การศึกษากับการเรียนรู้ตลอดชีวิต

บทบาทเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการจัดการศึกษา     

         ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมีความสำคัญอย่างมากต่อชีวิตประจำวันของคนเรา ซึ่งก็รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับการศึกษาด้วย การให้ความสำคัญของเทคโนโลยีต่อการศึกษาปรากฎอย่างเด่นชัด

        ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มาตรา 66 ที่กล่าวไว้ว่า ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเพื่อให้มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต บทบาทของเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการศึกษา ซึ่งเมื่อสังเกตสภาพ แวดล้อมรอบ ๆ ตัวในเรื่องเทคโนโลยีกับบทบาทในการพัฒนาการศึกษา

        จะเห็นว่า เทคโนโลยีมีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการจัดการศึกษาด้านต่าง ๆ เช่น

         1. ด้านสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ ตำรา เอกสารชุดวิชาและสิ่งพิมพ์อื่น ๆ

         2. ด้านสื่อโสตทัศน์ เช่น วัสดุอุปกรณ์ และโสตทัศนูปกรณ์เทปเสียงและวีดิทัศน์   

         3. ด้านสื่อสารมวลชน เช่น รายการวิทยุกระจายเสียงทางการศึกษา/รายการวิทยุโทรทัศน์ การศึกษา

         4. ด้านสารสนเทศ เช่น ซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ มัลติมีเดีย เครือข่ายฐานข้อมูล และ Internet       ซึ่งส่วนเกี่ยวข้องในด้านเหล่านี้ เทคโนโลยีจะช่วยส่งเสริมคุณภาพ และประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา โดยนำมาเป็นตัวที่ช่วยให้การจัดการเรียนการสอนให้เกิดความสะดวก และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ช่วยเอื้อประโยชน์ในเรื่องความหลากหลายของแหล่งเรียนรู้หากจะพิจารณาถึงเทคโนโลยีใหม่และการเปลี่ยนแปลงทางด้านการศึกษาในปัจจุบัน

         จะเห็นว่าการนำคอมพิวเตอร์ และระบบการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบเครือข่ายท้องถิ่น (LAN : Local Area Network) หรือ อินทราเนต(Intra network) ตลอดไปจนถึงการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายอินเตอร์เนต (Internet) เพื่อเป็นช่องทางในการรับรู้ข่าวสาร    การสืบค้นข้อมูลที่มีประโยชน์ หรือแม้แต่การนำเสนอข้อสนเทศของตนเองสู่สังคมโลก    มีความแพร่หลายมาก ซึ่งในบรรดาสื่อหรือบริการต่างๆที่มีการค้นคิดและนำเสนอออกมาอย่างมากมายหลายรูปแบบโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบหลักนี้ e-Learning  ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีการเรียนการสอนใหม่   ที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นทุกขณะ เพราะเป็นการเปิดเข้าสู่แนวคิดใหม่  ที่ให้โอกาสทางการศึกษาใหม่ๆ กับคนทุกสังคม          E-Learning คือการจัดศึกษาที่ผ่านการเรียนการสอนโดยอาศัยระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ท โดยผู้เรียนจะเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่มีข้อจำกัดด้านสถานที่และเวลา (Any where Any time) การเรียนการสอนจะอาศัยบริการ World Wide Web และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร (Communication Technology : CT) ทำให้มีการปฏิสัมพันธ์ (Interactive) ระหว่างผู้สอนและผู้เรียนคนเดียว หรือเป็นกลุ่ม สามารถสนทนาโต้ตอบส่งข่าวสารระหว่างกันได้ ทำให้สามารถทราบผลสัมฤทธิ์ของการเรียนรู้        รูปแบบของ E-Learning การเรียนโดยอาศัยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีรูปแบบต่างๆและอาศัยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้
              1. Distance Learning คือการจัดการเรียนการสอนที่นำระบบ Video Conference มาใช้โดยระบบดังกล่าวจะอาศัยกล้องโทรทัศน์ถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงจากผู้สอน ซึ่งอยู่ที่หนึ่ง ไปยังผู้เรียนซึ่งอยู่อีกที่หนึ่ง อาจจะเป็นคนละอำเภอคนละจังหวัด หรือแม้แต่คนละประเทศ ขึ้นอยู่กับระบบการสื่อสารไปถึงหรือไม่

                2. Computer Based Training (CBT) เป็นการจัดการเรียนการสอนโดยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสื่อ CD-ROM ซึ่งคล้ายกับดูหนังจากวิดีโอเทป แต่ที่ดีกว่าคือสามารถควบคุมการเรียนได้เองว่าจะเริ่มจากตรงไหน มีภาพนิ่ง เสียงภาพเคลื่อนไหวและอาจจะมีแบบทดสอบความเข้าใจด้วยก็ได้ ซึ่งข้อดีของ CBT ก็คือผู้เรียนอยากเรียนเมื่อไรก็ได้ ที่ไหนก็ได้ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่จุดอ่อนคือผู้เรียนไม่สามารถโต้ตอบกับผู้สอนได้โดยตรง

