สืบเนื่องมาจากไปอบรมIC ที่โรงแรมริชมอนด์ ปกติก่อนเดินทางไปอบรมหรือมีวิชาการที่จะต้องเจอคนมาก ๆ จะต้องทำสีผม ปิดผมขาวทุกครั้ง ซึ่งผมจะยาวเร็วมาก งอกยาวออกมาใหม่ทีไร จะขาวเป็นสีเงิน สวยดี แต่รับไม่ได้ ลองไว้ผมขาวให้ยาวเกินสองนิ้วแล้วรู้สึกว่าเป็น สว. มาก ๆ ทั้งที่หน้ายังไม่แก่เท่าไหร่ ตอนเช้าดูข่าวทีวี พูดเรื่องการทำสีผม เตือนว่าจะทำให้เกิดมะเร็งได้ เลยค้นหาได้คำเตือนจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เลยขอนำมาขยายต่อนะคะ ช่วงนี้จะปิดเทอมแล้ว นักเรียนจะชอบทำสีผมแรง ๆกัน จะได้ช่วยเตือนลูกหลาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตือนให้ระวังผลิตภัณฑ์ย้อมผมอันตราย

                             
                กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยปี 2552 ตรวจพบผลิตภัณฑ์ย้อมผมไม่เข้ามาตรฐาน ร้อยละ 18 ส่วนใหญ่มีสาระสำคัญคือ สารพาราฟินิลีนไดอะมีนและเรซอซินนอล ซึ่งจัดเป็นสารควบคุมปริมาณการใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดชื่อและปริมาณของวัตถุที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเคริ่งสำอางในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 162ง ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2551 โดยสารดังกล่าวมีฤทธ์ก่อให้เกิดการแพ้ทำให้หนังศีรษะอักเสบ พร้อมแนะนำให้สังเกตฉลากผลิตภัณฑ์ ปฏิบัติตามคำแนะนำ และทดสอบการแพ้ก่อนใช้ทุกครั้ง
               นายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สำหรับย้อมผมเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ชอบเปลี่ยนสีผมเป็นแฟชั่น ซึ่งหากขาดความระมัดระวังในการใช้อาจทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ย้อมผมที่มีจำหน่ายในท้องตลาดจะมี 3 ประเภท คือ ชนิดใช้ย้อมชั่วคราว ชนิดกึ่งถาวร และชนิดถาวร 

              "ผลิตภัณฑ์ย้อมผม ที่คนไทยนิยมใช้มากที่สุด คือ ชนิดถาวร เนื่องจากเห็นผลเร็ว สีติดทนนาน 4-6 สัปดาห์ ไม่ต้องย้อมบ่อยและให้ระดับสีตามต้องการได้ ผลิตภัณฑ์ย้อมผมชนิดนี้มีส่วนประกอบสำคัญส่วนใหญ่ คือ สีออกซิเดชั่นหรือที่เรียกว่าสีพาราหรือสารพาราฟินิลีนไดอะมีน (p-Phenylenediamine) และเรซอซินอล (resorcinol) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดสีในสภาวะที่เป็นด่าง โดยใช้แอมโมเนียปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง และช่วยให้สีซึมผ่านเข้าสู่เส้นผมดีขึ้น ทั้งนี้ ในทางตรงกันข้ามพาราฟินิลีน ไดอะมีนมีฤทธิ์ก่อให้เกิดการแพ้ ทำให้หนังศีรษะอักเสบ" 
               อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวด้วยว่า เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมผม ในปี พ.ศ.2552 ที่ผ่านมา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย กองเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ได้รับตัวอย่างผลิตภัณฑ์ย้อมผมเคลือบผม เพื่อทดสอบเอกลักษณ์ หาปริมาณสารย้อมผมและสารเคลือบผม รวม 78 ตัวอย่าง จำแนกเป็นผลิตภัณฑ์ย้อมผม 67 ตัวอย่าง และผลิตภัณฑ์เคลือบผม 11 ตัวอย่าง ผลการทดสอบ พบว่า เข้ามาตรฐาน 61 ตัวอย่าง (ร้อยละ 78.2) ไม่เข้ามาตรฐาน 14 ตัวอย่าง (ร้อยละ 18) และไม่สามารถสรุปผลได้ 3 ตัวอย่าง (ร้อยละ 3.8) เนื่องจากฉลากไม่ระบุปริมาณสารสำคัญ จึงไม่สรุปตามเกณฑ์ยอมรับค่าคลาดเคลื่อนของปริมาณสารสำคัญ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 14 ) พ.ศ.2536 

          ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ย้อมผมที่ไม่เข้ามาตรฐาน เนื่องจากพบสารห้ามใช้ 2 ตัวอย่าง ตรวจไม่พบสารสำคัญที่ระบุในฉลาก 3 ตัวอย่างปริมาณสารสำคัญต่ำกว่าเกณฑ์ยอมรับค่าคลาดเคลื่อน 6 ตัวอย่าง และปริมาณสารสำคัญเกินกำหนดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข 3 ตัวอย่าง 


          "ดังนั้น ผู้บริโคควรให้ความสำคัญต่อการเลือกซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมผม โดยก่อนซื้อควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีฉลากภาษาไทย ระบุชื่อ ประเภทเครื่องสำอาง ส่วนประกอบสำคัญ ผู้ผลิต สถานที่ผลิต วัน เดือน ปีที่ผลิต คำเตือนบนกล่อง วิธีใช้ มีเลขทะเบียนหรือไม่ และที่สำคัญควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้ตามฉลากทุกครั้ง ปฎิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ควรทิ้งช่วงเวลาในการย้อมผมให้นานกว่า 2 เดือน และไม่ใช้ติดต่อเป็นเวลานาน" 


          หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ย้อมผม สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองเครื่องสาองและวัตถุอันตราย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร. 0-2951-0000 ต่อ 99495 -6 ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 14 แห่ง รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานสาธารณสุขทั่วประเทศ


แหล่งข่าวโดย » แนวหน้า  
[มีนาคม จันทร์ 1,พ.ศ 2553 13:54:04]