การปฏิรูปการศึกษาไทย

ประเทศไทยได้ผ่านการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่มาแล้ว โดยพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ  รัชกาลที่  5 ปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปในครั้งนั้นมีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ รวมทั้งสายพระเนตรอันยาวไกลของพระองค์ท่าน  ในปัจจุบัน ประเทศเรากำลังอยู่ในช่วงของการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ อึกครั้งหนึ่ง   ภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายทั้งภายนอกและภายในประเทศการปฏิรูประบบการศึกษามิใช่กำลังเกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น  หากแต่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก  เพราะประเทศต่างๆล้วนตระหนักดีว่า  ความเข้มแข็งและความมั่นคงของประเทศมาจากการพัฒนาศักยภาพของคนในชาติ และการจะพัฒนาคนได้ต้องอาศัยระบบการศึกษาที่ครอบคลุม  เข้มแข็ง มีคุณภาพ และโดยประชาชนมีส่วนร่วม

จากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 และจากข้อกำหนดใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ 2542  ทำให้คาดหวังได้ว่าในช่วง 3 ปี ของระยะเวลาการปรับเปลี่ยนจากระบบการศึกษาไทยในปัจจุบันไปสู่ระบบการศึกษาใหม่  จะทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาของไทยอีกครั้งหนึ่ง  เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชาติ  เพื่อตอบรับการท้าทายจากสากล  เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง และเพื่อสร้างสังคมสันติสุข

เป้าหมายสำคัญของการปฏิรูปกฎหมายไทยในครั้งนี้ คือ  การปฏิรูปการเรียนรู้

เป้าหมายของการปฏิรูปการเรียนรู้ ก็เพื่อให้คนไทยทุกคนได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต  อย่างทั่วถึง และอย่างมีคุณภาพ

สาระสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา  ตามพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

  1. เน้นการให้การศึกษาแก่ปวงชน ทั้งเด็ก เยาวชน  วัยทำงาน  และวัยสูงอายุ รูปแบบการศึกษาจึงต้องหลากหลายและเหมาะสม
  2. เน้นการให้ทุกภาคส่วนในประเทศ ร่วมมือร่วมใจกันในการจัดการศึกษา ผู้ให้การศึกษามีทั้งรัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถาบันต่างๆ เช่น ครอบครัว สถาบันศาสนา เป็นต้น
  3. ให้มีเอกภาพในการจัดการศึกษา

-   หลอมรวมกระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติเป็นกระทรวงใหม่ คือ กระทรวงการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

( ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2545 )

-                   รวมการศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

-                   รวมอุดมศึกษา เข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการการอุดมศึกษา

-                   ให้มีสภาการศึกษา  ศาสนา และวัฒนธรรม มีหน้าที่กำหนดแผนและนโยบายการศึกษาของชาติ

  1. กระจายอำนาจความรับผิดชอบในการบริหารการศึกษาไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา  และสถานศึกษา

-                   กำหนดให้มีระบบเขตพื้นที่การศึกษา

-                   กำหนดรูปแบบการบริหารสถานศึกษาชน  วัยทำงาน  และวัยสูงอายุ รูปแบบการศึกษาจึงต้องหลากหลายและเหมาะสม           

  1. ให้มีผู้แทนของประชาชนเข้ามาเป็นคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา  และคณะกรรมการสถานศึกษา
  2. ปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  3. ปฏิรูประบบอาชีวศึกษา
  4. ปฏิรูประบบครู  ผู้บริหารการศึกษา  และผู้บริหารสถานศึกษา
  5. ปฏิรูปการเรียนรู้

 