               3. Web Based Training (WBT) เป็นการเรียนแบบ Asynchronous Learning คือผู้เรียนไม่จำเป็นรอครูผู้สอน อยากเรียนเมื่อไรก็มาเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อเข้าเครือข่าย สามารถเรียนได้ตามความต้องการ การเรียนในลักษณะนี้ต้องมีเครือข่ายที่มีความเร็วในการสื่อสารข้อมูลสูงพอสมควรถึงจะได้ผล        

               4. Internet Based Learning คือการเรียนรู้ของบุคคลทั่วไปที่ได้รับอนุญาต (เช่นลงทะเบียน มี Password) สามารถเข้าไปเรียนรู้ได้โดยอาศัย Internet ความเร็วสูงเทคโนโลยีกับการบริหารในการจัดการศึกษา เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในสถานศึกษา มุ่งประโยชน์เพื่อคุณภาพการเรียนการสอนได้แก่ 

                    4.1 เทคโนโลยีการสื่อสาร (  Telecommunication  TechnoLogy )    คอมพิวเตอร์เป็นผลิตผลของการพัฒนาอุปกรณ์ทางด้านอิเลคทรอนิกส์ ที่สามารถนำมาใช้งานตามความประสงค์ของผู้ใช้ด้วยคำสั่งที่สร้างขึ้น หรือเรียกว่าโปรแกรม  ผู้ที่สร้างเรียกว่าโปรแกรมเมอร์   ช่องทางของการมีปฏิสัมพันธกับเครื่องคอมพิวเตอร์นับวันจะเพิ่มมากขึ้น คอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้ทางด้านการเรียนการสอน สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่

                            1.       computer – assisted  instruction  หรือ  cai เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้กับผู้เรียนเป็นส่วนใหญ่

                            2.       computer – managed  instruction  หรือ  cmi  เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการดำเนินการหรือจัดกระบวนการของการเรียนการสอน

                    4.2   เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ( computinG TechnoLogy )  เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเก็บไว้ในรูปของ digital  code พัฒนาควบคู่กับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เพราะเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จะมีประโยชน์น้อยถ้าไม่มีข้อมูล

                    4.3  เทคโนโลยีฐานข้อมูล (data - based TechnoLogy)   เป็นเทคโนโลยีโทรคมนาคมเป็นการพัฒนาระบบการสื่อสารโดยเป็นตัวเชื่อมให้คอมพิวเตอร์กับฐานข้อมูลที่กระจายกันอยู่ทั่วโลก หรือคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ในแต่ละที่ที่ห่างไกลกันสามารถเชื่อมต่อกันได้เกิดสภาวการณ์ไร้พรมแดนกับสังคมโลก4.เทคโนโลยีการศึกษา ( educational TechnoLogy ) การนำความสามารถพิเศษของเทคโนโลยีมาใช้กับผู้เรียนที่มีธรรมชาติการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน  มาจัดกระทำเป็นระบบ คัดสรร จัดขั้นตอน จนผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้  ตลอดจนช่วยให้การวัดและประเมินผลดำเนินไปอย่างมีคุณภาพ การบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา    การพัฒนาการของเทคโนโลยีฐานข้อมูลกำลังได้รับการเอาใจใส่และสนใจอย่างมาก  เพราะข้อมูลเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญของยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ   เรามีเทคโนโลยีโทรคมนาคมเป็นช่องทางของการติดต่อ และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมต่อการรับส่ง และแปลค่าของข้อมูลให้เป็นไปตามความต้องการ   

         การปรับตัวของสถานศึกษาเพื่อรับการพัฒนาของเทคโนโลยีมีตัวอย่างให้เห็นคือ ห้องสมุดหรือศูนย์วิทยบริการ  สำนักเทคโนโลยีทางการศึกษาและศูนย์คอมพิวเตอร์ การนำเทคโนโลยีในรูปของ  “ระบบ”  เพื่อนำมาใช้ร่วมกับเทคโนโลยีในรูปของเครื่องมือต้องให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน  การบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเป็นการใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆเพื่อประโยชน์ของการจัดการศึกษาในแบบแผนของการบูรณาการที่นำเทคโนโลยีทั้ง 4 ด้าน เป็นการบูรณาการในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการบริหารการศึกษาให้เกิดทั้งประสิทธิภาพ  (  EFFiciency  )และประสิทธิผล     (  EFFECTiveness )เพื่อนำไปสู่คุณภาพ (Quality) ) ของผู้จบการศึกษาและคุณภาพของระบบบริหารและจัดการเรียนการสอน     

