ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือนี้โปรดเข้าใจด้วยว่าท่านยังไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยสมบูรณ์นะครับแต่เป็นเพียงหนังสือแสดงการยอมให้เข้าครอบครองที่ดินชั่วคราวเพื่อแสดงสิทธิ์ในที่ดินที่ทางราชการออกให้เพื่อยืนยันว่าท่านเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์อยู่แต่ท่านมีสิทธิจะจำหน่ายจ่ายโอนได้ครับ ซึ่งที่ดินดังกล่าวนี้ท่านอาจได้กรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ต่อไปได้ให้ติดต่อสำนักงานที่ดินไม่เสียตงค์ แต่ถ้าติดต่อทนายรอรับตังค์อยู่...แฮ...แต่ถึงอย่างไร สค.1 ทนายได้ตังค์แน่ๆ...ฮา....
การครอบครองปรปักษ์ที่ดิน....เจ้าของที่ดินต้องรู้
กลับมาแล้วครับหายไปหลายวันคิดถึงชาว G2K ทุกท่าน
ก่อนอื่นต้องขออภัยต่อทุกท่านที่ติดตามอ่านบทความของผมที่ขาดหายไปประมาณ หนึ่งอาทิตย์ เหตุเพราะไปทำศึกกับเจ้าไวรัสโทรจัน และไวรัสตัวอื่นๆอีกสองสามตัว กว่าจะกู้ข้อมูลส่วนที่ยังไม่ได้ทำแบ็คอัพไว้ก็ทำเอาเสียหายไปบางส่วน ซึ่งเป็นไฟล์ภาพที่ถ่ายมาใหม่และยังไม่ได้ทำแบ็คอัพไว้เป็นส่วนใหญ่ แต่ในส่วนข้อมูลเกี่ยวกับคดีไม่เสียหายเลยเพราะทุกครั้งที่พิมพ์งานเสร็จ ผมจะแบ็คอัพเก็บไว้ทันที กลัวข้อมูลเสียหายและการแบ็คอัพก็ใช้เวลาสั้นๆ ไม่เหมือนไฟล์ภาพที่แบ็คอัพแต่ละทีต้องใช้เวลามากพอควร ก็ฝากเป็นบทเรียนมายังทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความครับ ขยันทำแบ็คอัพข้อมูลของท่านเก็บไว้บ่อยๆเน่อเวลาเจ้าไวรัสจะเข้าไปทำศึกกับท่าน ไอ้เจ้านี้จะไม่มีการใช้กฎหมายสากลประกาศสงครามก่อนเด็ดขาด ก็นึกเสียดายภาพหลายๆภาพกว่าจะถ่ายได้แสง มุม ที่ต้องการ เออ...เศร้าน่าสงสารนะ
เอาหละครับกลับมาเข้าเรื่อง
ผมจะไม่ถามว่าท่านเคยได้ยินคำว่า ปรปักษ์ หรือไม่แต่จะถามว่าท่านทราบความหมายของคำว่า ปรปักษ์ อย่างไร เอาเท่าที่เข้าใจผมเชื่อว่าท่านทราบดีว่าหมายถึง ความขัดแย้ง ความไม่ลงรอยกัน ความเป็นภัยคุกคาม หรืออาจหมายถึง ฝ่ายอื่น ข้าศึก ศัตรู ส่วนคนที่บ้านเวลาเราแอบไปมีสายซ้อน(กิ๊ก) อย่างไหนถือเป็นปรปักษ์....ฮา...ผมไม่กล้าตอบได้แค่นึก...ฮา...เอาเท่านี้ก่อนครับ
คำว่าปรปักษ์นี้ในทางกฎหมาย บางท่านชอบเอามากๆ แต่บางท่านเกลียดเอามากๆเช่นกัน ทำไมผมถึงว่าอย่างนี้
ในทางกฎหมายนะ ถ้าใครเป็นเจ้าของที่ดิน แล้ววันร้าย คืนก็ร้าย (จะวันดีคืนดีไม่ได้ครับ) มีบุคคลอื่นเข้าไปแย่งการครอบครองจากเจ้าของที่ดิน และพออยู่มาครบ 10 ปี ก็อ้างการครอบครองปรปักษ์ไปร้องศาลให้มีคำสั่งให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินตกเป็นของตน กรณีนี้ใครเป็นเจ้าของที่ดินที่ถูกแย่งการครอบครองก็จะเกลียดคำว่า ปรปักษ์ แต่ในทางกลับกันผู้ที่เข้าไปแย่งการครอบครองมาก็จะชอบคำว่า ปรปักษ์ มาก
แต่ท่านเชื่อหรือไม่ว่าคำนี้ทนายทุกท่านชอบ เหตุที่ชอบเพราะได้ตังค์.....ฮา......
