• เรียน ท่านอาจารย์สุรเชต  น้อยฤทธิ์ ที่เคารพ  วันนี้วันที่ 2 กุมภาพันธ์แล้ว  แต่ดิฉันขออนุญาตส่งบันทึกอีกฉบับนะค่ะ  เนื่องจากวันที่ 24 - 28 ก.พ.ที่ผ่านมาต้องเดินทางไปมาเลเซียและสิงคโปร์ เลยไม่มีโอกาสได้ส่งบันทึกดเพิ่มอีก

         จากการที่ได้เดินทางไปเที่ยวที่มาเลเซียและสิงคโปร์ ดิฉันก็จะขอเล่าเรื่องแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อน ๆ

         วันที่เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิก็ต้องเคลียร์ประเป๋ากันใหญ่  ไม่ให้มีของเหลวในประเป๋า  โดยเฉพาะกระเป๋าที่สะพายต้องมีสิ่งที่เป็นเหล็กหรือของแหลม  จากนั้นเดินผ่นบันไดเลื่อนเข้าสู่เครื่องบิน  และบินออกจากสุวรรณภูมิ  9.00 น. ถึงสนามบินกัวลาลัมเปอร์มาเลเซียประมาณ 11.00  น. แต่เป็นเวลา 12.00 น.ของมาเลเซีย  เนื่องจากเวลาเขาจะเร็วกว่าเรา  1  ชั่วโมง ตอนลงจากเครื่องต้องเดินตากแดดกลางสนามบินเข้าสู่อาคารผู้โดยสาร  มาเลเซียจะแบ่งการปกครองออกเป็นรัฐ  แต่ละรัฐจะมีสุลตาน  ฉะนั้นความเจริญจะอยู่ทุกๆรัฐ  ไม่ได้รวมอยู่จุดเดียวเหมือนกรุงเทพ   ตอนนี้เมืองที่ร่ำรวยที่สุด จะเป็นรัฐที่อยู่ใต้สุดที่ติดกับสิงคโปร์  เพราะจะมีนักท่องเที่ยวผ่านไปผ่านมา  มีคาร์แคร์ตลอดเส้นทางเปิดบริรตลอด 24  ชั่วโมง และมีคนสิงคโปร์เข้ามาจับจ่ายสิ่งของ  อัตราแลกเปลี่ยนไทย  กับมาเลเซียประมาณ  10  บาท ต่อ 1 RM ของมาเลเซีย  ไทยกับสิงคโปร์จะเป็นประมาณ 25 บาท ต่อ 1 ดอลสิงคโปร์  

       สิ่งที่ประทับใจในมาเลเซียคือ ตึกสูงเด่นจะอยู่คู่กับป่าไม้ตามธรรมชาติที่ยังคงความสมบุรณ์เหมือนไม่ใช่ป่าที่อยู่กลางเมือง  ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวในมาเลเซียที่น่าประทับใจคือ เกตติ้ง ที่เขาเนรมิตรภูเขาที่สูงที่สุดในมาเลเซีย ให้เป็นสวนสนุก บ่อนการพนัน ดูหนังฟังเพลง  สวนอาหาร โรงแรม คนที่ไปต้องนั่งระเช้าลอยฟ้าผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่าขึ้นไป   คำพูดที่ได้ยินจากปากคนไทย คือ  เขาทำได้อย่างไร    นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างหอบเงินไปทิ้งไว้ตรงนั้นมากมาย

อาหารมาเลเซียจะไม่มีน้ำปลา และพริกแต่จะหนักที่ซีอิ้วขาว  พืชที่ทำรายได้คือ ปาล์มน้ำมัน  คนส่วนมากจะเป็นคนจีน  อินเดีย  และชาวมาเลเซีย  ภาษาที่ใช้เป็นภาษามาเลอันดับ 1  ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 และภาษาอินเดีย เป็นภาษาที่ 3 ฉะนั้นเด็กมาเลเซียตัวเล็กๆ ทุกๆคนจะพูดภาษาได้ ทั้ง 3 ภาษา

       วันที่สามเดินทางเข้าสิงคโปร์โดยทางรถยนต์ผ่านช่องแคบเล็กๆ สิ่งแรกที่ไกด์ทัวร์แนะนำข้างทางคือ ท่อน้ำจืด 3  ท่อ 2 ท่อแรกเป็นท่อส่งน้ำที่มาเลเซียส่งน้ำดิบไปขายให้สิงคโปร์ ในราคาลิตรละประมาณ 3 บาท แต่อีก 1 ท่อเป็นของสิงคโปร์สำหรับส่งน้ำที่ซื้อมาจากมาเลเซียมาทำเป็นน้ำสะอาดแล้วส่งกลับไปขายให้มาเลเซียดังเดิมในราคา ลิตรละประมาณ 15  บาท 2 ท่อของมาเลรวมกันยังไม่เท่า 1 ท่อ ของสิงคโปร์  ฉลาดจริง ๆ   สิ่งที่ประทับใจในสิงคโปร์คือ ตึกสูงเด่นสลับกับต้นไม้ที่ได้รับการตกแต่งไม่ได้ปล่อยตามธรรมชาติเหมือนมาเลเซีย ที่ชอบมาก ๆคือ บ้านเมืองที่สะอาด  ไม่มีขยะ ตึกสีสวย ๆ เนื่องจากร้ฐบาลเขากำหนดให้ทุกบ้านทุกตึกต้องทาสีทุก ๆ 5 ปี  รถต้องให้สะอาดเงางาม  ตอนกลางคืนสามารถออกมาเดินชมความสวยงามของเมืองได้สบายๆ ไม่มีมัจฉาชีพหรือโจรผู้ร้ายเป็นเมืองที่ปลอดภัย  ทั้งประเทศมีพลเมืองประมาณ 5 ล้านคน  ก่อนขึ้นเครื่องกลับได้เดินดูสินค้าที่สนามบิน  มีแต่สินค้าที่น่าสนใจราคาถูกกว่าที่อื่น  แต่น่าเสียดายเราซื้อมาก่อนแล้ว  จนหมดงบไปแล้ว  น่าเสียดายจัง  ขอฝากนะใครจะไปเที่ยวที่สิงคโปร์ ถ้าจะซื้อของฝาก รอมาซื้อที่สนามบินตอนจะกลับดีกว่า  มีหลากหลาย  ราคาถูกด้วย เราพลาดเพราะไกด์ไม่แนะนำเราเลย แล้วเราก็เดินตากแดดไปขึ้นเรื่องบินกลับเมืองไทย  ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเข้าสู่อาคารผู้โดยสารอย่างสง่า

         นี่แหละคือสิ่งที่น่าภูมิใจของเรา  สนามบินที่ยิ่งใหญ่  หรูหรา ทันสมัยที่สุดในเอเซียไม่ต้องเดินตากแดดเวลาขึ้นหรือลงเครื่อง เหมือนประเทศอื่น