รายวิชา การจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศ
ชื่อ นายสุธีรุจ อุปถัมภ์ รหัสประจำตัว 5246701042
..................................................................................................................................................................................
ข้อคำถาม
ข้อ 1.สารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาที่ประกอบด้วย (1) ระบบสารสนเทศพื้นฐานของสถานศึกษา (2) ระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับผู้เรียน (3) ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานวิชาการ (4) ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ ขอให้ท่านเสนอตัวอย่างรายงานในระบบสารสนเทศเหล่านี้มาอย่างละหนึ่งรายงาน พร้อมทั้งอธิบายว่ารายงานเหล่านี้ต้องการข้อมูลอะไรบ้าง และจะนำไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาได้อย่างไร
คำตอบ
ระบบสารสนเทศในองค์กรหรือระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในยุคโลกาภิวัตน์ที่เกิดกระแสความเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมอย่างรวดเร็ว ดังนั้นองค์กรต่าง ๆ ต่างเล็งเห็นถึงความจำเป็นของระบบสารสนเทศเพื่อรองรับการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 2549 : 25)
สถานศึกษาที่มีระบบสารสนเทศที่สมบูรณ์ ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน เรียกใช้ได้สะดวกและตรงตามความต้องการ จะช่วยให้สถานศึกษาสามารถดำเนินงานพัฒนาคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ สารสนเทศทั้งหลายนั้นนอกจากจะใช้ในการวางแผนการดำเนินงานและประกอบการตัดสินใจแล้วยังนำไปสู่การพัฒนาแนวความคิด และสร้างทางเลือกใหม่ ๆ โดยระบบสารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาที่ประกอบด้วย
(1) ระบบสารสนเทศพื้นฐานของสถานศึกษา
(2) ระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับผู้เรียน
(3) ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานวิชาการ
(4) ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ
สามารถที่จะนำเสนอตัวอย่างรายงานในระบบสารสนเทศแต่ละระบบได้ดังต่อไปนี้
1.ระบบสารสนเทศพื้นฐานของสถานศึกษา
ดังตัวอย่างรายงานของระบบสารสนเทศพื้นฐานของสถานศึกษาดังต่อไปนี้
|
ตัวอย่างรายงาน ในระบบสารสนเทศ |
ข้อมูลที่ต้องการ |
การนำไปใช้เพื่อพัฒนา คุณภาพสถานศึกษา |
|
1.ข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษา
2.ศักยภาพของสถานศึกษา
3.ความต้องการของชุมชน |
จำนวนประชากรในเขตพื้นที่บริการ |
-การวางแผนกลยุทธ์
-การวางแผนกลยุทธ์
-การพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอน |
2.ระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับผู้เรียน
ระบบสารสนเทศเกี่ยวกับผู้เรียนเป็นระบบสารสนเทศที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้เรียนทั้งหมดดังตัวอย่างรายงานของระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับผู้เรียนดังต่อไปนี้
|
ตัวอย่างรายงาน ในระบบสารสนเทศ |
ข้อมูลที่ต้องการ |
การนำไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา |
|
1.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน 1.1 ระดับค่าเฉลี่ย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน แต่ละกลุ่มวิชาแยกตามชั้นเรียน/ช่วงชั้น 1.2 ร้อยละของ ผู้เรียนที่ได้รับผลการเรียนในแต่ละระดับผลการเรียนจำแนกตมกลุ่มวิชา และระดับชั้น 1.3 ร้อยละของ ผู้เรียนที่ผ่านการประเมินคุณภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1.4 ร้อยละของ ผู้เรียนที่จบการศึกษาตามหลักสูตร 1.5 ร้อยละของ ผู้เรียนที่ศึกษาต่อ
|
|
-การพัฒนาหลักสูตร/ หลักสูตรท้องถิ่น -การวางแผนปฏิบัติการสอน |
3.ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานวิชาการ
ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารวิชาการ เป็นการจัดระบบสารสนเทศเกี่ยวกับหลักสูตรและการเรียนการสอน การวัดและการประเมิน ผลการพัฒนากิจกรรมแนะแนวและการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ดังตัวอย่างรายงานของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารวิชาการดังต่อไปนี้
|
ตัวอย่างรายงาน ในระบบสารสนเทศ |
