น่าจะเอาดัชนีมวลรวมความสุข (GDH : Gross domestic happiness) มาเปรียบเทียบกันระหว่างนักวิชาการกับคนในชุมชนว่าใครมีความสุขมากกว่ากัน

อยากรู้จริง ๆ ว่าใครเป็นคนบัญญัติศัพท์คำว่า "ชาวบ้าน" ขึ้นมาใช้ ถ้าเดาไม่ผิดก็คงจะเป็น "นักวิชาการ"

ที่จริงแล้วคนที่เราไปเรียกเขาว่าชาวบ้านนั้น เขาไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย ชีวิตเขาสุขสบายกว่าเราตั้งเยอะ

แต่ไอ้เราเนี่ยมันเรียนเยอะ ร้อนวิชา หรือไม่ก็อยากจะสร้างผลงาน อยากทำวิจัย ต้องการทำวิทยานิพนธ์ ปริญญาตรี โท เอก ก็เลยไปติ๊ต่างว่าเขามีปัญหา แล้วก็ทำโครงร่างการวิจัย ทำแผนต่าง ๆ ลงไปเพื่อยุ่งกับชีวิตเขา

ที่จริงแล้วชุมชนเขามีพระคุณกับพวกเราหรือนักวิชาการอย่างล้นพ้น ที่เขาไม่ไล่ตะเพิดเราออกจากบ้านของเขา เพราะตั้งแต่มีพวกเรา เขาก็วุ่นวายกันไม่รู้จักจบ

เรียกเขาไปประชุมบ้าง เขาทำงานอยู่ดี ๆ ก็ไปให้เขาตั้งกลุ่มโน่น กลุ่มนี่ พาเขาไปประชุมโน่นประชุมนี่

เด็ก ๆ ลูกหลานเขาดี ๆ ก็เอาหนังสือวัยรุ่น นิตยสาร "กิเลส" เข้าไปสร้าง "ตัณหา" ให้ลูกหลานเขา

ที่จริงแล้วปัญหาทั้งหมดนี้เป็น "ปัญหากู" ทั้งนั้น กูอยากเรียน กูอยากมีผลงาน กูอยากสร้างรายได้ แล้วก็ไปบอกเขา หลอกเขาบ้าง จริงครึ่ง ไม่จริงครึ่ง บอกว่าจะมาสร้างโน่น สร้างนี่ พัฒนาโน่น พัฒนานี่ พอเรียนจบ ได้ผลงาน ตำแหน่งขึ้นแล้วก็หายแซ่บไป

พอเกิดปัญหาอย่างนี้ก็ยิ่งเข้าทาง เรียกงบพัฒนาได้ เสนอของบวิจัยได้ วิจัยและพัฒนา (Research & Development) กันไม่รู้จบ พา (PAR) โน่น พานี่สนุกกันไปใหญ่

เขากินอาหารอะไรอยู่ ก็เที่ยวไปบอกว่าอาหารของเขา "สกปรก" ไม่ถูกหลักอนามัย ได้โครงการพัฒนาสุขภาพและชีวอนามัยอีกแล้ว...!!!

ที่ไปทำงานครั้งนี้ (การวิจัยแบบมีส่วนร่วม : คำถามที่เกิดจากบ้านผาตูบ ต.ผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน ) ก็ไปบอกเขาว่า ปัญหาของเราคือ นักศึกษาจะต้องเรียนวิจัย ขอเข้าไปเรียนกับเขาได้ไหม (ปัญหากูแท้ ๆ)

ชุมชนเขาก็เมตตาให้เราเข้าไปนักศึกษาเข้าไปเรียนด้วย เรียนรู้ชีวิตที่เรียบง่ายและมีความสุขของเขา จะได้ไม่มองแต่ชีวิตเขาว่ามีแต่ปัญหา

อย่าไปคิดแต่ว่า ถ้าไม่มีเราเขาจะอดตาย เราต้องคิดเสมอว่า ถ้าไม่มีเขา เรานั่นแหละที่จะตาย (ไม่มีพื้นที่ลงไปทำงาน)

นักวิชาการชอบกดขี่ชุมชนด้วยความรู้ นึกว่าตนเองเก่ง เรียนมาก รู้มาก และก็อยากให้คนอื่นรู้มากเหมือนตนเอง ไอ้ที่ทุกวันนี้ "ทุกข์" มากก็เพราะรู้มากกันมิใช่หรือ

เขารู้อยู่ รู้กิน หาเช้ากินค่ำก็สบาย ๆ กันอยู่แล้ว

พวกเรารู้จักหลุยส์ วิคส์ตอง ก็หาเรื่องไปซื้อกระเป๋ามาหิ้ว มาห้อย ชุมชนเขาใช้ย่ามก็ใส่ของได้สบาย ไม่เห็นจะต้องไปใช้อะไรแปลก ๆ แบบเราเลย

มีแต่เรานั่นแหละที่ไปบอกเขาว่า "ด้อยพัฒนา" ด้อยเพราะกรอบ ด้อยเพราะมาตรฐานที่เราตั้งไว้

เขามีเงินน้อยก็หาว่าเขาจน เขาจนแล้วเขาน่าจะไม่มีความสุข แล้วคนที่รวย ๆ ทุกวันนี้สุขกันมากเหรอ...?

น่าจะเอาดัชนีมวลรวมความสุข (GDH : Gross domestic happiness) มาเปรียบเทียบกันระหว่างนักวิชาการกับคนในชุมชนว่าใครมีความสุขมากกว่ากัน

ทุกวันนี้เล่นเอาแต่ GDP (Groos Domestic product) มาวัดกัน ก็หาเรื่องไปปั่นราคาพืชผลทางเกษตรเพื่อสร้างความร่ำรวยให้แก่ "พ่อค้าคนกลาง"

ตอนนี้ยิ่งมีมหาวิทยาลัยวิจัย ที่เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นเยอะ ถ้าอาจารย์หรือนักวิจัยไม่เข้าใจยิ่งน่ากลัว เพราะชาวบ้านก็จะ "ร่วม" ทำวิจัยกันจน "โงหัว" ไม่ขึ้น

ทั้งอาจารย์ ทั้งนักศึกษา ก็จะ "เหละโล" ลงไปชุมชนกันยกใหญ่ แล้วส่วนใหญ่ก็จะเลือกแต่ชุมชนที่ดูจะเข้าท่า เข้าทาง (ชุมชนเดิม ๆ)

ชุมชนไหนใครเคยเข้าไปแล้วเขาต้อนรับก็บอกกันปากต่อปาก (Word of mouse) ชุมชนไหนมีโครงการด้านนี้แล้วเวิร์ค นักวิชาการอีกสายหนึ่งก็จะเข้าไป "ต่อยอด"

คราวนี้ชุมชนก็ไม่ต้องทำมาหากินกัน ต้องคอยเข้ามา "ร่วม" ทำวิจัยเพื่อสร้างผลงานให้กับนักวิชาการไทยอยู่นี่เอง...