แปลกหรือไม่...ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของคนมอง...

        ของธรรมดาสำหรับคนในถิ่น  แต่ไม่ธรรมดาสำหรับสายตาของคนนอกถิ่น

        คราวนี้ก็ใกล้ๆ บ้านนี่เองค่ะ ประเทศลาว... (อีกแล้ว!)

        ป้าเจี๊ยบเดินทางไปประชุม นบอ. ประเภทรวมรุ่นที่จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ 2553

        หลังจากประชุมภาคจริงจังผ่านไป 2 วัน  เพื่อนของป้าเจี๊ยบคือ โจ (ตรีภพ ชินบูรณ์) นบอ.รุ่น 4 ซึ่งเป็นเจ้าถิ่น ก็จัดทัวร์พาผองเพื่อนร่วมรุ่นรวม 20 ชีวิต  ข้ามโขงไปเที่ยวฝั่งลาว   (เก็บภาพบนเรือไว้ได้ส่วนหนึ่ง..)

        ดินแดนฝั่งตรงกันข้ามกับนครพนมคือแขวงคำม่วนค่ะ เป็นเมืองเล็กๆ สงบน่ารัก พวกเราเป็นกลุ่มสุดท้ายก่อนด่านปิด  แบบว่าต้องเสียเงินค่าล่วงเวลาให้ด่าน  เราย้ายที่ไปสังสรรค์นอกประเทศท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุคกัน 1 คืน แล้วกลับมาประชุมต่อในวันรุ่งขึ้น

        ตื่นแต่เช้าตรู่ก็พากันไปเดินตลาด คนที่นี่มีทั้งลาวและเวียดนามค่ะ เพราะลองพูดคุยแล้ว ปรากฏว่าคนพูดภาษาเวียดนามเยอะมาก

        สิ่งแรกที่พบกลางตลาด ซึ่งป้าเจี๊ยบต้องรีบถ่ายภาพไว้คือ ภาพนี้ค่ะ  

        นี่เป็นอีกหนึ่งข้อยืนยัน...ผู้หญิงไม่ว่าชาติไหนก็รักสวยรักงามกันทั้งนั้น (เอ่อ..ขันที่ใช้แช่มืออยู่นั้น  จะใช้แช่เท้าด้วยค่ะ...)

        ป้าเจี๊ยบขอเรียกธุรกิจนี้ว่า “เสริมสวยสัญจร”  เป็นการทำธุรกิจที่ฉลาดมากค่ะ  ไม่ต้องรอให้ลูกค้ามาหา  แต่เดินทางไปบริการลูกค้าถึงที่

        ต่อมาไกด์ชมตลาดคือ ดร.ปื๊ด (สมเกียรติ กสิกรานนท์) ซึ่งพูดคล่องทั้งลาวและเวียดนามพาเราไปดูคือ ร้านขายยาค่ะ

        เห็นสารพัดยาแล้ว เพื่อนๆ พิศวงงงงวยมาก ว่าแต่ละอย่างที่เห็นนั้น ใช้รักษาโรคอะไรกันบ้างหนอ  เราฟังคนขายอธิบายสรรพคุณของยาบางอย่าง แต่ไม่มีใครยอมลงทุนซื้อเลย..

          ต่อไปก็ของธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาสำหรับเรา อย่างในภาพนี้ค่ะ

        ไข่มดแดงนั้น ป้าเจี๊ยบเคยกินค่ะ แต่ยอดหวาย นก (ป้าเจี๊ยบเห็นว่าน่ารักมากกว่าน่ากิน) สาหร่ายเทา (ชื่อเทาแต่สีเขียวซะงั้น) และเนื้อหมา  พวกนี้ยังไม่เคย  และยังไม่คิดจะลอง

        ส่วนหนังควายซึ่งมีทั้งแบบเป็นท่อนๆ มัดรวมกัน กับแบบร้อยเป็นพวงที่ ดร.ปื้ดถือโชว์นั้น ป้าเจี๊ยบเคยกินแล้ว ตอนที่โจ ตรีภพ พาเพื่อนๆ นบอ. 4 กลุ่มฝึกงานม.มหาสารคามไปเที่ยวสุดสัปดาห์กันที่วังเวียง  รสชาติคล้ายกินเอ็นหมูตุ๋น  แต่ดูจากสีหน้าของ ดร.หญิง (จิตติมา ศีลประชาวงศ์) แล้ว ท่าทางเธอจะไม่กล้าชิมเป็นแน่

       ต่อมาเป็นของธรรมดา แต่พอเห็นจำนวนร้านที่ขายนับสิบ ซึ่งมากซะจนแปลกใจ  ทำให้กลายเป็นของไม่ธรรมดาสำหรับป้าเจี๊ยบไปได้  นี่ไงคะ

        ป้าเจี๊ยบนึกเอาเองว่าคนลาวกินแต่ข้าวเหนียว  กลับไม่เจอในตลาดเลย  พบขนมจีนและเส้นก๋วยเตี๋ยวเหล่านี้พะเนินเทินทึก

        ต่อมาเป็นของที่โดนใจป้าเจี๊ยบมากคือ “ข้าวจี่” หรือขนมปังฝรั่งเศสที่ใส่ไส้แบบแซนวิช  รวมทั้ง “นางเล็ดยักษ์” ที่เห็นแล้วรีบบอกให้ ดร.ปื๊ด ถือไว้เพื่อถ่ายรูปแบบ “เปรียบขนาด” 

        อาหารเช้าของสาวๆ จึงเป็นปาเตข้าวจี่ นางเล็ด และขนมครก ที่ซื้อมากินกับน้ำชาหรือกาแฟสดหอมฉุยในร้านกาแฟของเพื่อนโจ  ขณะที่หนุ่มๆ พากันไปโซ๊ยเฝอร้อนๆ ในร้านที่อยู่ติดกัน

        ข้าวจี่อร่อยมากค่ะ กรอบนอก นุ่มใน  นอกจากปาเตหรือตับบดแล้ว ยังใส่เครื่องปรุงอีกหลายอย่าง  ปริมาณไส้จัดวางไว้อย่างพอดีกับความยาวของขนมปัง  กินไปอร่อยไปแบบมีไส้จนคำสุดท้ายเลยค่ะ

        แล้วก็จบลงแบบเศษขนมปังกระจัดจายอย่างที่เห็นนั่นแหละค่ะ....