ภูมิปัญญากับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
................................................
เสนอโดย......... นางมาลา แก้วแสงใส
เลขประจำตัว 52718101019
1. ภูมิปัญญาหมายความว่าอย่างไร ภูมิปัญญาไทยมีลักษณะอย่างไร ภูมิปัญญามีคุณค่าและ
ความสำคัญต่อการศึกษาของไทยอย่างไร
ภูมิปัญญา(wisdom) หมายความว่า สติปัญญา ความรู้ความสามารถ อันเกิดจากประสบการณ์ของตนเองโดยทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งได้จากอดีตที่สั่งสอนไว้ด้วยความสามารถของตนเอง ที่ตนเองสามารถรับไว้ได้
ลักษณะสำคัญของภูมิปัญญาไทย จากเอกลักษณะที่สำคัญของภูมิปัญญาไทย มีลักษณะที่เด่นชัด เหมาะกับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศแบบสังคมไทย ซึ่งที่สำคัญมีดังนี้
- มีเอกลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น รำไทย การแต่งกายพื้นบ้านแบบไทย ลวดลาย
แบบไทย ศิลปะมวยไทย
- มีลักษณะการแก้ปัญหาหรือการเรียนรู้เพื่อดำรงชีวิต เช่น การสร้างเครื่องมือต่างๆ เกี่ยวกับ
การจับสัตว์น้ำ แหลันดักปลาไหล เครื่องมือจับสัตว์ป่า การสร้างบ้านไทยใต้ถุนสูงเพื่อป้องกันสัตว์ร้าย
และน้ำท่วม การทำรหัดวิดน้ำ
- มีลักษณะของความเชื่อเพื่อให้เกิดสิริมงคล เช่น การทำดีได้ดี ชาวนากับความเชื่อเรื่อง
แม่โพสพ พรานเชื่อเรื่องผีป่า ศิลปินและนักมวยที่มีความเชื่อว่าก่อนทำการแสดงต้องทำพิธีไหว้ครู
- มีลักษณะที่มีความเชื่อความสัมพันธ์เหนือธรรมชาติ เช่นการรักษาโรคด้วยน้ำมนต์
การปัดรังควาน การขึ้นศาลพระภูมิเจ้าที่ ฤกษ์ยามต่าง การรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยวิถีทางไสยศาสตร์
เวทมนต์คาถา ความเชื่อเรื่องโชคลางต่าง ๆ
ความสำคัญและคุณค่าของภูมิปัญญาไทย
ภูมิปัญญาไทยเป็นสติปัญญาหรือความรอบรู้ ที่คนไทยสั่งสมมาเป็นระยะเวลายาวนานด้วยการ
เชื่อมโยงและบูรณาการวิทยาการด้านต่างๆ เข้าด้วยกัน ใช้ในการแก้ปัญหา การดำรงชีวิต การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ คลอดจนเพื่อความบันเทิงและสุนทรียภาพ เป็นเอกลักษณะประจำชาติไทย สืบทอดประเพณีไทยและวัฒนธรรมต่าง ๆ บางอย่างถือเป็นมรดกโลกไปแล้ว บ่งบอกถึงศักดิ์ศรีและแกลักษณ์ประจำชาติ คนไทยทุกคนควรภูมิใจในความเป็นไทย และควรดำรงไว้ซึ่งคุณค่าที่ควรหวงแหน ซึ่งสามารถสรุปเป็นประเด็นได้ดังนี้
1. สร้างชื่อเสียง เกียรติยศและศักดิ์ศรีให้แก่ชาติไทย ผลงานที่เกิดจากภูมิปัญญาไทยเป็นศักดิ์ศรีแห่งความเป็นไทย เช่น ผ้าไหมไทย มวยไทย ศิลปะไทย ด้านประติมากรรม จิตกรรม สถาปัตยกรรม ศิลปะคนตรีไทย รำไทย การแสดงละครไทย และนอกจากนี้ยังมีอาหารไทยที่เป็นเอกลักษณะไทย เช่น แกงส้ม แกงเขียวหวาน ส้มตำไทย ขนมไทย
2. สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ผลงานหลายๆสิ่งหลายอย่างเช่น เครื่องเรือหางยาว เครื่องไถนา พืชสมุนไพร เป็นต้น
3. ช่วยสร้างประเทศชาติให้มั่นคง จากภูมิปัญญาไทยในอดีตที่สามารถใช้เป็นกลอุบายกลยุทธิ์ในการทำสงครามกับชาติต่างๆ โดยใช้อาวุธ และกลวิธีอุบายต่างๆ จนรบกับข้าศึกได้รับชัยชนะ เช่นศึกเมืองถลาง ศึกบางระจัน วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์
4. ช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติ โดยอาศัยฝีมือภูมิปัญญาไทย เช่น ผ้าไหมไทย ผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ศิลปะการแสดงประจำชาติ เช่นมโนราห์ หนังตะลุง รำไทย และประเพณีวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพิ่มรายได้ให้กับประชาชาติ เช่น ประเพณีลอยกระทง ประเพณีสงกรานต์ แห่เทียนพรรษา ชักพระ แห่บุญบ้องไฟ
2. ภูมิปัญญาท้องถิ่นหมายความว่าอย่างไร จำแนกเป็นกี่สาขา สถานศึกษาจะมี