ที่ผมบอกว่า ปรปักษ์ หมายถึง ความขัดแย้ง
ตรงนี้แหละทนายถึงมีอาชีพ......ฮา.....
ถ้าทุกคนรักสามัคคีกันทนายจะน่ารักน่าสงสารแค่ไหน.......อิ.อิ.
ผมคนหนึ่งหละได้ตังค์เพราะคำว่า ปรปักษ์ โดยไม่ต้องไปศาลเพื่อว่าความเลย
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2539 ขณะนั้นผมทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ (GM.)ของโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง เพราะที่โรงแรมแห่งนี้มีปัญหาเรื่องแรงงานบ่อยผู้จัดการท่านอื่นรับมือไม่ไหว ท่านประธานบริษัทจึงส่งผมไปทำหน้าที่แทนเพื่อประหยัดค่าจ้างทนายความ ในระหว่างที่ทำหน้าที่อยู่ประมาณ 8 เดือน แขกของโรงแรมท่านหนึ่งเข้ามาพักและได้สอบถามพนักงานโรงแรมว่ารู้จักทนายความในกรุงเทพบ้างหรือไม่ จึงได้มาพบผมต้องการว่าจ้างให้เป็นทนายความ เมื่อสอบถามทราบว่าไม่ยอมว่าจ้างทนายความในจังหวัดที่ท่านอยู่ เพราะไม่มั่นใจกลัวว่าทนายความจะไปรู้เห็นเป็นใจกับอีกฝ่าย ผมก็ขอดูเรื่องทราบว่าท่านเป็นเจ้าของที่ดินและได้รับสำเนาคำร้องจากศาลแจ้งว่าที่ดินของท่านมีผู้ร้อง (บุคคลที่แย่งการครอบครอง) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแต่ผู้เดียวโดยการครอบครองปรปักษ์ เนื้อที่ประมาณ 17 ไร่เศษ ผมพบว่า ที่ดินแปลงนี้เดิมเป็น น.ส.3 ก. และทางสำนักงานที่ดินได้ออกเป็นโฉนดให้ในปี 2539 จึงอธิบายว่าไม่ต้องตกใจกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้ท่านผู้ร้องไม่สามารถจะขอให้ศาลสั่งให้เป็นกรรมสิทธิ์ของท่านผู้ร้องได้ เพราะที่ดินเดิมไม่ได้ถือว่าเป็นที่ดินมีกรรมสิทธิ์ท่านเองก็ไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ท่านมีเพียงสิทธิการครอบครองเท่านั้นเมื่อท่านได้รับแจกโฉนดที่ดินมาในปีนี้ ท่านผู้ร้องไม่มีทางจะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน เพราะยังถือว่าครอบครองไม่ครบ 10 ปี เดิมคงมีแต่เพียงการแย่งสิทธิการครอบครองเท่านั้น แต่เมื่อท่านได้รับโฉนดมาแล้วสิ่งที่ควรทำคือไปแจ้งตำรวจให้ดำเนินคดีผู้ร้องฐานบุกรุกจะดีกว่า ไม่ต้องเสียเวลาไปต่อสู้คดี หากศาลตรวจดูโฉนดแล้วรับรองว่าศาลต้องสั่งยกคำร้องแน่นอน ไม่ต้องเสียเงินค่าจ้างทนายที่ไหนทั้งนั้น ให้อยู่เฉยๆไม่ต้องไปศาลก็ชนะคดีได้เลย
