ทุกเรื่องราวเล่าขานทางประวัติศาสตร์ควรอ่านสนใจในประเทศเพื่อนบ้านบ้างนะ...

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ช่วงนี้งานการที่ทุกคนเร่งทำก็คงดำเนินไปไม่หยุดนะครับ  ผมเองวันนี้มีประชุมตอนสาย ๆ มีงานตรวจข้อสอบ  มีงานบันทึกการประชุมต่อเนื่องจากเมื่อวานมีงานพบปะชาวครูสังคมในสองวันนี้มีงานแล้วสนุกกับการทำงานนะครับ 

หน้าวังสุลต่านมาเลเซียพระองค์ประทับอยู่เพราะมีธงบนยอดเสา...

น้องเต้กลัวม้า

เห็นคนอื่นถ่ายรูปเลยเอามั่ง

 ช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อตอนลงมาจากยอดเขาเก็นติ้งไฮแลนด์ในประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2553 ท้ายเดือนแห่งความรักแล้ว  เราเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงคือกรุงกัวลาลัมเปอร์จะไปทานอาหารเที่ยงวันกันที่นั้น...

ตึกคู่แฝดใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์

คุณพ่อครับนั้นม้ามายืนทำอะไรละ...ไหน ๆ ตรงนั้นเป็นหน้าวังสุลต่านหรือพระราชาแห่งประเทศมาเลเซียได้ยินมาว่าสุลต่านปัจจุบันอายุน้อยที่สุดมาจากรัฐใกล้ ๆ ยะลา  นราธิวาส

 คือในมาเลเซียเขาจะเปลี่ยนพระราชาหรือสุลต่านทุก 5 ปี

เดินอยู่ใต้ตึกสูงคู่แฝด

 

 เลือกจากสุลต่านประจำรัฐทั้ง 14 รัฐในประเทศมาเลเซียนั้นละ ที่เห็นทหารม้าของวังยืนอยู่ได้มาจากวัฒนธรรมอังกฤษเพราะมาเลเซียตกอยู่ใต้การปกครองของอังกฤษมาก่อนลูกต้องอ่านหนังสือทางประวัติศาสตร์ของประเทศเพื่อนบ้านบ้างนะจะได้เข้าใจ...และตึกข้าวโพดคู่อยู่ไหนละคุณพ่อ  เราไปดูกันเลยนะ นั้นไงละ...เขาสร้างให้เป็นของขวัญเมียนายกมาเลียเซียคนที่ 4 คือนายกดอกเตอร์มหาเดย์  เพราะท่านอยู่ในตำแหน่งนายกนานถึง 21 ปี สร้างความเจริญให้ประเทศมาเลเซียมากที่เรียกว่าดอกเตอร์เพราะท่านเป็นหมอนะ เดิมเป็นลูกชาวนามีบ้านแถวชายแดนไทยนี้ละเรียนจบไปทำงานที่เกาะลังกาวีแล้วได้เป็น ผอ. โรงพยาบาลที่นั้น ทีนี้หัวหน้าพยาบาลมีอายุแก่กว่า 3 ปี  ท่านเลยใช้อำนาจ ผอ. ขอแต่งงาน เมียท่านมีชื่อขึ้นต้นด้วยอักษรอังกฤษตัว H เลยกลายมาเป็นสัญลักษณ์ตึกคู่แฝดนี้เองละ 

 นั่นก็หอคอยสูงอยู่ไม่ห่างกันนักกับตึกข้าวโพดอยากรู้ต้องอ่านให้มาก ๆ นะครับ...อิ อิ อิ...แง่คิดคือ...ทุกเรื่องราวเล่าขานทางประวัติศาสตร์ควรอ่านสนใจในประเทศเพื่อนบ้านบ้างนะ...