เทคโนโลยีในการจัดการศึกษาตลอดชีวิต            

         เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการศึกษาอย่างยิ่ง การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ทางด้านการศึกษาถือได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญในระดับประเทศเราจะเห็นได้ว่า รูปแบบการเรียนการสอนในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เดิมในท้องถิ่นที่ห่างไกลความเจริญ เด็ก ๆ แทบจะไม่มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลหรือข่าวสารจนกลายเป็นผู้ด้อยโอกาสทางสังคมไปแต่ในปัจจุบันเริ่มมีระบบการถ่ายทอดสัญญาณผ่านดาวเทียม ทำให้เด็กเหล่านี้ได้รับโอกาสเรียนรู้ ถึงแม้จะยังไม่แพร่หลายนักก็ตาม สำหรับเด็กในชุมชนที่มีโอกาสได้ใช้คอมพิวเตอร์นอกจากการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแล้ว ก็ยังสามารถแสวงหาความรู้จากแหล่งความรู้ที่มีอยู่อย่างมากมาย โดยการการเชื่อมต่อกับเครือข่ายผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่มีการเชื่อมโยงกันอยู่ทั่วโลก นอกเหนือไปจากความรู้ที่จะได้เรียนในห้องเรียนที่มีครูผู้สอนเป็นผู้ถ่ายทอดเท่านั้น นอกจากนี้ผู้ที่สอนและผู้เรียนยังสามารถติดต่อถึงกันได้อย่างไร้ขีดจำกัดของเวลา โดยผ่านทางระบบ อิเล็คทรอนิคเมล์ (E-Mail) ได้อีกทางหนึ่งด้วย  ซึ่งเทคโนโลยีมีบทบาทมาช่วยให้การจัดการศึกษาสามารถที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคนการใช้เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในด้านต่าง   ๆ  ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้สะดวกยิ่งขึ้นได้แก่ เทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องการเรียนรู้   ปัจจุบันมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้หลายอย่าง   มีระบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI)  มีระบบมัลติมีเดีย  (Multimedia)   ระบบวิดีโอออนดีมานด์  (Video on Demand) วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์(Video Teleconference)   การศึกษาทางไกล   และอินเตอร์เน็ต (Internet) เป็นต้น ระบบเหล่านี้เป็นระบบสนับสนุนการรับรู้ข่าวสารและการค้นหาข้อมูลข่าวสารเพื่อการเรียนรู้      

          เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาสนับสนุนการจัดการศึกษา โดยเฉพาะการจัดการศึกษาสมัยใหม่จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลข่าวสารเพื่อการวางแผน การดำเนินการ การติดตามและประเมินผลซึ่งอาศัยคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารโทรคมนาคมเข้ามามีบทบาทที่สำคัญ    เทคโนโลยีสารสนเทศกับการสื่อสารระหว่างบุคคล ในเกือบทุกวงการทั้งทางด้านการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยสื่อสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคล เช่น การสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน โดยใช้องค์ประกอบที่สำคัญช่วยสนับสนุนให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เช่น การใช้โทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เทเลคอมเฟอเรนซ์ และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น เป็นต้น  ส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนกับโลกรอบด้านเพื่อขยายประโยชน์จาก สิ่งแวดล้อมของการเรียนรู้           ทั้งครูและนักเรียนสามารถสนทนาแลกเปลี่ยนและร่วมมือกับสถาบันการศึกษาอื่นๆ ได้ทั้งในท้องถิ่นและต่างประเทศ การเชื่อมโยงสู่ความรู้ใหม่ๆ จะช่วยให้นักเรียนพัฒนามุมมองที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในสังคมภายภาคหน้าที่ไร้พรมแดนได้   เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และความรับผิดชอบทางสังคม     นักเรียนจะสามารถพัฒนาศักยภาพในการแสวงหา การวิเคราะห์และการประยุกต์ข่าวสารได้ดีขึ้น และเสริมสร้างนิสัยการคิดที่เป็นอิสระ ยุทธศาสตร์การเรียนรู้ที่มีเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นพื้นฐานนี้ จะช่วยให้เด็กสามารถสร้างสรรค์ความคิดความอ่านแบบใหม่ การร่วมมือทำงานกับเพื่อน และมีการตัดสินใจที่เป็นเหตุเป็นผล   ผลักดันกระบวนการนวัตกรรมทางการศึกษา      การประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ากับการศึกษาจะช่วยเพิ่มพูนนวัตกรรมให้กว้างขวางขึ้น เช่น การสร้างความเป็นไปได้ในการกำหนดหลักสูตรการเรียนและวิธีการประเมินผลแบบใหม่ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้โรงเรียนมีอิสระในการใช้ทรัพยากรเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างคล่องแคล่วและเต็มที่ ส่งเสริมความเป็นเลิศในการบริหารและการจัดการศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย       เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการติดต่อภายในโรงเรียน ระหว่างโรงเรียน และระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับโรงเรียน ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการบริหารจัดการดีขึ้น รวมทั้งการตัดสินใจทุกระดับจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะมี ข้อมูลที่สามารถเข้าถึงและนำมาใช้ได้โดยทันที      

           การใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้คนสามารถเรียนรู้ได้ตามความต้องการของตนเองไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรย่อมสะดวกมากยิ่งขึ้นส่งเสริมให้การรับรู้ข่าวสารและเรื่องราวต่าง ๆ     และสามารถสร้างสรรค์ความคิดความอ่านแบบใหม่ การร่วมมือทำงานกับเพื่อน และมีการตัดสินใจที่เป็นเหตุเป็นผล   ซึ่งสิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นผลดีต่อการเรียนรู้ของคนเราโดยไม่มุ่งเน้นว่าคนเราจะศึกษาในระบบ  นอกระบบ หรือตามอัธยาศัยก็ย่อมหาความรู้ได้