ห้องเรียน คุณธรรมพื้นฐาน ปฐมวัย ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

การจัดการห้องเรียนเพื่อพัฒนาคุณธรรมพื้นฐานเด็กปฐมวัย ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

                การจัดการห้องเรียนเพื่อพัฒนาคุณธรรมพื้นฐานเด็กปฐมวัยตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง    ยึดหลักในการจัดการ  6   ประการ ดังนี้

1.       หลักการตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

     หลักการพัฒนาคนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาคนให้มีหลักคิดและหลักปฏิบัติในการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง คือ มีความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดี โดยใช้คุณธรรมนำความรู้ ฝึกให้เด็กรู้จักคิด พูด ทำ อย่างพอดี พอเหมาะ พอควรบนหลักเหตุผล ไม่ประมาทใช้สติปัญญาในทางที่ถูกต้อง ดังนั้นกิจกรรมและประสบการณ์ที่จัดให้เด็กในสถานศึกษาจึงเป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังให้เด็กรู้จักใช้ชีวิตที่พอเพียง เห็นคุณค่าของทรัพยากร ฝึกการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และแบ่งปัน มีจิตสำนึก รักษ์สิ่งแวดล้อม เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมค่านิยม เอกลักษณ์ / ความเป็นไทย

2.       หลักการด้านการตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์

                เด็กจะพัฒนาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อได้รับการตอบสนองตามความต้องการพื้นฐานอย่างพอเพียง ได้แก่ การตอบสนองความต้องการทางกายที่เหมาะสม สมดุล และพอเพียง การตอบสนองความต้องการ ความมั่นคงปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ การตอบสนองความต้องการ การได้รับความรัก และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม เป็นที่ยอมรับและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น และการตอบสนองความต้องการในการรู้จักตนเองทั้งด้านความสามารถและคุณค่าแห่งตนการตอบสนองความต้องการอย่างครบถ้วนพอเพียงเด็กจะเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุขพร้อมที่จะใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดี

3.       หลักการจัดการห้องเรียนเพื่อการเรียนรู้

             เด็กปฐมวัยเรียนรู้จากการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม การจัดชั้นเรียนในระดับปฐมวัยจึงเน้นการใช้วิธีวัสดุที่เด็กสามารถสัมผัสได้ สื่อ วัสดุต่าง ๆ ต้องสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงไปตามเนื้อหาสาระและมีความซับซ้อนตามวัยที่เพิ่มขึ้น การจัดการชั้นเรียนต้องสอดคล้องสัมพันธ์กันระหว่างช่วงเวลาและกิจกรรมที่กำหนดในตารางกิจกรรมประจำวัน นอกจากนั้นการจัดห้องเรียนต้องสอดคล้องกับรูปแบบการสอนของการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเด็กกับครู   ตอบสนองวัตถุประสงค์ในการพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านความรู้ ความรู้สึกนึกคิด และการพัฒนาทักษะทางกาย

4.       หลักการมีส่วนร่วม

                  ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้ได้ดีหากเขาได้เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยที่จะเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ได้เรียนในสิ่งที่สนใจ และได้ทำกิจกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการและความอยากรู้ต่อสิ่งต่าง ๆ การจัดการห้องเรียนจึงเป็นการให้โอกาสเด็กมีส่วนร่วมโดยการคิดสาระที่ต้องการรู้ ร่วมกำหนดวัตถุประสงค์ ร่วมวางแผนกิจกรรม ร่วมกำหนดวิธีการ การรับผิดชอบ การปฏิบัติ และสรุปผล การจัดการชั้นเรียน โดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมจะทำให้ผู้เรียนได้เรียนในสิ่งที่มีความหมายต่อตนเองและสามารถนำไปสู่ความเข้าใจในเรื่องนั้น

5.       หลักการจัดการสภาพแวดล้อม

                ในห้องเรียนระดับปฐมวัย มีหลักการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อการพัฒนาเด็กใน 2 ด้าน คือ การจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพ   และการจัดสภาพแวดล้อมทางจิตภาพ การจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพ คือ การจัดพื้นที่ที่พอเพียง สะดวกในการเคลื่อนไหวและการทำกิจกรรม การจัดมุมการเล่นที่สอดคล้องกับพัฒนาการกิจกรรมและการเล่นเป็นกลุ่มของเด็ก การจัดการจราจรที่เคลื่อนที่ได้อย่างสะดวก  และปลอดภัย ไม่รบกวนผู้อื่น การจัดห้องที่ถูกสุขลักษณะ มีความสะดวก สบาย แสงสว่างที่พอเพียง ไม่มีเสียงดังรบกวน มีอากาศถ่ายเทดี มีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัย   ส่วนการจัดสภาพแวดล้อมทางจิตภาพ ได้แก่ การกระทำเพื่อให้เกิดบรรยากาศที่เป็นสุข ไม่เครียด ไม่มีกฎข้อบังคับให้เด็กรู้สึกกดดัน หรือข้อห้ามมากมายจนเด็กอึดอัด และขาดอิสระในการคิด การกระทำและ การแสดงออก มีบรรยากาศแห่งความเป็นมิตร ความรักใคร่ เอื้ออาทรต่อกัน และมีบรรยากาศที่เด็กรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย

