มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดการประชุมเชิงปฎิบัติการ โครงการ “เรียนรู้แนวคิดและเครื่องมือการจัดการความรู้เพื่อวลัยลักษณ์” รุ่นที่ 7 หรือKM รุ่นที่ 7 โดยผู้เข้าร่วมประชุมมาจากหลายหน่วยงาน มีทั้งอาจารย์ เจ้าหน้าที่และพนักงาน

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 ได้ออกจากบ้านเวลา 06.50 น.เพื่อไปขึ้นรถที่จุดนัดหมาย ณ ศาลาประดู่หก แต่กว่าจะได้ออกเดินทางก้อเสียเวลาไปหลายนาทีคือเดินทางประมาณเวลา 07.15 น. และได้รับเพื่อนๆ ที่ได้รอรถที่มวล.เกือบจะ 8โมงเช้าแล้วซึ่งตามกำหนดการจะต้องรับเพื่อนๆที่พักใน มวล.ในเวลา 7.30 น.

                ระหว่างการเดินทางในรถทัวร์ปรับอากาศก็เป็นไปด้วยบรรยากาศสนุกสนานตลอดเส้นทาง เพราะมีนักร้องเสียงทองได้สลับปรับเปลี่ยนในการโชว์ลูกคอ เราได้ใช้เส้นทางถนนสาย Southern ไปจนสุดสายแล้ว U-Turn ไปสู่จ.พังงา และได้ผ่านอำเภออ่าวลึก ซึ่งเป็นถนนแคบๆ (สงสัยจะเป็นเส้นทางลัด) หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ไปถึงจุดหมายคือ โรงแรมบ่อแสนวิลล่า แอนด์ สปา

ในเวลาประมาณ 11.50 น. จึงได้เริ่มรับประทานอาหารกลางวันกันอย่างอิ่มอร่อย เสร็จจากอาหารกลางวัน เวลา 12.50 น.เราก็เริ่มกิจกรรมกันเลย โดยมี ดร.กีร์รัตน์  สงวนไทร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา กล่าวเปิดโครงการฯ บรรยายพิเศษ “ทิศทาง เป้าหมาย KM ในวลัยลักษณ์” โดย ดร.กีร์รัตน์ได้กล่าวว่ากิจกรรม 2-3 วันนี้ถือว่าเป็นการมอบกระบี่แรก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เชื่อว่ากระบี่ หรือ KM เป็นเครื่องมือที่พยายามเทียบเคียง KM กับกระบี่คือถ้าได้ไปแล้วถ้าไม่ไปฝึกให้มีความชำนาญ กระบี่เล่มนั้นก็ไร้ค่า....ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเชื่อว่า KM จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยขับเคลื่อน มวล.ไปสู่เป้าหมายได้

                 คุณนิรันดร์  จินดานาค หัวหน้าหน่วยพัฒนาองค์กร และคุณมณเฑียร สุขกุล จากส่วนกิจการนักศึกษา จัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ “รู้จักตนเอง...รู้จักเพื่อน”  ซึ่งได้ทำให้มีความรู้สึกสนุกนาน เป็นกันเอง ได้รู้จักเพื่อนจากหน่วยงานอื่น

                หลังจากรับประทางอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผศ.ดร.วัลลา  ตันตโยทัย เริ่มด้วยการให้รุ้จักเครื่องมือที่ชื่อว่า BAR: Before Action Review โดยแจกกระดาษรูปหัวใจโดยแบ่งออกเป็น 4 ช่อง โดยเขียน ชื่อเล่น สิ่งที่ชอบมากที่สุด คาดหวังอะไรจาการประชุมครั้งนี้  และเตรียมตัวมาอย่างไร หลังจากนั้นได้ดูวีดิทัศน์ จากโรงพยาบาลบ้านตาก เพื่อตีความจากเนื้อหาที่ได้ดูวีดิทัศน์ว่าได้อะไรบ้าง มีการจัดการความรู้อย่างไรบ้าง

 

