หัวข้อ เศรษฐกิจพอเพียงมีความหมายและความสำคัญเกษตรกรรมต่อความยั่งยืนอย่างไรพร้อมยกตัวอย่างไร

"เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน "ทางสายกลาง" โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเช่นปัจจุบัน

               "เศรษฐกิจพอเพียง"หมายถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบและความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญาและความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์ของเศรษฐกิจพอเพียง ให้ประชาชนพออยู่พอกินสมควรแก่อัตภาพในระดับที่ประหยัด ไม่อดอยากและเลี้ยงตนเองได้ตามหลักปรัชญาของ “เศรษฐกิจพอเพียง”  ในหน้าแล้งมีน้ำน้อยก็สามารถเอาน้ำที่เก็บไว้ในสระมาปลูกพืชผักต่าง ๆ ที่ใช้น้ำน้อยได้โดยไม่ต้องเบียดเบียนชลประทาน  ในปีที่ฝนตกตามฤดูกาลโดยมีน้ำดีตลอดปีทฤษฎีใหม่น้ำก็สามารถสร้างรายได้ให้ร่ำรวยขึ้นได้  ในกรณีที่เกิดอุทกภัยก็สามารถที่จะฟื้นตัวและช่วยตนเองได้ในระดับหนึ่ง โดยทางราชการ  ไม่ต้องช่วยเหลือมากเกินไป อันเป็นการประหยัดงบประมาณด้วย

                ดังตัวอย่างได้แก่ลุงนิล  ที่ปลูกสวนผสมผสานเรียกว่าสวนคอนโดเก้าชั้นซึ่งสามารถมีรายได้ตลอดปี

โดยที่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากสภาวะภายนอก  หรือสภาวะเศรษฐกิจแต่อย่างใด  เพราะหากพืชชนิดใดราคาตกต่ำก็ยังมีพืชชนิดอื่นอีกที่ขายได้ราคาดี

แนวคิดการทำการเกษตรแบบ 9ชั้น โดยพื้นของแก่ทั้งหมดดังต่อไปนี้

        ชั้นที่ 1 เลี้ยงปลา

            ชั้นที่ 2 ปลูกกระช่าย ขมิ้น

            ชั้นที่ 3 ยอดเหลียง  สมุนไพร  พริกขี้หนู

            ชั้นที่ 4 ส้มจิ๊ด

            ชั้นที่ 5 กล้วยเล็บมือนาง

            ชั้นที่ 6 ทุเรียน

            ชั้นที่ 7 พริกไทย

            ชั้นที่ 8 ธนาคารต้นไม้

            ชั้นที่ 9 ไม้ยาง

สังเกตเห็นได้ว่าพืชส่วนใหญที่ปลูกจะเป็นพืชพื้นเมืองดูแลง่าย  นอกจากนี้ยังนำมูลสุกรมาหมักทำปุ๋ยไว้ใช้ได้อีกด้วย