เสี่ยงพิการ - เสี่ยงตาย
ชีวิตนักมวยน่าสงสาร : เสี่ยงพิการ - เสี่ยงตาย
วงการกำปั้น-วงการหมัดมวยมีข่าวช็อก-ข่าวร้ายเกิดขึ้นไล่เลี่ยกันหลายข่าว มี “นักมวยเสียชีวิตเพราะสมองกระทบกระเทือน” ถึง 3 รายซ้อน !! รายหนึ่งเป็นนักชกอินโดนีเซีย “อาวิส อิวี มุลยา” อีกรายเป็นนักชกไทย “ดีเด่น เก่งการุณ” อดีตแชมป์ของพาบา และอีกรายหนึ่งที่เพิ่งเป็นข่าวฮือฮาล่าสุด “ลิโต้ ซิสนอริโอ” นักชกฟิลิปปินส์ ซึ่งเคยมาต่อยอุ่นเครื่องให้กับ ฉัตรชัย กระทิงแดงยิม นักชกไทยอดีตแชมป์โลกรุ่นฟลายเวตของสภามวยโลก (WBC) นี่ถือเป็นข่าวร้าย-ข่าวเศร้าทั้งสำหรับแวดวงนักชกไทยและนักชกชาติอื่น ๆ
ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญ...สำหรับ “นักมวย”
ทั้งนี้ย้อนกลับไปในอดีต กับนักชกไทยก็มีหลายรายที่ต้องประสบปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากการชกมวย บางรายหลังแขวนนวมแล้วก็ต้องป่วยเรื้อรัง อาทิ “พเยาว์ พูลธรัตน์” ที่ป่วยด้วยโรคประหลาดชื่อ “เอแอลเอส” หรือโรค “เซลล์ประสาทเสื่อม” ซึ่งคาดว่าเกิดจากการที่สมองและส่วนหัวกระทบกระเทือนตลอดเวลา
หรืออย่างรายของ “ไอ้แสบ-แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์” อดีตแชมป์โลกรุ่นไลต์เวลเตอร์เวตสภามวยโลก แม้จะไม่มีปัญหาถึงชีวิตแต่ก็ทำให้อาชีพนักชกต้องสะดุดลงหลังพบว่านัยน์ตาข้างซ้ายเริ่มมีปัญหาในการมองเห็น จนในที่สุดก็มืดบอดมองไม่เห็น ซึ่งก็มีสาเหตุคล้าย ๆ กับนักชกรายอื่นที่เคราะห์ร้าย คือมาจากเรื่องของ “สมอง”
กับเรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยประสาทสมอง ผศ.นพ.สุรชัย เคารพธรรม หัวหน้าหน่วยประสาทศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความรู้ว่า... การกระทบกระเทือนทางสมองที่มีสาเหตุมาจากการถูกกระแทก ถูกปะทะ จนส่งผลให้เกิดความผิดปกตินั้น สาเหตุใหญ่ที่มักพบกันคือเกิดอาการ “เลือดคั่งในสมอง” เพราะเส้นเลือดดำที่เชื่อมต่อภายในสมองเกิดการฉีกขาดหรือแตก
“หากถูกกระทบกระเทือนมาก แต่เส้นเลือดไม่ฉีกขาด สมองจะเกิดอาการที่เรียกว่าสมองช้ำ ทิ้งไว้นาน ๆ สมองก็จะเหี่ยว ซึ่งจะส่งผลในเรื่องความจำ และอาจเกิดอาการทางกายตามมา”
ผู้เชี่ยวชาญทางสมองระบุอีกว่า... กรณี “นักมวย” ที่ถูกต่อยบริเวณส่วนบนจะเกิดอาการที่เรียกว่า “สมองกระฉอก” ซึ่งความหนักเบาขึ้นกับแรงของหมัดที่โดน ความถี่ในการโดน รวมทั้งบริเวณที่โดนเป็นจุดสำคัญหรือไม่ เมื่อสมองถูกกระแทก ภายในสมองจะเกิดแรงเฉื่อยขึ้น ส่งผลให้การเคลื่อนที่ระหว่างสมองและกะโหลกที่ห่อหุ้มสมองนั้นเป็นไปไม่พร้อมกัน สมองอาจเคลื่อนที่ไปช้ากว่ากะโหลก หรือกะโหลกอาจเคลื่อนที่ไปช้ากว่าสมอง ส่งผลให้เส้นเลือดดำที่เชื่อมระหว่างสมองและชั้นเยื่อหุ้มใต้สมองเกิดการยืดออก และนำไปสู่การฉีกขาด ทำให้เกิดอาการเลือดออกในสมองและคั่งสะสมจนไปกดสมอง ส่งผลให้เกิดอาการทางร่างกายตามมา
“อาการจะเริ่มหนักขึ้นอย่างรวดเร็วจนอาจเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ซึ่งนักมวยถือเป็นอาชีพเสี่ยงมากที่สุดที่จะเผชิญกับอาการลักษณะนี้ ถึงสวมเฮดการ์ดก็ไม่สามารถป้องกันอาการลักษณะนี้ได้ เป็นเพียงอุปกรณ์ที่ป้องกันไม่ให้สมองช้ำจากการถูกกระแทกเท่านั้น” ...ผศ.นพ.สุรชัยกล่าว