เวลา 16.15 น. เป็นช่วงเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การนำเครื่องมือการจัดการความรู้ไปใช้ในหน่วยงาน

  • ส่วนส่งเสริมวิชาการ โดย นางกรมาศ  สงวนไทร (หัวหน้าเราเองค่ะ) ได้แนะนำส่วนส่งเสริมวิชาการว่ามีบทบาทหน้าที่อย่างไรโดยมีการสนับสนุนงานพัฒนาหลักสูตร งานพัฒนาการเรียนการสอน งานประกันคุณภาพ ซึ่งในส่วนส่งเสริมวิชาการมีเจ้าหน้าที่ 11 คน ได้เริ่มใช้ KM เมื่อทุกคนในส่วนเริ่มรู้จักKMเกินครึ่ง โดยก่อนที่จะเริ่มทำงานต้องคุยกันก่อน เมื่อสิ้นสุดการทำงานก็จะมาคุยกันอีกครั้ง ซึ่งปัญหาที่ได้พบเมื่อไม่นานมานี้คือการจัดการประชุม TQF เจอวิกฤติเรื่องต้มน้ำ เสียบปลั๊กแล้วไฟไม่เข้า น้ำไม่เดือด จึงได้เกิดปัญหาขึ้น ซึ่งทุกคนก็เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ พอวันรุ่งขึ้นได้มีการพูดคุยกันว่าจะปรับปรุง พัฒนาอย่างไร จึงนำไปสู่คู่มือปฎิบัติงานที่เจ้าหน้าที่ในส่วนส่งเสริมจะต้องจัดทำกัน
    และกิจกรรมในส่วนส่งเสริมได้มีการเขียนบล็อกโดยผศ.ดร.วัลลา ตันตโยทัย เป็นผู้สอนแนะนำเทคนิคการเขียนบล็อก นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมวาดภาพสีน้ำ และได้เชิญคนจากหน่วยงานอื่นมาเล่าเรื่องแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน
  • ส่วนกิจการนักศึกษา โดย นายมณเฑียร  สุขกุล เป็นที่ปรึกษาหอพัก จะต้องดูแลชีวิคนักศึกษา 24 ชม. เข้าเวรเป็นกะ แนะนำและแก้ปัญหาให้นักศึกษา ถ้าหากว่าแก้ไขไม่ได้ก็จะเชื่อมโยงไปยังฝ่ายต่างๆ ภารกิจแบบนี้จึงมีการพูดคุยกันบ่อยๆ เรียกว่า Case Conference  อีกบทบาทหนึ่งคือส่งเสริมกิจกรรมจะมีการจัดสัมมนาอบรม ใช้กระบวนการเล่าเรื่องไปสัมมนากับนักศึกษา ให้คนที่มีประสบการณ์มาเล่าเรื่อง ซึ่งคุณมณเฑียรเชื่อว่า KM เป็นเครื่องมือชนิดเดียวที่นำมาใช้พัฒนางานและพัฒนาสัมพันธภาพระหว่างบุคคล
  • ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา โดย นางจงสุข  คงเสน เล่าว่าภารกิจของศูนย์บรรณฯเป็นหน่วยงานสนับสนุน เริ่มทำKM เมื่อปีที่แล้ว คนในศูนย์บรรณฯมีส่วนร่วมใน KM ตั้งแต่ยุคแรกๆ ได้เข้าร่วมประชุมหลายครั้งก็รู้สึกว่า KM ดีอยากให้คนในศูนย์บรรณฯรู้เรื่อง 100% .....             
  • สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ โดย ผศ.ดิชิตชัย  เมตตาริกานนท์ในฐานะเป็นอาจารย์ผู้สอนในรายวิชาการจัดการความรู้ ได้เข้าร่วมกับหน่วยพัฒนาองค์กรและได้เข้าร่วมกับ UKM 2 ครั้ง  ต่อมาได้สอนวิชา KM อยากจะบอกว่าทุกคนใช้ KM อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าที่ใช้กันอยู่เป็น KM และให้กำลังใจทุกคนมีความรู้อยู่ในตัว เราต้องไปแสวงหาและควรเอา Tacit ในตัวเราเผยแพร่ แลกเปลี่ยน