ท่านไม่เชื่อที่บอกครับ แถบยังบอกว่าทนายทางจังหวัดของท่านก็พูดแบบเดียวกัน บอกไม่ต้องไปศาล ท่านเลยไปที่ศาลเจ้าหน้าที่ศาลบอกให้ไปหาทนายความมาต่อสู้คดี ก็ขอร้องผมเป็นทนายความให้ ผมถามอีกครั้งว่าจะยอมเสียเงินค่าจ้างทนายความทำไมในเมื่อคดีนี้ชนะโดยไม่ต้องไปศาล ท่านบอกว่ากลัวแพ้ไม่อยากเสียที่ดินไป ผมเสนอเงื่อนไขว่า หากผมรับเป็นทนายความให้ ผมจะทำคดีตามวิธีการของผมส่วนผมจะไปศาลหรือไม่ไปศาลให้เป็นเรื่องที่ผมตัดสินใจเอง แต่ผมจะรับรองผลคดีให้ว่าสำหรับคดีนี้ชนะแน่นอน ถ้าตกลงผมคิดค่าทนายความและค่าเดินทางค่าใช้จ่ายทั้งหมดเหมารวม 50,000บาท ปรากฏว่าท่านตกลงและจ่ายเงินทั้งหมดทันที
เมื่อรับเงินมาผมก็เดินทางไปยังสำนักงานที่ดินและที่ศาลพร้อมท่านลูกความก่อนวันนัดประมาณ หนึ่งเดือน เมื่อตรวจดูสำนวนที่ศาลและสาระบบของสำนักงานที่ดินแล้วยิ่งมั่นใจว่าชนะคดีแน่นอน จึงเดินทางไปสถานีตำรวจแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ร้องในข้อหาบุกรุก แล้วให้พนักงานสอบสวนไปเชิญตัวผู้ร้องมาพร้อมกับท่านทนายของผู้ร้อง จึงทำข้อตกลงต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่าหากฝ่ายผู้ร้องแพ้คดีในทางแพ่งที่กำลังร้องศาลอยู่จนคดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องยินยอมจะขนย้ายออกจากที่ดินพิพาททันที ผมเลยขอท่านทนายผู้ร้องให้ทำคดีโดยสืบให้เสร็จในนัดเดียว เพื่อศาลชั้นต้นจะได้ตัดสินโดยไว และหากท่านแพ้คดีจะอุทธรณ์คดีต่อไปก็ได้เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วให้ ปฎิบัติตามที่ได้ตกลงกันไว้ ส่วนทางผมจะไม่เข้าไปต่อสู้คดีใดๆ แต่ถ้าท่านไม่สืบให้เสร็จในนัดเดียวผมจะเข้าไปในคดีให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายตามมาตรา 24 ทันที และจะดำเนินคดีอาญากับผู้ร้องโดยจะไม่ตกลงใดๆกันอีก
ผลคดี ปรากฎว่าศาลชั้นต้นตรวจดูโฉนดที่ดินในวันนัดแล้วสั่งงดสืบพยาน แล้วพิพากษายกคำร้อง ต่อมาผู้ร้องขออนุญาตศาลอุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาทันที โดยผู้ร้องอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาต จากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ
ผลศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
พักโทรเลื่อนนัดสายซ้อน(กิ๊ก)ก่อนก็ได้นะ..ฮา...
กลับมาเข้าเรื่องต่อครับ
เห็นยังครับผมได้ตังค์โดยไม่ต้องไปว่าความที่ศาลเลยแม้แต่นัดเดียว ถ้าลูกความผมเชื่อตามที่ผมหรือท่านทนายในจังหวัดของท่านแนะนำก็ไม่ต้องเสียเงิน 50,000 บาทให้ผมเป็นค่าวิชา
ที่นี้ท่านคงสงสัยว่า เออ....มันไม่ไปศาลรับแต่ตังค์แล้วชนะคีดได้ไง....งง....
คราวหน้าถ้าทนายบอกอะไรเชื่อดีกว่าไม่เสียตังค์....ฮา....
