแต่งรถด้วยเครื่องเสียง เพลงประกอบสาวนาทม หนุ่มนานครพนม สาวภูไท สนุกไปตามเส้นทาง เรียกลูกค้า ลงสินค้า ๑ ครั้งประมาณ ๔.๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท หรือบางครั้งถึง ๑๐,๐๐๐ บาท

    วันนี้พบผู้สื่อข่าว คุยกันถูกคอเพราะเคยไปเรียนหนังสือที่ โรงเรียนเกษตรกรรมนครพนมปี ๒๕๒๐-๒๕๒๓ บ้านหนองเซา ต.ขามเฒ่า อ.เมืองนครพนม เป็นตำบลที่มีเขตติดต่อกัน พูดคุยกันพร้อมถ่ายภาพตนเองยินดีครับเพราะอาชีพ “การค้าแบบสัญจร” ยังมีสื่อมวลชนให้ความสนใจ ตนเองภาคภูมิใจครับ ที่เป็นอาชีพอิสระ สุจริต เหนื่อยแต่ได้รับประสบการณ์ กำลังหมดไม่เป็นครับ วันนี้เหนื่อยทั้งวัน นอนพักค้างแรม ตื่นเช้ากำลังกลับคืนมาใหม่ เกิดเป็นคน... “อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา อย่าเสวนากับคนชั่ว อย่ามั่วอบายมุข อย่างชิงสุกก่อนห่าม อย่าพล่ามก่อนทำ อย่ารำก่อนเพลง อย่าข่มเหงผู้น้อย อย่าคอยจับผิด อย่าคิดแต่ประจบ อย่าคบแต่เศรษฐี อย่าเอาดีใสตัว อย่าเอาชั่วใส่คนอื่น...นะจะบอกให้” คุณสายทอง บอกอย่างคล่องแคล่ว

    หากพบกับคนขายสินค้าเครื่องจักรสาน สำเนียงชาวนครพนม ให้การสนับสนุน ด้วยครับ เขาเป็นคนหนุ่มที่ดำเนินชีวิตมากว่า ๑๕-๒๐ ปี คือออกจากบ้านตั้งแต่ยังเยาว์วัย วันนี้ยังตั้งหน้าทำงานเพื่อความอยู่รอด และความสุขของคนในครอบครัว “เครื่องจักรสานชาวตำบลคำเตยคือสินค้า “โอท็อป” ระดับ ๕ ดาว “   ไปจังหวัดนครพนม หรือพบสินค้าผ่านหน้าบ้าน รับบริการครับ ขอบคุณมากๆสวัสดีครับ คุณสายทอง กล่าวพร้อมยกมือไหว้ ตามแบบของคนค้าคนขาย แล้วเคลื่อนรถจากไป 
 

    วัชรินทร์  เขจรวงศ์/รายงาน

    E-mail:[email protected]

    โทร.๐๘๕-๗๕๖๗๑๐๘/๐๘๖-๘๕๐๒๔๑๖