เวลา 17.30 น. ได้พักผ่อนตามอัธยาศัย ได้เข้าห้องพักซึ่งเป็นเวลาที่รอคอยมาทั้งวัน เพราะอยากจะรู้ว่าห้องพักตามที่ได้ยินมาจะเป็นไปตามที่ทุกคนกล่าวถึงหรือไม่ ซึ่งก้าวแรกเมื่อได้เข้าห้องพัก ไม่ผิดหวังจริง ๆ ค่ะ เพราะแบบบ้านพักเป็นสไตล์ บาหลี มีสระว่ายน้ำตรงกลางห้องพัก ซี่งได้พักกับร่วมกับ พี่หวานและพี่แอะ ก็ได้ใช้เวลานั้นเก็บภาพบรรยากาศดีๆ ณ บ่อแสนวิลล่า แอนด์ สปา  หลังจากนั้นได้ไปรับประทานอาหารเย็นที่ริมสระน้ำ บรรยากาศดีม๊าก..มาก ชมภาพกันได้เลยค่ะ

 

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยจิตใจแจ่มใส อากาศที่บ่อแสนก็สุดแสนจะบริสุทธิ์ เราเริ่มด้วยการไปรับประทานอาหารเช้าและเริ่มกิจกรรมในเวลา 08.30 น. โดยมีคุณนิรันดร์และคุณมณเฑียร เป็นผู้ดำเนินรายการเพื่อสร้างความพร้อมเพียงให้ผู้เข้าประชุม

ได้มีการทบทวนกิจกรรมของเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 53 และหลังจากนั้น ผศ.ดร.วัลลา ได้บรรยายในหัวข้อ เครื่องมือในสไตล์ Human KM เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หลังจากนั้นมีการคั้นด้วยบรรยากาศกิจกรรมสัมพันธ์กลุ่ม ด้วยกิจกรรม "พายเรือ" หลังจากนั้นให้จับคู่ฝึกกันเล่าเรื่อง เพื่อฝึกการฟัง ซึ่งความรู้สึกในตอนนั้เราจะต้องตั้งใจฟังเรื่องของคู่ของเราโดยจับประเด็นให้ได้มากที่สุด และจะต้องถ่ายทอดเรื่องราวในวัยเด็กให้คู่ของเราฟังโดยจะต้องเล่าเรื่องสั้นๆ ประมาณ 2-3 นาที และหลังจากนั้นอาจารย์วัลลา ได้เปิดเพลง "เสื้อแห่งความสุข" ให้ได้ฟัง ซึ่งในขณะนั้นจะต้องมีสมาธิอยู่กับเพลงให้มากที่สุดเพื่อจะได้ทราบว่าเพลงที่อาจารย์ได้เปิดนั้นต้องการสื่อถึงเรื่องอะไร

จากนั้นเป็นกิจกรรม "เซฟมือทอง" "เซฟมือใหม่"

เวลา 16.30 น. เป็นช่วงเวลาพักผ่อนตามอัธยาศัย พวกเราก็ได้รวมทีมปั่นจักรยานไปเที่ยวน้ำตกในบริเวณชุมชนใกล้โรงแรม และได้ไปเล่นเครื่องเล่นประจำฐาน แต่ละฐานที่ทางโรงแรมได้ให้บริการแขกผู้มาพัก

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นวันสุดท้ายของการเข้ประชุมเชิงปฎิบัติการ ซึ่งในวันนี้มีการบรรยายพิเศษเรื่อง "แนวคิด กระบวนการ และประสบการณ์ในการจัดการความรู้ของ บริษัทปูนซิเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) " โดย คุณประพันธ์ สินธุรัตเวช เป็นวิทยากร ซึ่งท่านได้ให้ข้อคิดและแนะแนววิธีการทำงานได้เป็นอย่างดีว่าเราจะต้องมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันและควรแสวงหาความรุ้ให้มากที่สุด