คือเรื่องมันเป็นเช่นนี้ครับที่ผมมั่นใจถึงกับไม่ไปศาลเพราะ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1382
บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดย
เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์
ตามกฎหมายที่กล่าวนี้ผมขออธิบายเฉพาะเรื่องครอบครอง อสังหาริมทรัพย์ติดต่อกัน 10 ปี เท่านั้น ส่วนสังหาริมทรัพย์จะปล่อยไว้ให้ งง ต่อไป ฮา.....
ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าอะไรคืออสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย
ท่านไม่ต้องสนเรื่องมาตรานะเพราะไม่ได้นำไปใช้ให้เป็นหน้าที่ของนักกฎหมายไว้หากินกันมั่ง อิ.อิ.
คำว่า อสังหาริมทรัพย์ ความหมายทางกฎหมายคือ ที่ดินและทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินมีลักษณะเป็นการถาวรหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นและหมายความรวมถึงทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับที่ดิน หรือทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดิน หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นด้วย
เอา...งง...อีกครับ ว่าแต่...เออ...แล้วมันคืออะไรแน่ จะทำไงให้เข้าใจวะ...
เอางี้เข้าใจง่ายๆ อสังหาริมทรัพย์ ก็คือ ที่ดิน บ้านพร้อมที่ดิน ไม่ต้องไปมองอย่างอื่นเพราะถ้ามองจะแตกสาขาออกไปอีกเช่น ไม้ยืนต้นที่ปลูกลงบนที่ดินก็ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์ แต่ถ้าตัดไม้ออกไปจากที่ดินแล้ว ไม้ต้นนั้นกลายร่างเป็นสังหาริมทรัพย์ เลยจะยิ่ง ...งง..งง..และ...งงโคตร..ฮา....
เอาเพียงว่า อสังหาริมทรัพย์ หมายถึง ที่ดิน หรือบ้านพร้อมที่ดิน เท่านี้พอ
ภายหน้าหากท่านจำเป็นต้องตีความให้รู้ว่าอะไรคืออสังหาริมทรัพย์ และอะไรคือ สังหาริมทรัพย์ ให้เป็นหน้าที่ของทนายความหรือนักกฎหมาย เพราะถึงตอนนั้นท่านเตรียมอย่างเดียว ตังค์....ฮา...
ที่นี้พอเข้าใจแล้วมาดูต่อครับ
คือในตอน ท้ายของ มาตรา 1382 ที่ว่า
“ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์”
ผมขีดเส้นใต้คำว่า กรรมสิทธิ์ มีความหมายว่า ความเป็นเจ้าของทรัพย์และสิทธิทั้งปวงที่ผู้เป็นเจ้าของมีอยู่เหนือทรัพย์สินโดยสมบูรณ์ เอาเท่านี้พอขืนต่อเดี๋ยวผมงงไปด้วย....อิ.อิ.
คราวนี้มาแปลมาตรา 1382 กัน จะเห็นว่าตามมาตรานี้มีความว่า
“บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี (ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้) ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์ ”
ผมจะไม่อธิบายแปลความส่วนที่วงเล็บไว้เดี๋ยวยาว (เออ...แล้วที่อ่านมาสั้นหรือไงวะ...ฮา....)
