ดูก่อนท่านผู้ประเสริฐยิ่งกว่ามนุษย์และเทวดา ข้าพเจ้าขออันเชิญมาประชุมให้พร้อมเพรียงกัน ณ สถานที่นี้เถิด

บทร้องประกอบ

ในพิธีทำขวัญนาค

ตอนที่ 3 บทสัคเค (สักเคแปล)

โดย ชำเลือง มณีวงษ์

ผู้มีผลงานดีเด่นเพลงพื้นบ้าน

รางวัลราชมงคลสรรเสริญ ปี 2547

          ในตอนที่ 3 นี้ ผมขอนำเอาบทร้องบทที่เกี่ยวข้องในพิธีทำขวัญนาค และเป็นบทสำคัญตอนขึ้นต้นพิธีทำขวัญนาค เป็นตอนเชิญเทวา มีหมอขวัญหลายท่านถามกันมาว่า บทสัคเคที่ว่ากันอยู่นี้ ทำไมจึงแปลไม่เหมือนกัน ในความเป็นจริงคำแปลจะออกมาเป็นไปในทำนองเดียวกัน เพียงแต่สำนวนที่นำเอามาเป็นคำแปลต่างกันไปบ้างแต่ก็ยังคงอยู่ในเนื้อความ หรือมีความหมายเดียวกัน บทร้องสัคเค หรือสัคเคแปล เป็นบทร้องแบบพูด เรียกว่าทำนองเสนาะ (ธรรมวัตร) ส่วนหมอทำขวัญจะเลือกว่าบทสัคเคแปลหรือไม่แปลก็ได้

         

         

บทสัคเคแปล

     "สาธุ สัคเค" ข้าพเจ้าขออันเชิญหมู่เทวดา ซึ่งสิงสถิตอยู่ในฉกามาพจรสวรรค์ "กาเม" อยู่ในกามภพ "จะรูเป" อยู่ในรูปภพคือ โสฬสมหาพรหม "ศิริสิขรตเฏ" อีกทั้งเทพเจ้าซึ่งสิงสถิตอยู่ในภูเขาห้วยเหว และคูหายอดคีรี  “จันติลิกเขวิมาเน” อยู่ในอากาศวิมานมาศมณเฑียรทอง  “ทีเปรัฏเฐจะคาเม”  สิงสถิตอยู่ในเกาะแก้วเมืองหลวงและพระนครใหญ่น้อย  “ตะรุวะนะคะหะเณ เคหวัตถุมหิเขตเต”  สิงสถิตอยู่ในเคหะสถานบ้านน้อยและเมืองใหญ่ทั่วทุกชนบท  “ภุมมา”  ซึ่งสิงสถิตปรากฏในโรงศาลพระภูมิเจ้าที่  “จายันตุเทวา”  ข้าพเจ้าขออันเชิญให้เร่งรีบเข้ามาในเวลานี้ให้พร้อมกัน  “ชะละถะละวิสะเม”  อีกทั้งเทพเจ้าที่สิงสถิตยู่ในห้วยหนองคลองบึงบาง  แม่น้ำใหญ่ไพรพฤษาทุกหย่อมหญ้าลดาวัลย์ที่เสมอกันก็ดี  “ยักขะคันธัพพะนาคา”  ใช่แต่เท่านั้นเมื่อไร มีทั้งยักษาคนธรรพ์ ครุฑนาคา  “ติฏฐันตา” อีกทั้งเทพเจ่าซึ่งสถิตอยู่ในขั้นใด ๆ  “สันติเกยัง มุริวะระวะจะนัง”  ข้าพเจ้าขออันเชิญมายังสำนักแห่งนักปราชญ์ อาจสำแดงธรรม  “สาธโวเมสุนันตุ”  ดูก่อนสัปบุรุษพุทธบริษัททั้งหลายเอ๋ย  “ธัมมัสสวนกาโล”  ถึงเวลาฤกษ์งามยามดี “สุนันตุ”  ข้าพเจ้าขออันเชิญให้เข้ามาสดับตรับฟังพระสัทธรรมพร้อมกัน  “อะยัมภทันตา”  ดูก่อนท่านผู้ประเสริฐยิ่งกว่ามนุษย์และเทวดา  ข้าพเจ้าขออันเชิญมาประชุมให้พร้อมเพรียงกัน ณ สถานที่นี้เถิด....

ดนตรี...บรรเลงเพลงสาธุการ.....