อากาศเย็น ๆ ตามธรรมชาติทำให้คนอยู่อย่างมีความสุขกายสบายใจดีนักแล.

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ช่วงนี้ร้อน ๆ นะครับต้องหาที่เย็น ๆ

 เมื่อค่ำคืนวันที่ 28 ก.พ.ช่วงประมาณ 5 ทุ่มเศษเราขึ้นไปถึงยอดขุนเขาคาเมร่อนไฮแลนด์หนาวเย็นได้ห้องพักเลขที่ 13 นึกถึงเลขนี้ในศาสนาคริสต์เหมือนกันละ 

 เข้าไปเปิดกุญแจเสียเลยใช้กุญแจผีของคนดูแลชั้นนั้นแทนพอเข้าไปได้สำรวจห้องบนเพดานทำลูกศรชี้ไปทางตะวันตกคงเป็นทิศทำละหมาดไม่มีแอร์เพราะอากาศที่นี่หนาวเย็นตลอดปีก่อนนอนไหว้พระสวดพุทธมนต์หลับสบายตื่นขึ้นมาเป็นเช้าวันที่ 1 มี.ค. 2553

 ลงไปทานอาหารเช้าแล้ว

ไปชมสวนสตอเบอร์รี่

เข้าไปตัดเอาผลมาจ่ายที่ร้านได้เลยละ

พวกเด็ก ๆ สนุกอยู่ในสวนบนหลังขุนเขาแห่งนั้น

และไปชมที่เลี้ยงผึ้งไปชมไร่ใบชาก่อนที่จะลงมาทานข้าวเที่ยงวัน 

 ที่ไร้นี้ได้ถามคนดุแลว่าที่บนนี้อากาศหนาวอยู่ในระดับ 14 ช่วงร้อนก็ ประมาณ 28 

 สวนนี้ปลอดสารพิษทำส่งสิงคโปร์ แต่ถ้ามีคนมาซื้อก็ให้กรรไกและตระกร้าเข้าไปตัดเอาเลยแล้วมาชั่งขาย...

ต่อไปเราไต่ระดับขุนเขาลงมาเจอไร่ใบชาใบเขียวทั่วขุนเขาเลยละพอลงมาอีกทีมีร้านขายน้ำผึ้งด้วยนะและตลาดพี้นเมืองมีแต่สิ่งของบนดอยสูงน่าซื้อ ๆ ...อิ อิ อิ

 

ในร้านดังแถวถนนตัดผ่านมุ่งตรงไปกรุงกัวลาลัมเปอร์เมืองหลวงของมาเลเซียหลังทานข้าวแล้วดูเวลาประมาณ บ่าย 5 โมงเย็นที่เราก็มาถึงดิวตี้ฟรีเพื่อซื้อสิ่งของที่ชอบใจปลอดภาษีก่อนอำลาประเทศมาเลเซียเข้าเขตแดนประเทศไทยและกลับถึงบ้านพักที่เมืองหาดใหญ่ก็ปาเข้าไปถึง 4 ทุ่มเลยละที่ผ่านมาแล้ว...

แง่คิดคือ...อากาศเย็น ๆ ตามธรรมชาติทำให้คนอยู่อย่างมีความสุขกายสบายใจดีนักแล.