"ไฟมาป่าแป่ง ไข่มดแดงแต้ง ผักหวานป่ง "
ฉันต้องเผาป่า...เพราะป่าเป็นแหล่ง...อาหารที่สำคัญของฉัน,
ป่าเป็นแหล่งทำมาหากินของฉันจริง ๆ......ถ้าฉันไม่เผาฉันหากินลำบาก
หากฉันไม่เผา...คนอื่นมาแอบเผา.......ตอนที่ฉันไม่อยู่ก็ยุ่ง เหมือนกัน
สวน...ต้นไม้...บ้าน...ของฉันก็จะโดนเผาไป ........แล้วใครจะมาช่วยฉันละ
ฉันต้องชิง...เผาก่อน...... เพื่อเป็นแนวป้องกันไฟ
ไม่มีใครรู้ถึงความจำเป็นของฉันหรอก....ทำไมฉันถึงเผาป่า
พวกอยู่ปลายน้ำ.... ตนในเมืองต่างอยากให้เราช่วยรักษาป่า..... เพื่อให้น้ำอุดมสมบูรณ์เพื่อให้สิ่งแวดล้อมที่ดี......... แต่รู้หรือไม่ล่ะ ..........
ฉันจะยอมไม่เผาป่าเพื่อให้ป่าฟื้น......คืนสภาพเดิมนั้น ต้องใช้เวลากี่ปีล่ะ... ระหว่างรอให้ป่าฟื้นฉันจะทำอาชีพอะไร...ฉันจะกินอะไร....คนในเมืองคนกรุงอย่างคุณไม่มีทางเข้าใจหรอก.................พวกคุณตราหน้าว่าเราทำลายธรรมชาติ... มันก็แค่ปีละครั้ง...ในเขตเรา..เพื่อความอยู่รอดเท่านั้นเอง........ เราไม่ได้มีงานประจำเหมือนคุณ ท่านทั้งหลายนี่.............
พวกคนเมืองคนกรุงไม่ใช่หรือ....ที่ทำลายธรรมชาติมากกว่าเรา....ร้อยเท่าพันทวี.... คุณใช้รถยนต์ส่วนตัว...เผาน้ำมัน.... คุณนอนห้องแอร์ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า......คุณปลูกบ้านราคาหลายแสน หลายล้าน... ต้นไม้ ...ภูเขาที่คุณระเบิดไปทำ ทำไมไม่คิดถึงล่ะ คุณกินข้าวเหลือ...ใช้กระดาษหน้าเดียว....และอื่นๆ อีกมากมาย......
อยากให้เราหยุดเผา...นักใช่ใหม...... เอาเงินของพวกคุณบางส่วนมาสร้างอาชีพที่มั่นคงให้พวกเราบ้างสิ..... สร้างแหล่งน้ำ....สร้างงาน เพื่อให้เรามีรายได้มีพออยู่พอกิน....ไม่อดอยาก...
แค่นี้ทำได้หรือเปล่า..............................
ฉันเผาป่า...หาของป่ามันไม่สนุกนักหรอก ทั้งร้อนทั้งเหนื่อย..... หนามก็เยอะ ... งูก็แยะ.....เผลอๆ โดนป่าไม้อีก
ถ้าเลือกได้...ฉันอยากมีอาชีพดี ๆ .........ที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง...ส่งลูกเรียนหนังสือสูงๆ ได้.....
อยากมีงานอดิเรกดี ๆ จิบเบียร์เย็นในห้องแอร์หรู ๆ
โยนโบว์ออกกำลัง......ไดร์ฟกอล์ฟ...สนามกว้าง ๆ
เห้อ...........ชาตินี้จะได้เลิกเผาป่าหรือเปล่าก็ไม่รู้................
ใครค่ะ
บทความหรือว่าความรู้สึกเจ้าของบันทึก อิอิ ไม่ได้บอกว่าบทความจากไหน
หรือไงกันน้อ อ่านแล้วก็ทำให้ชวนคิด
รำพึง รำพัน ฉันทำงาน ใกล้สนามกอฟ์ท ....
ฉันได้สัมผัสกับชุมชนคน.....ท้องถิ่นที่ตัดพ้อ
เขามีต้นทุนชีวิตแค่นี้.....จะให้ทำไงล่ะ.....
ฉันก็คนธรรมดา..... ฉันก็ทำอะไรได้ไม่มากหรอก...
ได้แค่รำพึงรำพัน..............เล่าสู่กันฟัง...เอวัง