แนวทางในการถ่ายทอดหรือส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างไร
2.1 ภูมิปัญญาท้องถิ่น(Local wisdom) หมายความว่า ผลงานอันเกิดจากภูมิปัญญาของตนในท้องถิ่นที่ดำเนินงาน ซึ่งอาจเป็นในลักษณะกลุ่มตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป เช่นกลุ่มสตรี กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มทอผ้า กลุ่มหมอนไหม กลุ่มจักสาน เป็นต้น
2.2 สาขาของภูมิปัญญาท้องถิ่น แบ่งเป็น 10 สาขา(กุศล อสดุล,2547) ได้แก่
2.2.1 สาขาเกษตรกรรม หมายถึงความสามารถในการผสมผสานองค์ความรู้ทักษะ
และเทนิคด้านการเกษตรกับเทคโนโลยี โดยการพัฒนาบนพื้นฐานคุณค่าดั้งเดิม เช่น เกษตรกรรมแบบผสมผสาน วนเกษตร ไร่นาสวนผสม การใช้ปุ๋ยชีวภาพ การป้องกันโรคและแมลงโดยไม่ใช้สารเคมี
2.2.2 สาขาอุตสาหกรรมและหัตถกรรม หมายถึง การรู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการแปรรูปผลผลิต เพื่อชะลอการนำเข้าตลาด เพื่อแก้ปัญหาด้านการบริโภคอย่างปลอดภัย ประหยัด และเป็นธรรม อันเป็นกระบวนการใช้ชุมชนท้องถิ่น สามารถพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจได้ เช่น การทอผ้า แกะสลักไม้ ทำเครื่องปั้นดินเผา เจียระไนเพชรพลอย
2.2.3 สาขาการแพทย์ไทย หมายถึง ความสามารถในการจัดการป้องกันและรักษาสุขภาพของคนในชุมชน โดยเน้นให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองทางด้านสุขภาพและอนามัยได้ เช่น การนวดแผนโบราณ การรักษาโรคด้วยสมุนไพร
2.2.4 สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึง ความสามารถเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งการอนุรักษ์ พัฒนาและใช้ประโยชน์จากคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน เช่น การอนุรักษ์ป่าชายเลน การทำแนวปะการังเทียม การปลูกป่าชุมชน
2.2.5 สาขากองทุนและธุรกิจชุมชน หมายถึง ความสามารถในด้านบริหารจัดการด้านการสะสมและบริหารกองทุนและธุรกิจในชุมชน ทั้งที่เป็นเงินตราและโภคทรัพย์ เพื่อเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกในชุมชน เช่น ธนาคารโคกระบือ กองทุนหมู่บ้านการจัดกองทุนชุมชนในรูปของกลุ่มหรือสหกรณ์ต่าง ๆ
2.2.6 สาขาสวัสดิการ หมายถึง ความสามารถในการจัดสวัสดิการในการประกันคุรภาพชีวิตของคนให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เช่น สำนักสงฆ์ที่รับรักษาโรคเอดส์ หรือหมู่บ้านประชาสงเคราะห์
2.2.7 สาขาศิลปกรรม หมายถึง ความสามารถในการผลิตผลงานทางด้านศิลปะสาขาต่าง ๆ เช่น จิตรกรรม ประติมากรรม วรรณกรรม ทัศนศิลป์ ดนตรีไทย ศิลปะมวยไทย เป็นต้น
2.2.8 สาขาการจัดองค์กร หมายถึง ความสามารถในการบริหารจัดการดำเนินการด้านต่าง ๆ ทั้งขององค์กร ชุมชน องค์กรศาสนา องค์กรการศึกษา ตลอดทั้งองค์กรทางสังคมอื่น ๆ เช่น องค์กรครูและบุคลากรทางการศึกษา องค์กรของกลุ่มสตรี แม่บ้าน กลุ่มประมง กลุ่มออมทรัพย์ องค์กรที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาเรียนรู้นับว่าเป็นภูมิปัญญาสาขาการจัดการที่มีความสำคัญ เพราะการจัดการศึกษาเรียนรู้ที่ดี หมายถึง กระบวนการเรียนรู้พัฒนา และถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาไทยที่มีประสิทธิผล
2.2.9 สาขาภาษาและวัฒนธรรม หมายถึง ความสามารถในการผลิตผลงานเกี่ยวกับด้านภาษา ตลอดทั้งด้านวรรณกรรมทุกประเภท เช่น ภาษาท้องถิ่น สารานุกรมภาษาถิ่น
2.2.10 สาขาศาสนาและประเพณี หมายถึง ความสามารถในการประยุกต์และปรับใช้หลักธรรมคำสอนของสาสนา ความเชื่อและประเพณีดั้งเดิมที่มีคุณค่าให้เหมาะต่อการประพฤติปฏิบัติให้บังเกิดผลดีในการดำรงชีวิต เช่น พิธีตั้งขวัญข้าว งานลอยกระทง งานบุญบั้งไฟ งานแห่เทียนพรรษา ฯลฯ
2.3 สถานศึกษาจะมีแนวทางในการถ่ายทอดหรือส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างไร