ข้อมูลที่ต้องการ |
การนำไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา |
|
1.หลักสูตรและการเรียนการสอน 1.1 สภาพการจัด แผนการเรียน/ชั้นเรียน 1.2 ความสอด สอดคล้องของหลักสูตรกับความต้องการของท้องถิ่น/ ผู้เรียน 1.3 เทคนิควิธีการ สอนที่ครูนำมาใช้
1.4 ร้อยละของ รายวิชาที่ปรับสาระการเรียนรู้ให้สอดคล้องความต้องการของผู้เรียนผู้ปกครองและชุมชน 1.5 การมีส่วน ร่วมในการจัดการเรียนการสอน
|
|
-การวางแผนการจัดชั้นเรียน -การพัฒนาหลักสูตร |
|
ตัวอย่างรายงาน ในระบบสารสนเทศ |
ข้อมูลที่ต้องการ |
การนำไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา |
|
1.6 บรรยากาศ การเรียนการสอน
ประเมินผลการเรียน 2.1 ความถูกต้อง ครบถ้วนเป็นปัจจุบันเกี่ยวกับเอกสาร/หลักฐานการประเมินผลการเรียน 2.2 ความหลาก หลายในวิธีการและการใช้เครื่องมือประเมิน |
- แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประเมิน - เครื่องมือการวัดและประเมิน - บันทึกผลการวัดและประเมิน - เอกสารรายงานผลการเรียนและการรับรองผลการเรียน
|
-การพัฒนาเครื่องมือและ รูปแบบการประเมิน |
4.ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ
ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ เป็นระบบสารสนเทศที่ต้องมีการประมวลผลรวม มีการเปรียบเทียบข้อมูลอย่างถูกต้องและทันสมัยจึงมีความหมายต่อการจัดการและการบริหารงานอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ ดังตัวอย่างรายงานของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารวิชาการดังต่อไปนี้
|
ตัวอย่างรายงาน ในระบบสารสนเทศ |
ข้อมูลที่ต้องการ |
การนำไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา |
ความสอดคล้องระหว่างวิสัยทัศน์ ภารกิจและเป้าหมายการพัฒนา 1.1 ความสัมพันธ์ ระหว่างแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษากับวิสัยทัศน์และภารกิจ 1.2 ภาวะผู้นำและ การบริหาร
1.3 การจัด โครงสร้าง
บรรยากาศการเรียนรู้
|
ข้อมูลที่แสดงการเปิดโอกาสให้บุคลากรมี ส่วนร่วมรับรู้ข้อมูลและการตัดสินใจ ข้อมูลแสดงการสับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ตามวาระ ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ ความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการ
|
-การวางแผนยุทธศาสตร์ -การวางแผนการบริหารทั้งองค์กร |
ข้อ 2. เทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ
มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การจัดการศึกษาบรรลุอุดมการณ์การศึกษาตลอดชีวิตสำหรับทุกคนได้อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะการจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
คำตอบ
เทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ
ต่างมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การจัดการศึกษาบรรลุอุดมการณ์การศึกษาตลอดชีวิตสำหรับทุกคน โดยเฉพาะการจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ดังต่อไปนี้ คือ
1.สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั้งที่เป็นสถาบันการศึกษาที่จัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ ระบบประมวลผล ระบบจัดการรายงาน ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ มาใช้ในการบริหารจัดการทางการศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของสถาบันการศึกษานั้น ๆ
2.เทคโนโลยีเพื่อช่วยในการเรียนรู้ในปัจจุบัน ช่วยให้ผู้เรียนทุกระดับสามารถใช้และเข้าถึงสารสนเทศทางการศึกษาที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นภายในสถานศึกษาหรือภายนอกสถานศึกษา ซึ่งจากลักษณะดังกล่าวนี้เป็นการเอื้อต่อการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับทุกคน
3.เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเทอร์เน็ต ได้เข้ามามีบทบาทต่อการศึกษามากขึ้น โดยได้ช่วยอำนวยความสะดวกหลายอย่าง เช่น ระบบการสืบค้นข้อมูล รวมทั้งความรู้ในศาสตร์สาขาต่าง ๆ ทำให้ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระบบ นอกระบบ หรือแม้แต่การศึกษาตามอัธยาศัย สามารถที่จะใช้เพื่อการศึกษาอย่างไม่มีขีดจำกัด โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้ (พงษ์ศักดิ์ สุสัมพันธ์ไพบูลย์ 2544 : 40)
