เทศบาลเมืองอำนาจเจริญ

 

                 ผมรับใช้ราชการที่เทศบาลเมืองอำนาจเจริญ ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2549 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาร่วม 3 ปีกว่าๆนิดหน่อย ตอนี้ขอย้ายสับเปลี่ยนกันกับ ปลัดเทศบาลเมืองกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ  คงได้ย้ายก้นกันในต้นเดือนเมษายน 2553 นี้แน่อน ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

       ในระยะเวลา 3 ปี ที่ผ่านมา การทำงานในฐานะปลัดเทศบาล ก็มีเรื่องงานประจำเสียส่วนใหญ่ ซื่งเป็นหน้าที่หลักอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่ฝ่ายบริหารซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ที่จะมาคิดนโยบายใหม่ๆเพื่อแสดงถึงภาวะ ผู้นำฝ่ายการเมืองที่จะต้องสนองตอบต่อผู้เลือกตั้งให้ถูกใจมากที่สุด เพื่อจะอยู่บริหารในวาระต่อๆไป

       แต่การเป็นผู้นำฝ่ายข้าราชการประจำอย่างปลัดเทศบาลไม่ง่ายอย่างที่คิด ทั้งๆที่แม้ตนเองจะเคยอยู่หลายที่หลายทาง แม้กระทั่งในภาวะการคว่ำ ฝ่ายบริหารกลางสภาเทศบาลอย่างสมัยที่เป็นรูปแบบคณะเทศมนตรีในอดีต การถูกตรวจสอบ การถูกร้องเรียน การถูกฟ้องร้อง จนเคยคิดว่าทำงานเอกชน เปิดร้านขายของเล็กๆ ทำนาเป็นเกบตรกร หรือเป็นครูอยู่บ้านนอก หรือทำงานอิสระน่าจะสบายใจกว่า เป็นไหนๆ  แต่คงจะสายเกินไปสำหรับปลัดแก่ๆอย่างผม ที่จะเปลี่ยนชีวิตไปทำงานอย่างนั้น

       การรับใช้ราชการที่เทศบาลเมืองอำนาจเจริญ สิ่งแวดล้อม ผู้คน ชุมชน ชาวบ้าน บริบทต่างๆ ลูกน้อง ผู้อำนวยการกองต่างๆ ก็เป็นไปคนละแบบต่างกับที่เทศบาลอื่นๆที่ผมเคยอยู่ แม้แต่นายอันได้แก่ นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาล ก็แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นวิธีคิด วิธีที่จะทำงานให้เป็นไปตามเป้า นิสัยใจคอก็แตกต่าง เหุก็คงเพราะสังคมประกิต(Socialized)มาแตกต่างกันไป

        เป้าหมายขององค์กร อปท. ก็คือการจัดทำบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานให้แก่ประชาชน ทุกๆด้าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ ขึ้นอยู่กับรัฐบาล เมื่อสิบกว่าปีก่อนเราไม่มีหน้าที่มากมายเหมือนปัจจุบัน มีหน้าที่หลักสัก 10 กว่าข้อที่ต้องทำ ต่างกับเดี๋ยวนี้ภาระกิจถ่ายโอนมากมายจนรับไม่ไหว โดยเฉพาะถ้ามีงบประมาณมาแบบขาดๆวิ่นๆหมือนภาวะในปี 2552 และ 2553 ที่ในภาพรวมเราวิตกกันว่า อปท.จะต้องล้มละลาย ทำหน้าที่ไม่ได้ (Malfunciton)เนื่องจากขาดเงินงบประมาณมาทำหน้าที่

        เหนือสิ่งอื่นใด ภาพลักษณ์องค์กรก็อยู๋ที่คนทุกคนที่ประกอบมาเป็นองค์กร เทศบาลจะดีไม่ดีก็ขึ้น อยู่กับคนที่มาทำงานร่วมกันนี้ 4 M สำคัญที่สุดก็คือ MAN และก็เป็นปัญหาที่ผมตระหนักว่า เป็นสิ่งที่แก้ไขได้และไม่ได้ในเวลาที่ผ่านมา 3 ปี อีก 3 M อย่างอื่นพอทำเนา ไม่ใช่ปัญหาใหญ่กว่า  M ตัวแรก

        ผมก็ไม่ใช่ผู้วิเศษ และดีมาจากไหน เป็นปุถุชนเหมือนกัน มีสิ่งทั้งทำได้และทำไม่ได้ แต่ก็อยากทำให้ดีที่สุด หรืออย่างน้อยก็ดีกว่าในสิ่งที่ผ่านมา ก็เลยบ่นให้ฟัง และขอแถมกลอนที่ copy มา จากพระคุณเจ้า เพื่อมองเขามองเรา ดั่งนี้นะครับ

เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา
จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย
จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเลย
ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริง
...พุทธทาส ภิกขุ