สาเหตุหรือปัญหาของการศึกษาไทยในปัจจุบัน

  1. ด้านครูผู้สอน  มีปัญหาเรื่องครูมีหนี้สิน  ขาดแคลนครูบางสาขาวิชา  สอนไม่ตรงกับวิชาที่เรียนมา  ไม่สามารถพัฒนาหลักสูตรตามความต้องการของท้องถิ่น  ไม่สามารถสอนให้บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร สอนไม่เต็มที่ และไม่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  2. ด้านผู้บริหาร  มีปัญหาเรื่องไม่มีการนิเทศภายในอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ  ไม่บริหารงานวิชาการอย่างจริงจัง ไม่มีอำนาจในการบริหารอย่างสมบูรณ์  และประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ
  3. ด้านนักเรียน  มีปัญหาเรื่องไม่ตั้งใจเรียนจริงจัง  มีปัญหาครอบครัว  ขาดความรัก  ความอบอุ่นจากผู้ปกครอง  อ่านเขียนใช้ภาษาไทยได้ต่ำกว่าระดับชั้น  และขาดระเบียบวินัยในตนเอง
  4. ด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน มีปัญหาเรื่องหลักสูตรมีรายวิชาและเนื้อหาสาระมากเกินไป การเรียนการสอนไม่เป็นไปตามแผนการสอน หลักสูตรที่นำไปใช้ไม่บรรลุตามจุดมุ่งหมาย หลักสูตรไม่ตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น การดำเนินการวัดผลไม่เป็นไปตามหลักวิชา และหลักสูตรขาดศักยภาพในการพัฒนาคน
  5. ด้านอุปกรณ์ ขาดสื่อการเรียนการสอนและสิ่งอำนวยความสะดวก มีปัญหาเรื่องแหล่งการเรียนรู้ที่จำเป็นของโรงเรียน เช่นห้องสมุด ห้องปฏิบัติการต่างๆ ขาดแคลนสื่อการเรียนการสอนและมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน
  6. ด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อม มีปัญหาเรื่องแหล่งอบายมุข การพนัน ยาเสพติด และชุมชนให้ความร่วมมือกับโรงเรียนน้อย
  7. ด้านศึกษานิเทศก์ มีปัญหาเกี่ยวกับไม่สามารถนิเทศได้ตามแผน  จำนวนศึกษานิเทศก์มีไม่เพียงพอ  ขาดเทคนิคนิเทศและการติดตามที่ดี
  8. ด้านนโยบายและแผน มีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินงานของโครงการขยายโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากผู้บริหารไม่ตระหนักถึงการดำเนินงานตามแผนงาน และนโยบายไม่ต่อเนื่อง
  9. ด้านกลุ่มโรงเรียน มีปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนบุคลากรที่ให้บริการด้านวิชาการ ไม่สามารถปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่และภารกิจให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ได้
  10. ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน  ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาน้อยมาก กรรมการโรงเรียนไม่มาร่วมประชุมและร่วมกิจกรรมของโรงเรียน และขาดเครือข่ายการเรียนรู้ในชุมชน

 

หลักสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาไทย

หัวใจของการปฏิรูปการศึกษาไทยคือการเรียนรู้  ซึ่งองค์ประกอบสำคัญของการเรียนรู้มีดังนี้

  1. การเรียนรู้  คือ กระบวนการการปลูกฝัง ถ่ายทอด ฝึกอบรม สิ่งต่อไปนี้ คือ ความรู้ เจตคติ ความเข้าใจ  ความเชื่อศรัทธา ระบบคุณค่า ระบบคุณธรรม การควบคุมและดูแลตนเอง ทักษะ และการทำงาน ให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรมของผู้เรียนตามวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้
  2. การสอน  คือกระบวนการที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก่ผู้เรียน  เป็นกระบวนการกระตุ้น ชี้แนะและช่วยเหลือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ การสอนเป็นวิถี  ส่วนการเรียนรู้ คือจุดหมายปลายทาง
  3. สิ่งสำคัญที่นำไปสู่การเรียนรู้

                        การเรียนรู้ในทฤษฎีเพียงอย่างเดียวหรือมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้นยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวผู้เรียน ต้องให้ผู้เรียนได้ค้นคว้าเจาะลึกด้วยตนเองจึงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้

                        ความเข้าใจในเรื่องใดขึ้นอยู่กับระดับความเชื่อต่อสิ่งนั้นด้วย  ความเชื่ออาจผิดหรือถูกก็ได้ ครูผู้สอนจึงมีหน้าที่ชี้แนะให้ความรู้ที่ครบถ้วน และเป็นจริงแก่ศิษย์ผู้เรียน

                        พฤติกรรมต่อสิ่งใดขึ้นกับการให้คุณค่าต่อสิ่งนั้นด้วย การให้คุณค่า คือ การกำหนดค่าเปรียบเทียบที่บุคคลพึงมีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่นความรู้ใหม่ ดังนั้นครูผู้สอนจึงต้องชี้แนะคุณค่าของสิ่งที่จะเรียนรู้แก่ศิษย์ผู้เรียนด้วย

                        การเรียนรู้จะเกิดได้ดีก็ต่อเมื่อผู้เรียนมีสมาธิและรู้จักควบคุมตนเองครูผู้สอนควรชี้แนะอบรมสั่งสอนในการครองตนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น