คือตามมาตรานี้วาง หลักเกณฑ์แห่งการครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์ ไว้ 6 ประการเอาเป็นว่าหากท่านต้องการแย่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของใครท่านต้องมีองค์ประกอบครบทั้ง 6 ประการ ดังนี้
1. ท่านต้องไม่ใช้เจ้าของทรัพย์สินนั้น แต่เข้าครอบครองทรัพย์สินนั้น
2. ทรัพย์สินนั้นต้องเป็นของผู้อื่น
3. ท่านต้องครอบครองโดยความสงบ ในที่นี้คือท่านจะไปข่มขู่ ใช้กำลัง หลอกลวง และต้องไม่มีใครมาหวงห้าม กีดกัน แสดงความเป็นเจ้าของกับท่าน
4. ท่านต้องครอบครองโดยเปิดเผย คือไม่มีการปิดบังซ่อนเร้นอำพรางใดๆ
5. ท่านต้องครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ คือ ตั้งใจที่จะเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นจริง
6. ถ้าท่านครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ต้องครอบครองติดต่อกันสิบปี
เมื่อท่านทำครบทั้ง 6 ประการแล้ว ท่านได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นตามกฎหมายครับ
ที่นี้ต้องเข้าใจต่อครับว่า วิธีการนี้เป็นการแย่งกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ก็คือที่ดิน หรือบ้านพร้อมที่ดิน คราวนี้มาดูว่าที่ดินประเภทใดที่ถือได้ว่าเจ้าของที่ดินมีกรรมสิทธิ์และจะถูกแย่งการครอบครองได้บ้าง
ผมเคยอธิบายไว้ในบันทึกก่อนๆแล้วไปดูได้ที่นี้ครับว่าที่ดินที่มีเอกสารแสดงสิทธิมีหลายประเภทมากเช่น
· น.ส.2 หรือ ใบจอง
· ใบเหยียบย่ำ
· น.ส. 3 และ น.ส. 3 ก และ น.ส. 3 ข หรือที่เรียกว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ส่วนไม่มีอักษรต่อท้าย กับอักษร ก.ไก่ ต่อท้าย นั้นออกโดยนายอำเภอ แต่อักษร ข. ไข่ ออกโดยเจ้าพนักงานที่ดิน
· น.ส. 5 หรือเรียกว่า ใบไต่สวน
ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือนี้โปรดเข้าใจด้วยว่าท่านยังไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยสมบูรณ์นะครับแต่เป็นเพียงหนังสือแสดงการยอมให้เข้าครอบครองที่ดินชั่วคราวเพื่อแสดงสิทธิ์ในที่ดินที่ทางราชการออกให้เพื่อยืนยันว่าท่านเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์อยู่แต่ท่านมีสิทธิจะจำหน่ายจ่ายโอนได้ครับ ซึ่งที่ดินดังกล่าวนี้ท่านอาจได้กรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ต่อไปได้ให้ติดต่อสำนักงานที่ดินไม่เสียตงค์ แต่ถ้าติดต่อทนายรอรับตังค์อยู่...แฮ...แต่ถึงอย่างไร สค.1 ทนายได้ตังค์แน่ๆ...ฮา....
ที่ดินประเภทนี้จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์แห่งการครอบครองปรปักษ์ ผมถึงได้ขีดเส้นใต้ไว้ตรงคำว่า กรรมสิทธิ์ เพื่อให้เข้าใจว่านี้เป็นการแย่งกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ ที่ดินตามที่ว่ามานี้เมื่อเจ้าของที่ดินยังไม่มีกรรมสิทธิ์ จึงแย่งการครอบครองโดยปรปักษ์ไม่ได้ ต่อให้ครอบครองต่อเนื่องกันมาเป็นร้อยๆปีก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ครับ
ก่อนไปต่อรับสายซ้อนอีกครั้งก่อนก็ได้ครับ...เดี๋ยวงอน..อิ.อิ.

สวัสดีค่ะท่านทนาย
สวัสดีครับ คุณ
ป้าเหมียว
ดีแล้วครับที่ป้าไม่เรียนให้จบกฎหมาย ไม่งั้นผมจะถูกแย่งอาชีพ...อิ.อิ.