ด้านโปรโมเตอร์มวยชื่อดังรุ่นใหม่ ปริยากร รัตนสุบรรณ พูดถึงเรื่องนี้ว่า... มันเป็นเหตุสุดวิสัยซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ที่สำคัญทุกครั้งที่จัดแข่งขันผู้จัดต้องมีการทำประกันชีวิตให้นักมวยตามกฎระเบียบของสมาคมมวยและการกีฬาแห่งประเทศไทย ส่วนการดูแลด้านอื่นหลังการชกก็ขึ้นอยู่กับผู้จัดแต่ละรายว่าจะสนใจมากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตาม ปกติก่อนขึ้นชกและหลังชกก็จะมีการตรวจสภาพร่างกายนักมวย และนักมวยเองก็น่าจะเป็นคนรู้ดีที่สุด
“อาชีพนักมวยเป็นอาชีพที่ต้องปะทะแบบนี้อยู่แล้ว ซึ่งทุกฝ่ายก็พยายามป้องกันให้ได้มากที่สุด และจุดนี้นักมวยเองก็ต้องใส่ใจ ต้องรู้จักตัวเองว่าร่างกายพร้อมหรือไม่ อาชีพนักมวยเป็นอาชีพที่น่าสงสาร เพราะแม้จะได้เงินดี มีชื่อเสียง แต่ก็ต้องเอาชีวิตเข้าแลก การป้องกันอันตรายในจุดนี้ก็คงเป็นความใส่ใจทั้งของผู้จัดและตัวนักมวยเองด้วยที่ต้องช่วยกัน” ...โปรโมเตอร์ หญิงทายาท ทรงชัย รัตนสุบรรณ กล่าว
ขณะที่อดีตแชมป์โลกขวัญใจชาวไทย สุระ แสนคำ หรือ เขาทราย แกแล็คซี่ บอกว่า... รู้สึกเสียใจมากตอนได้ทราบข่าวว่ามีนักมวยเสียชีวิต ซึ่งโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้มีน้อยมาก ต้องโดนมาหนัก หรือไม่ฟิตพอ ซึ่งเมื่อ 20-30 ปีก่อนก็เคยมีนักมวยเกาหลีตายแบบนี้ ตอนนั้นชกกันไป 14 ยก แต่สำหรับลิโต้-นักชกฟิลิปปินส์ ต่อยไปเพียง 4 ยก ก็คิดว่าคงยังใหม่เกินไป ชั้นเชิงยังไม่ถึง ซึ่งผู้จัดไม่ควรนำขึ้นชก เพราะไม่คุ้มเสี่ยง
สำหรับการป้องกันนั้นก็ต้องเริ่มจากนักมวยเองที่ต้องมีประสบการณ์พอ กรรมการพอเห็นว่านักมวยโดนเยอะก็ต้องยุติการชกไปเลย ส่วนเรื่องการตรวจสภาพร่างกายหลังชกนั้นก็มีเหมือนกัน แต่ส่วนตัวคิดว่าในเมืองไทยยังให้ความสำคัญในเรื่องนี้น้อยเกินไป ซึ่งเรื่องเงินประกันสำหรับนักมวย ถึงอย่างไรมันก็ไม่คุ้ม !!
“นักมวยเป็นชีวิตที่น่าสงสาร !!” ...เขาทรายกล่าว ก่อนจะบอกอีกว่า... แต่คนที่เข้ามาสู่อาชีพนี้ก็มักจะรู้ตัวดีว่าเสี่ยง โชคดีเจอโปรโมเตอร์ดีก็มีการช่วยเหลือ แต่ถ้าเจอที่ไม่ดีพอ แล้วไม่ดัง ก็มักจะถูกลืม ถูกทิ้งขว้าง
“เป็นนักมวยน่ะมันลำบาก นักมวยตอนฟิต ๆ ตอนรุ่ง ๆ มันก็มีแต่เสียงชื่นชม มีแต่คนเขายินดี แต่พอแก่ตัวไปมันก็ไม่มีแล้ว นักมวยก็มีสภาพไม่ต่างอะไรกับหมาล่าเนื้อแก่ ๆ ตัวหนึ่งนั่นแหละ !! ต้องรู้จักเอาตัวรอดกันเองภายหลังแขวนกำปั้น” ...หนึ่งในอดีตแชมป์โลกขวัญใจชาวไทยกล่าว
มูฮัมหมัด อาลี
อดีตแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่
อาลี ในปัจุบัน
รวมภาพแห่งความหลัง

zayyes.com


ใครที่มีแฟนเป็นนักมวย หรืออาชีพที่เสี่ยงภัย ลูกเมียที่บ้านก็ต้องคอยสวดภาวนากันจ้าละหวั่นนะคะ ;)
ขนาดเป็นแฟนคลับนักฟุตบอล เวลาเห็นเพลี้ยงพล้ำยังต้องคอยลุ้นเลยค่ะ อิ อิ
สวัสดีครับครูจ่อย...
สมัยผมเรียนหนังสืออยู่พิษณุโลก ก็ต่อยมวยเหมือนกันครับ
เป็นมวยไทยสมัครเล่น ชกตามงานวัด
วัยรุ่นชายแถบนั้นโตขึ้นมาต้องชกมวยครับ
ผมแวะเวียนไปอยู่ที่นั่นหลายปีมีโอกาสขึ้นเวทีชกบ้าง
คร้ังนึงกลับไปบ้าน มีการเปรียบมวยคืนต่อคืน
ผมโดนยุให้ไปเปรียบเพื่อชกคืนวันรุ่งขึ้น
ตอนที่ขึ้นไปเปรียบมวยยังมึน ๆ ตึง ๆ อยู่เลย
ขึ้นไปชกโดนเตะซะน่วมเลยครับ...