6.       หลักการพัฒนาคุณธรรม

              การพัฒนาคุณธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย สามารถพัฒนาโดยการให้เด็กได้เรียนรู้จากการเลียนแบบจากต้นแบบที่เหมาะสม ได้ฝึกฝนปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และได้รับรู้ผลแห่งการกระทำของตน ทั้งในด้านดีและไม่ดี มีการเสริมแรงเมื่อปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม และการสนับสนุนให้ประพฤติปฏิบัติที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จะต้องให้เด็กเข้าใจและเห็นคุณค่าของคุณธรรมพื้นฐานที่ต้องการ การกำหนดข้อตกลงต่าง ๆ ต้องเกิดจากการตกลงร่วมกัน และยินดีที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงนั้น ๆ

               การจัดการห้องเรียนนั้นครูจะต้องเริ่มวางแผนล่วงหน้า ก่อนเปิดภาคเรียนโดยใช้กระบวนการจัดการ ดังนี้

     1.  การวางแผน (Planning) ครูเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายของระดับชั้นว่าต้องการให้ผู้เรียนเกิดคุณลักษณะเช่นไร แล้วนำไปสู่การกำหนดแนวทาง วางแผนวิธีการที่จะจัดประสบการณ์และจัดห้องเรียน เพื่อนำผู้เรียนไปสู่เป้าหมายนั้น การวางแผนนี้จะต้องนำหลักสูตรสถานศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน และความต้องการของชุมชนมาพิจารณาประกอบด้วย

     2.  การจัดองค์การ (Organizing)  กำหนดงานต่าง ๆ ภายในห้องเรียนว่ามีอะไรบ้าง  ทำงานอย่างไร และนำมาจัดเป็นระบบให้มีความสัมพันธ์สอดคล้องกันเพื่อให้เกิดผลการทำงานที่สนับสนุนเป้าหมายการศึกษาที่วางแผนไว้

     3.  การจัดคณะทำงาน (Staffing) เป็นการจัดคนและระบบงานภายในห้องเรียนให้เป็นฝ่ายต่าง ๆ ตามงานที่มี โดยมุ่งถึงการทำงานสอดคล้องเป็นระบบ เพื่อให้เกิดผลงานที่มีประสิทธิภาพ เช่น การกำหนดนักเรียนที่คอยควบคุมเวลาของการทำกิจกรรม การแบ่งคนรับผิดชอบงานในห้องการกำหนดหน้าที่ของฝ่ายและของผู้เรียนแต่ละคน รวมทั้งบุคลากรอื่นที่เกี่ยวข้อง 

     4.  การอำนวยการทำงาน (Directing) ครูคอยแนะนำ ดูแล สนับสนุน การทำงานของคณะทำงานให้เป็นไปด้วยดี หากมีปัญหาอุปสรรคจะเข้าไปแนะนำช่วยเหลือตามสมควร อาจจะโดย   การบอก อธิบาย ทำตัวอย่างให้ดูหรือเข้าไปร่วมทำ เพื่อให้งานเป็นไปตามระบบที่วางไว้ หรืออาจมอบหมายฝึกฝนให้ผู้เรียนรู้จักการนำตนเอง และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำงาน

     5.  การควบคุม (Controlling) เป็นการดูแลกำกับการดำเนินการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามระบบที่ออกแบบไว้ และเป็นไปตามแผนที่กำหนด โดยการคอยกระตุ้น ส่งเสริม แนะนำ ให้การเสริมแรงตามโอกาสอันควร พยายามหลีกเลี่ยงการบังคับ คาดโทษ ขู่เข็ญหรือตำหนิ ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานอยู่ภายใต้บรรยากาศแห่งความสุข และมีความรู้สึกเชิงบวกต่อการทำงานเพื่อเป้าหมายที่ต้องการ

      หากครูทุกคน...ดำเนินการบริหารจัดการตามขั้นตอน ..การจัดการห้องเรียนเพื่อพัฒนาคุณธรรมพื้นฐานเด็กปฐมวัย ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อย่างเป็นระบบ และมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง สมำเสมอ จะประสบผลสำเร็จแน่นอน