และขอบคุณครับสำหรับคำถามที่จะยังประโยชน์ต่อท่านอื่นๆ
ป้าถามผมว่า ที่ดิน สทก.ของป้าถูกผู้อื่นเข้ามาทำกินในที่ สทก.ของป้าจะฟ้องไล่ได้หรือไม่
ก่อนตอบขอทำความเข้าใจก่อนนะครับป้า ว่า ที่ดิน สทก.นี้เป็นเยี่ยงใด
หนังสือ สทก.นี้ย่อมาจาก สิทธิทำกิน ออกให้โดยกรมป่าไม้ซึ่งดำเนินการออกหนังสือให้สิทธิทำกิน (สทก.)แก่ราษฎร ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2525 และในเวลาต่อมา รัฐได้ตราพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 กำหนดไว้ในมาตรา 16 ทวิ และมาตรา 16 ตรี เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้เข้าทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติได้โดยไม่เดือนร้อนและมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวรับรองว่าสิทธิทำกิน (สทก.) ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่กรมป่าไม้ทำหนังสือมอบให้นั้นถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในกฎหมายและระเบียบข้องการได้มาซึ่ง สทก.จะมีข้อกำหนดอนุญาตให้ไว้คราวละ 5 ปี โดยอนุญาตให้ตามที่ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินเท่าที่ทำจริงๆแต่ให้ได้ครอบครัวละไม่เกิน 20 ไร่ เมื่อครบ 5 ปีก็ต้องต่ออายุ สทก.ให้อีกคราวละ 5 ปี และยังกำหนดให้ต้องปลูกป่าไว้ด้วย ซึ่งผู้ได้รับ สทก.จะต้องปฏิบัติตาม
ดังนั้นหากป้าเหมียวมีหนังสือ สทก.ที่กรมป้าไม้หรือหน่วยงานของรัฐออกให้ หากมีผู้อื่นเข้ามาแย่งทำกิน ป้าสามารถฟ้องขับไล่ได้ครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาให้กำลังใจเสมอมา
สวัสดีครับคุณ
บุษรา
ขอบคุณครับสำหรับช่อดอกไม้สวยๆ ผมหายไปหลายวันคิดถึงชาว G2K ทุกท่านเมื่อกลับมาก็ได้รับการตอนรับอย่างอบอุ่นเสมอ
ขอบคุณครับที่แวะมาให้กำลังใจตลอดมา
สวัสดียามดึกค่ะคุณชาย
ไม่ได้ทักทายคุณชายซะนาน...คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ไปหาไรทานเดี๋ยวมาอ่านต่อค่ะ
สวัสดีครับคุณอิง
คนสวยหน้าตาดี
ชื่นใจจังที่มีคนสวยหน้าตาดีคิดถึง อิ.อิ.
คุณอิงหายไปนานนะครับ คงทั้งเรียนทั้งงานหนักนะครับ
ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ ทานอาหารมากๆจะได้อ้วนสมบูรณ์น่ารัก....อิ.อิ.
ขอบคุณครับที่แวะมาให้กำลังใจ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับคุณครู
ดาวเรือง
แฮ..ถ้าขืนไปหากิ๊ก ผมไม่มีสิทธิว่าฟามให้ตัวเอง แถวบ้านบอก ตาย!
ใจร้ายเน่อ....ฮา....
เกี่ยวกับเรื่องที่ดิน สค.1 ต้องขอขอบพระคุณครับที่ถามจะได้ยังประโยชน์ต่อท่านอื่นๆด้วย (คำตอบอาจยาวไปหน่อยแต่จำเป็นครับ)
ก่อนตอบคำถามขอชี้แจงก่อนครับ
คือผมได้แจ้งเตือนไว้แล้วว่าหากท่านใดมีที่ดินเป็น สค. 1 ให้รีบไปยื่นขอออกเป็นโฉนดที่สำนักงานที่ดินก่อนวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 แต่เนื่องจากวันสุดท้ายเป็นวันหยุด จึงยื่นได้ในวันที่ 8 เพราะหากเกินกำหนดดังกล่าว กฎหมายใหม่มีผลบังคับ ผู้มีที่ดิน สค.1 ไม่สามารถยืนขอออกโฉนดที่สำนักงานที่ดินได้โดยตรง ต้องว่าจ้างทนายความให้ยื่นคำร้องกับศาลเท่านั้นและเมื่อศาลมีคำสั่งให้ออกโฉนดให้แล้วจึงนำเรื่องไปยื่นที่สำนักงานที่ดินอีกที ขั้นตอนการทำเรื่องจะอยากกว่ามากครับ
