บาดแผลในใจ เป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ แก้ได้ ถ้าไม่หนี

    เพื่อนผมกลุ่มหนึ่งลงทุนทำธุรกิจร่วมกัน  ปรากฏว่าขาดทุนก็จากกันไปด้วยดี  แต่มีคนหนึ่งไม่พอใจ ไม่ยอมคบหาสมาคมเหมือนเดิม   เพื่อนผมชุดนี้ก็สงสัยว่าเป็นเพราะอะไร  เพราะก็ขาดทุนจริงๆ ไม่ได้มีการโกงกัน  ผมมาวิเคราะห์ดูคิดว่าน่าจะเกิดจากเพราะเพื่อนผมคนนี้มีบาดแผลในใจครับ  ต้องการทำธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ  จะได้มาปิดแผลในใจได้  แต่ทำไปแล้วขาดทุน  เพื่อนผมคนนี้ต้องการให้สู้ต่อ  แต่ไม่มีใครสู้   เพื่อนผมคนนี้ก็ผิดหวังจากการปิดแผล  ตรงกันข้าม กลับยิ่งเพิ่มแผลในใจให้ร้าวลึกไปอีก  เขาจึงไม่พอใจกลุ่มเพื่อนทั้งกลุ่ม

 

        ทุกคนที่เกิดมา ผมว่ามีแผลในใจด้วยกันทุกคนครับ  เพียงแต่ว่าแต่ละคนจะมีวิธีจัดการกับแผลในใจตัวเองอย่างไร

 

       สำหรับบางคน ที่มีแผลในใจไม่ร้าวลึกมากนัก  ก็ยังพอที่จะกล้าเผชิญความจริง  กล้าเผชิญกับบาดแผลในใจได้ 

 

      เมื่อกล้าเผชิญแผลในใจ และ กล้ายอมรับบาดแผลอย่างตรงไปตรงมา  ก็จะทำให้บาดแผลในใจทุเลาลงได้ด้วยการมองตนเองอย่างเข้าใจ

 

      ขณะที่บางคน มีแผลในใจร้าวลึกมากครับ   ร้าวลึกจนไม่กล้ายอมรับความจริง   ใช้วิธีหนีปัญหา  และ พยายามหาสิ่งอื่นที่คิดว่าเป็น  "ปมเด่น" มาทดแทนบาดแผลในใจ  

 

       แต่ยิ่งหา "ปมเด่น" มาทดแทน  ดูเหมือนว่าหาเท่าไรก็ไม่สามารถรักษาบาดแผลได้ครับ  ขณะเดียวกัน กลับยิ่งต้องหามากขึ้นไปเรื่อยๆ  อย่างไม่รู้จักจบสิ้น  เพื่อให้ลืมหรือมาทดแทนเรื่องบาดแผลในใจ

 

 

      ผมว่าการหา "ปมเด่น"  มาทดแทนอาจจะรักษาบาดแผลในใจได้ชั่วครู่ชั่วยามครับ    คงไม่สามารถรักษาแผลในใจได้อย่างถาวร

 

 

      ผมว่าวิธีที่จะรักษาอย่าง "ตัดราก"  ก็คือ ต้องไม่หนีปัญหา ต้องไม่หนีบาดแผลในใจ  ยอมรับและเผชิญหน้า  เพราะแผลในใจก็เหมือนกับเด็กเล็กๆ  หรือตัวเราตอนเด็กๆ ที่ร้องให้อยู่ในใจเรา  หาเขาให้เจอ  แล้วโอบกอดเขา  ให้ความรักเขาให้มากๆ

 

 

       เด็กเล็กๆคนนั้น ก็จะค่อยๆหยุดร้องไห้  แผลในใจก็จะค่อยๆทุเลาลงครับ  เพียงแต่ว่าต้องใช้เวลา และ โอบกอดเขาอย่างต่อเนื่อง อย่าปล่อยให้เขาแอบร้องไห้คนเดียวนะครับ

 

       ข้อสำคัญต้องหาเขาให้เจอ และ อย่าปฏิเสธเขา