ผู้ป่วยหญิงอายุ 36 ปี มาด้วยอาการมดลูกโต แพทย์นัดผ่าตัด ผู้ป่วยตั้งใจมารับการรักษา แถมอยากกลับบ้านเร็ว ๆ อีก เพราะไม่มีญาติมาเฝ้า จากการซักประวัติ มีบุตรแล้ว 2 คน คนเล็กอายุ 16 ปี ตกใจค่ะ เลยถามแล้วคนโตล่ะ อายุ 18 ปี สรุปเป็นคุณแม่ยังสาว ต้องตัดมดลูกแล้ว แต่ผู้ป่วยรับทราบข้อมูลการผ่าตัดแล้ว ยินดีผ่าตัด อยากหายจากการเป็นประจำเดือนมามาก
3 วันผ่านไป น่าจะใกล้ได้กลับแล้ว ก็ประเมินถามผู้ป่วยดู ซึ่งไม่เคยคุยหรือถามแบบนี้กับรายอื่นมาก่อนเลย
พยาบาล A: "คนไข้ ตกลงผ่าตัดอะไรมั่งเอ่ย"
คนไข้ :"ตัดมดลูก ค่ะ ไส้ติ่ง "
พยาบาล A: "ไม่ได้ตัดรังไข่ คนไข้ไม่ต้องทานฮอร์โมนทดแทนนะคะ ดีแล้ว ตกลงตัดมดลูก ไม่เป็นเมนส์แล้วนะ ดีเนาะ ไม่ต้องคอยกังวล เมนส์จะมาไม่มา"
คนไข้: "ไม่เป็นเมนส์เหรอ" จากหัวเราะสนุกสนาน กลับเงียบกริบทันที นิ่ง และเริ่มทำตาแดง ๆ เราเริ่มเอะใจ พูดอะไรผิดเลยย้ำว่า ไม่มีมดลูกจะเป็นเมนส์ได้ยังไง เมนส์คือเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออกมาไง หรือว่าเข้าใจกันผิดพลาดอะไรรึเปล่าเนี่ยหรือว่าคนไข้อยากมีลูกอีกคนรึเปล่า คนไข้ก็บอกว่าไม่ใช่ ไม่อยากมีลูกหรอก
พยาบาลA: "คนไข้คะ เป็นอะไร บอกพยาบาลหน่อยซี " คนไข้ส่ายหน้า อึ้ง ๆ ไม่อยากพูด เราเลยคิดได้ว่า หรือเป็นเรื่องตัดมดลูก ความเชื่อแบบสตรีโบราณ ??
เราก็ไม่ยอมปล่อยให้ความคาใจของคนไข้ยังคงอยู่ (เพราะเราก็จะคาใจด้วย ไม่สบายใจค่ะ เห็นคนไข้ร้องไห้ต่อหน้า)
เราเลยพยายามถามเรื่อย ๆ จนสุดท้าย คนไข้ยอมตอบมาว่า "เข้าใจว่า ถ้าไม่เป็นเมนส์ เลือดเสีย ๆ จะอยู่ในตัว เค้าอาจจะกลายเป็นบ้า หรืออาการไม่ค่อยปกติ เจ็บป่วยง่าย "
คำตอบของคนไข้ ทำให้เราอึ้งมาก เราเรียนทฤษฎีมาว่า ความเชื่อผู้หญิงแต่ก่อนเป็นแบบนั้น แต่เนื่องจากส่วนใหญ่มาผ่าตัดด้วยเรื่องโรคซึ่งเค้ามีปัญหาอยู่ จึงมักไม่พบว่า ผู้ป่วยมีความคิดเรื่องมดลูกเป็นทางออกของเลือดเสีย (หรือว่าเราไม่มีความคิดที่จะถามคนไข้เลยก็ว่าได้) พอมาเจอรายนี้ เลยกลายเป็นเรื่องว่า เราละเลย ความคิด ความเชื่อของคนไข้ไป ไม่แน่ อาจมีรายอื่นอีกก็ได้ ซึ่งผู้ป่วยกลับไปเมื่อมีอาการภาวะขาดฮอร์โมน อาจทึกทักว่า เลือดเสียคั่งอยู่ในตัวก็เป็นได้
บทเรียนที่เราได้รับจากคนไข้รายนี้ เราเอามาเล่าให้หมอ พยาบาลคนอื่นฟัง เพราะเราเชื่อว่า ทุกคนรู้ความเชื่อนี้ แต่ไม่มีใครเคยถามคนไข้เลยว่าคนไข้เข้าใจว่าอย่างไร ซึ่งเราอาจต้องระวังมากขึ้น ในการให้คำแนะนำผู้ป่วยหลังผ่าตัดมดลูก ต้องพูดให้ชัดเจนลงไปเลยว่าคนไข้จะเป็นอย่างไรต่อไป ทั้งระยะสั้น ระยะยาว ทั้งกรณีตัดรังไข่ หรือไม่ตัดรังไข่ก็ตาม