ตอบคำถามครับ
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ที่ดิน สค. 1 คืออะไร
ที่ดิน ส.ค.1 เป็นเพียงแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ที่ผู้แจ้งการครอบครอง (คนที่มีชื่อใน ส.ค.1) จะได้เพียงสิทธิครอบครองและสิทธิในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนั้น แต่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หากจะซื้อขายหรือโอนก็ทำได้เพียงส่งมอบสิทธิครอบครองในที่ดิน ส.ค.1 ให้กับผู้ซื้อหรือผู้รับโอนเท่าก็ถือว่าสมบูรณ์แล้วครับ
ที่นี้ที่ถามว่า
ที่ยังไม่มีโฉนด (เป็นสค.1 )ได้รับมาจากมารดา
คำตอบ
ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า ระยะเวลา 10 ปีใช้ได้ในเรื่องการครอบครองปรปักษ์ที่ดินที่เป็นโฉนดที่ดิน กับ โฉนดตราจอง เท่านั้นเพราะเป็นที่ดินซึ่งมีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย ส่วนที่ดินตามเอกสารอื่นๆเจ้าของที่ดินยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายจึงนำเรื่องระยะเวลา 10 ปีมากำหนดไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้รับรองกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้ และที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ทั้งสองแบบนั้น เจตนนาของกฎหมายไม่ต้องการให้แย่งกันได้ง่ายๆจึงกำหนดระยะเวลาให้มากถึง 10 ปี
ส่วนที่ดินตามเอกสารอื่นๆกฎหมายไม่ได้รับรองกรรมสิทธิ์ให้ เจ้าของที่ดินจึงต้องดูแลทำประโยชน์ค่อยระวังไม่ให้บุคคลอื่นเข้าไปครอบครองได้ เพราะที่ดินประเภทนี้จะถูกแย่งสิทธิครอบครองได้ง่ายมาก อย่างเช่นที่ดิน สค.1 นี้เมื่อถูกแย่งการครอบครองแล้วเจ้าของที่ดินไม่ฟ้องเรียกคืนภายใน 1 ปีก็จะสูญสิทธิครอบครอง
ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1375
ถ้าผู้ครอบครองถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายไซร้ท่านว่าผู้ครอบครองมีสิทธิจะได้คืนซึ่งการครอบครองเว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเหนือทรัพย์สินดีกว่าซึ่งจะเป็นเหตุให้เรียกคืนจากผู้ครอบครองได้
การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้น ท่านว่าต้องฟ้องภายในปีหนึ่งนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง
ดังนั้นกรณีตามคำถามยังไม่ถือว่าเป็นการแย่งการครอบครอง เพราะยังมีการส่งผลิตผลเป็นการตอบแทนในการให้สิทธิทำกินในที่ดิน สค. 1
สิ่งที่ควรทำ คือเรียกผู้ทำกินมาทำหนังสือให้ชัดแจ้งว่าตนเข้าทำกินในที่ดินดังกล่าวโดยได้รับอนุญาตจากคุณครู หากปล่อยไว้ในอนาคต รุ่นลูกรุ่นหลานอาจมีปัญหากันได้ และไม่ควรปล่อยให้เป็น สค. 1 เช่นนี้ต่อไปครับ ควรให้ทนายความจัดการยื่นคำร้องกับศาลขอออกเป็นโฉนดที่ดินเสียนะครับ
อิ.อิ.บอกแล้วคบทนายเสียตังค์จนได้...ฮา...
ขอบพระคุณครับที่แวะมาให้กำลังใจ
แวะมาทักทายค่ะ ..เห็นว่าหายไปนาน..ยังสบายดีอยู่นะ
สวัสดีครับคุณครู
ปริมปราง
ขอบคุณครับ สบายดีอยู่ครับ
ผมหายไปเพราะรอเวลาให้คุณครูเปลี่ยนภาพให้สาวและสวยขึ้นเสียก่อน อิ.อิ.
หายไปหนึ่งอาทิตย์เพราะไปรบกับเจ้าไวรัสโทรจันมาครับ ไฟล์ภาพเสียหายไปหลายสิบภาพกู้คืนไม่ได้เพราะความขยันมีน้อยเลยโดน....เศร้าเลย...หาคนปลอบใจอยู่ครับ...แฮ..