1) สามารถใช้งานได้ง่าย
2) สามารถให้บริการต่าง ๆ ผ่านทางจอภาพเครื่องคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่จอภาพของเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่
3) มีค่าธรรมเนียมของการเป็นสมาชิกและค่าบริการที่ไม่แพง
ข้อ 3. ให้นักศึกษานำเสนอรูปแบบการจัดการความรู้ในสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะคนในสถานศึกษาให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ จงอธิบายให้เห็นเป็นรูปธรรมพร้อมยกตัวอย่างกิจกรรมการดำเนินการมาพอสังเขป
คำตอบ
การจัดการความรู้ เป็นการสร้างเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในองค์กร เช่น วิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด เทคนิคใหม่ ๆ หรืออะไรก็ตามที่บุคคลในองค์กรอาจคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม ดังนั้น ในการจัดการความรู้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ซึ่งกันระหว่างบุคลากรภายในองค์กร (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 2549 : 197)
ในส่วนของสถานศึกษา การจัดการความรู้กล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญคือ โดยเป็นการดึงเอาความรู้ที่กระจัดกระจาย ฝังอยู่ทั่วไปภายในสถานศึกษา ออกมารวบรวม และแบ่งกลุ่ม จัดเก็บให้เป็นองค์ความรู้ขององค์สถานศึกษา เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาคนในสถานศึกษาให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และนำไปสู่ องค์กรแห่งการเรียนรู้ต่อไป โดยรูปแบบการจัดการความรู้ในสถานศึกษา สามารถยกตัวอย่างกิจกรรมการดำเนินการได้ดังนี้ (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 2549 : 201)
1.กำหนดระดับความรู้ภายในขอบเขตขององค์การ (สถานศึกษา) เช่น ความรู้ส่วนบุคคล ความรู้ของกลุ่ม หรือความรู้ของทั้งองค์การ ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถแยกแยะ จัดระดับความสำคัญ กำหนดรูปแบบในการจัดเก็บและค้นหา ตลอดจนรูปแบบในการแลกเปลี่ยนความรู้นั้น ๆ ได้อย่างเหมาะสม
2.สร้างความรู้หรือได้มาซึ่งความรู้จากการทำงานของบุคลากร โดยความรู้ที่เกิดขึ้นมักเป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในตัวบุคคลอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งจำเป็นต้องถูกแปลงออกมาเป็นความรู้ที่เป็นรูปธรรม และสามารถตระหนักได้โดยบุคลากรในองค์กร
3.รวบรวมและตีความหมายของความรู้จากสื่อที่หลากหลาย เช่น กระดาษ ไปรษณีย์อีเล็กทรอนิกส์ หรือมัลติมีเดีย เป็นต้น ซึ่งบ่อยครั้งที่พบว่ายังมีความรู้อีกมากที่สามารถสกัดได้จากสื่อที่ใช้ในการดำเนินการโดยทั่วไปขององค์การ หากผู้ปฏิบัติเล็งเห็นถึงคุณค่าของความรู้อย่างแท้จริง และรู้จักใช้ความคิดเชิงวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดี
4.จัดเก็บความรู้ในสื่อต่าง ๆ เช่น คลังข้อมูล ฐานข้อมูล ห้องสมุด ชั้นหนังสือ หรือแม้แต่ในสมองของบุคลากรเอง โดยแยกแยะความเหมาะสมของสื่อจากคุณสมบัติที่แตกต่างกันของความรู้ เช่น ความรู้เชิงอรรถ ความรู้เชิงปริมาณ ความเร็วที่จำเป็นในการค้นหาความรู้เพื่อนำไปใช้ จำนวนผู้ใช้ความรู้ร่วมกัน ปริมาณรายละเอียดของความรู้ ระดับของความรู้ ความสำคัญของความรู้ หรือแม้แต่อายุของความรู้ เป็นต้น
5.ประยุกต์และแลกเปลี่ยนข้อมูลจากการทำงานร่วมกัน หรืออาจโดยผ่านเครื่องมือช่วยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ในการทำงาน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการกลั้นกรองกระบวนการทางความคิดร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
6.สร้างพัฒนาการและนวัตกรรมจากความรู้ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ความรู้ โดยมีการนำความรู้ ที่ได้มาประยุกต์อย่างเป็นรูปธรรม สามารถชี้วัดได้ว่าสิ่งใดเกิดจากความรู้เดิม สิ่งใดเกิดจากความรู้ใหม่ และความรู้ใดที่ยังขาดแคลนอยู่
เอกสารอ้างอิง
พงษ์ศักดิ์ สุสัมพันธ์ไพบูลย์. เรื่องน่ารู้ เทคโนโลยีคมนาคม. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2544.
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สาขาวิชาศิลปะศาสตร์. เทคโนโลยีเพื่อการจัดการสารสนเทศ. กรุงเทพฯ :
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2549.