โรงเรียนบ้านหน่อมฟ้าเลื่อมวิทยา เป็นโรงเรียนที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 และยึดหลักการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 เป็นการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน มีสาระการเรียนรู้ 8 สาระและ 1 กิจกรรม ส่วนของความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นได้จัดไว้ในสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม และบูรณาการเข้ากับกลุ่มสาระต่างๆ ได้หลายวิธี จึงเป็นที่มาของแหล่งเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น เรียนรู้สภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประเพณีในท้องถิ่น ตลอดจนแก้ปัญหาพัฒนาตนเอง ครอบครัวและสังคม
ฉะนั้นโรงเรียนบ้านหน่อมฟ้าเลื่อมวิทยาจึงมีแนวคิดที่จะนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่มาถ่ายทอดให้กับนักเรียน ซึ่งวิธีการถ่ายทอดมีแนวคิดหลายวิธี ได้แก่
- วิธีการสาธิต โดยการเชิญวิทยากร ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาให้ความรู้ ด้วยวิธีการสาธิต
ให้นักเรียนดู หรือพานักเรียนไปเรียนรู้ในแหล่งที่มีภูมิปัญญาท้องถิ่น ตามสาระที่นักเรียนต้องการเรียนรู้ เช่น การทำข้าวหลามสมุนไพร การทำน้ำพริกเผากุ้งก้ามกราม การทอเสื่อกกลายขิด การทำกระเป๋า
ลายขิดจากเสื่อกก การทอผ้าไหมลายสาเกตนคร
- การพาไปฝึกอบรม เชิงปฏิบัติการ ด้วยวิธีการจัดกลุ่มสนใจในสาขาวิชาการต่างๆ
พานักเรียนไปฝึกปฏิบัติและเรียนรู้ซึ่งวิธีการนำไปสู่การเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้ มีขั้นตอนในการดำเนินงานดังนี้
- ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ
- ศึกษาสภาพปัจจุบันว่าในแหล่งชุมชนต่างๆ ที่อยู่รอบโรงเรียนนั้น มีแหล่งเรียนรู้
ภูมิปัญญาชาวบ้าน ภูมิปัญญาไทยที่ใดบ้าง เรื่องอะไรบ้าง เพื่อนำมาจัดเป็นหมวดหมู่และบูรณาการเข้ากับกลุ่มสาระใดบ้าง
- ศึกษาตวามต้องการว่าในกลุ่มสาระต่างๆ ครูมีความต้องการให้นักเรียนเรียนรู้สิ่งใด
ที่นอกเหนือจากหลักสูตร ซึ่งมีความสัมพันธ์และเกี่ยวโยงกับกลุ่มสาระการเรียนรู้นั้น ๆ
- ศึกษาความต้องการของนักเรียนว่าต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งใดเป็นพิเศษ ได้ประโยชน์
อะไรบ้าง
- ศึกษาให้รู้ว่าชุมชนมีความคาดหวังให้บุตรหลานได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งใดอยากให้
มีประสบการณ์ใดเป็นพิเศษ
- วางแผนและกำหนดทางเลือก
วางแผนในการจัดทำแผนการเรียนการสอนแบบบูรณาการกับกลุ่มสาระต่างๆ
- การให้นักเรียนได้เรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านั้น ว่าใช้วิธีการสาธิตหรือ
ฝึกปฏิบัติ ฝึกอบรม
- การกำหนดการเดินทางไปเรียนรู้หรือจะเชิญวิทยากรมาให้ความรู้
- กำหนดขอบเขตว่าจะให้นักเรียนได้เรียนรู้แค่ไหน อย่างไร
- กำหนดงบประมาณเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
- ดำเนินการตามแผน
เมื่อได้กำหนดกรอบงาน ภารกิจงานระยะเวลา งบประมาณแล้วก็ดำเนินการตามวิธีการ
ที่วางแผนไว้ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามวิธีการเหล่านั้น
4. การติดตามผลและประเมินผล
หลังจากดำเนินการเสร็จแล้วมีการประเมินผลในด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย
4.1 ด้านงบประมาณ ว่าเพียงพอหรือไม่ คุ้มทุน คุ้มค่า คุ้มเวลาหรือไม่ อย่างไร
4.2 ด้านสาระการเรียนรู้ ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด ผู้เรียนได้รับความรู้
มากน้อยแค่ไหน ควรดำเนินการต่อเนื่องหรือไม่อย่างไร ตรงกับความต้องการของ นักเรียน ผู้ปกครอง โรงเรียนหรือๆไม่
สุดยอดจริงๆค่ะ
ขอบใจจ้า คนเก่งของครู
คิดถึงอ.จ.มาลาจังเลยค่ะ น.ส.พรปวีณ์ สุขสวัสดิ์