ยังไม่ได้แวะไปเข้าห้องเรียนของคุณครูเลยครับตั้งแต่กลับมา
ขอบพระคุณที่แวะมาให้กำลังใจครับ
สวัสดีค่ะ พี่เข้ามาดูอีกที...ตอนนี้เปลี่ยนรูปใหม่แล้วนะ...สาวและสวยหรือเปล่าไม่แน่ใจ...ของอย่างนี้แล้วแต่คนดู...อิ..อิ
สวัสดีครับคุณครู
ปริมปราง
ภาพนี้ต้องดูให้นานๆครับ แล้วนึกถึงตอน 18 สวยครับ....อิ.อิ.
ขอบคุณครับที่แวะมาให้กำลังใจอีกครั้ง
มาเยี่ยมบ้านคุณชายพร้อมนำดอกไม้มาฝากก่อนนอนค่ะ
สวัสดีค่ะคุณทนายแปดฯ ห่างหายไปเพราะรบกับเจ้าการงานวุ่นหลายค่ะ
ตอนเรียนกม. จำได้แค่ว่าอสังหา ๑๐ สังหา ๕ ... ปรปักษ์หรือไม่ทราบค่ะ อิ อิ
ว่าแต่ หัวใจ นี่เข้าข่ายเงื่อนไขไหนดีคะ จะได้รู้ว่าต้องใช้เวลาครอง ? ปี ฝันดีค่ะ
สวัสดีครับคุณอิงคนสวยหน้าตาดี
ขอบคุณครับที่แวะมากอีกรอบพร้อมดอกไม้สวยมาฝากก่อนนอน
คุณอิงลองถ่ายภาพดอกไม้ในแบบย้อนแสงดูซิครับวัดแสงที่เกษรดอก
โดยเฉพาะชบาจะมีแสงโบเก้ที่สวยมากครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ
สวัสดีครับคุณ
poo ดำอันดามัน
ทำงานหนักอย่าทานมากนะ เดี๋ยวจะกลายร่างเป็น อ้วนดำอันดามัน...อิ.อิ..
พักผ่อนบ้างครับ จะได้สวยใสน่ารัก เช่นน้องฟ้า อันดามัน
แฮ...หัวใจนี้หากครอบครองปรปักษ์นานเกิน 10 ปี มันทรมานพิลึกกิกกือหละ...
ขอบคุณครับที่แวะมาให้กำลังใจ
แวะมาอีกรอบ ถ่ายภาพไม่เก่งหรอกค่ะ กล้องก็ดิจิตอลแบบถูกๆ ไว้ไปลองหัดถ่าย หากได้ผลยังไงจะนำมาฝากอีกนะคะ
สวัสดีครับคุณอิง
คนสวยหน้าตาดี
ขอบคุณครับสำหรับภาพในหน้าพุทธองค์ ภาพนี้งามจริงๆครับ
คุณอิงครับภาพที่คุณอิงถ่ายได้มุมสวย และชัดดีแล้วครับ
ผมชี้แนะแค่ให้ลองถ่ายในมุมย้อนแสงดูบ้าง จะได้แสงที่สวยขึ้นมาก
ส่วนกล้องไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงครับ กล้องราคาถูกก็ถ่ายได้สวย
ดูจิตรกรบางท่านไม่ใช้ภู่กัน ใช้เพียงนิ้วมือก็วาดภาพให้สวยมีจินตนาการได้
ขอบคุณอีกครั้งครับสำหรับภาพใบหน้าพระพุทธองค์
สวัสดีครับคุณ
นก บุษรา
ขอบคุณสำหรับช่อดอกไม้ครับ
ผมเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพดอกไม้ทุกชนิดทั้งที่รู้จักชื่อและไม่รู้จักชื่อ
ขอให้เป็นดอกไม้ชอบหมด เห็นภาพดอกไม้ที่ไหนต้องแวะดู
ขอบคุณอีกครั้งครับที่แวะให้กำลังใจบ่อยๆ