จัดระเบียบการติดตามงาน โดยการจัดทำแผน

    หลายๆ มหาวิทยาลัย มีการติดตามงานที่ดีและมีประสิทธิภาพ สำหรับส่วนพัสดุ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ก็มีการติดตามงานเช่นกัน ที่จะนำมาเขียนนี้เกี่ยวกับการติดตามงานขอซื้อ/จ้าง ซึ่งคิดว่าได้ผลดีและอาจจะเป็นประโยชน์กับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ค่ะ

    ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนค่ะว่า ม.วลัยลักษณ์หรือ มวล. เป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ ดังนั้นงานจัดซื้อ/จ้างก็จะเป็นแบบรวมศูนย์  ไม่เหมือนมหาวิทยาลัยของรัฐที่งานพัสดุ กระจายไปตามคณะหรือสำนักวิชาต่างๆ  ดังนั้น 30 กว่าหน่วยงานทั้งมหาวิทยาลัยจะมะรุมมะตุ้ม ส่งเรื่องมายังส่วนพัสดุ มวล. เพียงหน่วยงานเดียว

   เพื่อจัดระเบียบให้เรื่องขอซื้อ/จ้าง  จากหน่วยงานต่างๆ ส่งมายังส่วนพัสดุ อย่างราบรื่น (ไม่กระจุกตัวส่งมาเยอะในช่วงใกล้สิ้นงบประมาณ) ซึ่งในปีนี้มีประมาณ 500 กว่ารายการ  เราจึงต้องมีการจัดทำแผน เรียกว่า "แผนจัดหา"  (จะต้องทำช่วงต้นปีงบประมาณ) แต่สำหรับบางมหาวิทยาลัยก็จะมีนโยบายในระดับบริหารเลยว่า ให้ทุกหน่วยงานส่งเรื่องมาภายในวันที่ 31 มีนาคม 2553 มิฉะนั้นโดนตัดงบ ดีเหมือนกันนะคะ 

    สำหรับการจัดทำแผนจัดหา ดำเนินการโดยให้หน่วยงานจัดทำข้อมูลมาให้ส่วนพัสดุ อันประกอบด้วย

1. รายการต่างๆ

2. งบประมาณที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

3. ระยะเวลาดำเนินการ ซึ่งประกอบด้วย  ระยะเวลาส่งใบขอซื้อ/จ้าง (ถึงเดือนอะไร)   และระยะเวลาที่ต้องการใช้งาน (ตอนแจ้งให้หน่วยงานกำหนดมา เราต้องแจ้งระยะเวลาจัดซื้อของเราและระยะเวลาที่ผู้ขายส่งของโดยประมาณด้วย) 

    หลังจากให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนจัดหาแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เป็นขั้นตอนที่ทุกหน่วยงานต้องดำเนินการตามแผนที่ทำไว้ หลังจากนั้นส่วนพัสดุ ก็จะมีการติดตาม (คิดว่าได้ผลนะ)  ดังนี้

1. รายงานผลตามแผนจัดหาทุกสิ้นเดือน  ในที่ประชุมบริหาร (ซึ่งมีอธิการบดีเป็นประธาน และมีผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยงานเข้าประชุมด้วย) ในรายงานนี้จะประกอบกราฟ เปรียบเทียบให้เห็นแต่ละหน่วยงานเลยว่า ทำได้ตามแผนเท่าไหร่   สำหรับข้อมูลก็จะมีทั้งเปรียบเทียบแผน และเปรียบเทียบกับงบประมาณด้วย

2. รายงานรายการคงค้าง (ที่ถึงกำหนดแล้วยังไม่ส่งมา) ไปยังหน่วยงานนั้นๆ  รายงานทุกสิ้นเดือนเช่นกัน

   นอกจากเราจะติดตามโดยรายงานผู้บริหารในที่ประชุมรวม และรายงานถึงหน่วยงานแล้ว เรายังมีการติดตามในเชิงรุกโดยการออกสัญจรไปแต่ละหน่วยงานอีกด้วย (เฉพาะหน่วยงานที่ได้รับงบและมีรายการมากๆ อาทิเช่น ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์  ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา ศูนย์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น)  การสัญจรของส่วนพัสดุในปีนี้ซึ่งทำมาเป็นปีที่ 3  ก็จะมีประเด็นหลักๆ คือ

1.  ติดตามการส่งใบขอซื้อ/จ้าง

2.  ทบทวนและทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบว่าด้วยการพัสดุฯ  (เพิ่งปรับปรุงใหม่ในปี 2552) และขั้นตอนการปฏิบัติงานและการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพัสดุ

3. เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงาน เพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการทำงานของส่วนพัสดุ

     จากทั้ง 3 ข้อจะเห็นได้ว่าเราไม่ได้ติดตามงานอย่างเดียว แต่เรายังมาทำความเข้าใจร่วมกันและเชื่อมสัมพันธไมตรีกันอีกด้วย  (เรามีของที่ระลึกติดไม้ติดมือไปฝากด้วยค่ะ)

     หลังจากไปสัญจรครบทุกหน่วยงาน เราก็จะมีการประเมินผลด้วยนะคะ  โดยรายงานผลในที่ประชุมบริหารนั่นแหล่ะค่ะ  ปีที่แล้วหน่วยงานสามารถทำได้ตามข้อตกลงในการสัญจรได้ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์เชียวค่ะ

     และจากการสัญจรปีที่แล้วก็ส่งมามาถึงปีนี้ด้วย ขอยกตัวอย่าง ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ปีนี้สามารถส่งเรื่องมายังส่วนพัสดุได้เกินครึ่งแล้วค่ะ  ดังนั้นในปีนี้เราก็จะไปสัญจรศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์เป็นหน่วยงานสุดท้าย 555 และสำนักวิชาก็ไม่ไปแล้วนะคะ เพราะอาจารย์ซึ่งเป็นผู้กำหนด Spec. ร่วมกับศูนย์เครื่องมือฯ ก็สามารถส่งเรื่องออกมาได้เกือบหมดแล้วค่ะ