การนำละครบำบัดมาใช้ในกลุ่มIDU/AIDS(2)

seangja
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
มิตรภาพคือการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนสิ่งดีๆให้แก่กันในวง

เรื่องเล่าที่สองเป็นเรื่องของการเอาชนะปัญหาสุขภาพ..กลุ่มนี้ต่างกับกลุ่มแรกตรงที่หาอาสาสมัครคนออกมาเล่าหน้าเวทีโดยไม่ได้มีการแลกเปลี่ยนหรือผลัดกันเล่าผลัดกันฟังในวงก่อนแล้วค่อยเลือกเรื่องที่จะนำเสนอ เพราะฉนั้นเพื่อนๆในวงก็ไม่รู้หรอกว่าผู้เล่าจะเล่าเรื่องอะไร แต่เป็นที่รู้กันว่าคนที่กลุ่มเลือกเป็นคนที่พูดเก่ง,มาดดี,มีความรู้เยอะ สมมติว่า ชื่อ น.ก็แล้วกัน ตอนแรก น.ก็จะเล่าแบบพูด,ไม่แสดง ,เนื้อหาที่พูดเป็นเรื่องการใช้ความคิดและเป็นการเอาชนะปัญหาด้านสุขภาพที่เป็นของเพื่อน,ฉันเลยขอแทรกแซงแก้ไขความเข้าใจกับ น.ให้รู้ว่าอยากให้ น.เล่าเรื่องออกมาเป็น ละครและเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเขาโดยตรง...น.เลือกเพื่อนมาสองคน ชื่อ ช. กับ ม. เขาบอกว่า สองคนนี้เป็นเหมือนต้นแบบในการให้เขาเอาชนะกับปัญหาสุขภาพของตัวเอง

เขาเลือกเล่าเป็นละครสี่ฉาก ฉากแรกเริ่มที่เขา เคยเป็นลมหมดสติในห้องน้ำขณะมาโรงพยาบาล น.บอกว่าจุดนั้นบ่งบอกถึงปัญหาและผลกระทบที่มาจากการไม่ใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเขาเอง วันนั้นเขาทำงานหนักเพิ่งเดินทางกลับจากต่างจังหวัดและดื่มเบียร์ มีอาการ/ป่วยเป็นความดันโลหิตสูงแต่ก็ไม่ไปหาหมอไม่กินยา.."ผมดื่มเบียร์เป็นยารักษาความดัน"และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้เขาวูบหมดสติเกือบตายในคราวนั้น

ฉากสอง เขาเล่าถึง ช.ว่าเป็นต้นแบบในการเอาชนะปัญหาสุขภาพให้แก่เขาอย่างไร..ชและนจะสนิทกันมาก สังเกตจากเวลามาโรงพยาบาลจะพบว่าสองคนนี้มักจะชอบจับคู่คุยกันเสมอ..น.จึงรู้จักประวัติและความเป็นอยู่นอกโรงพยาบาลของ ช.ค่อนข้างดี น.บอกว่า ทั้งๆที่ ช.ก็ทำงานในครอบครัว เคยป่วยค่อนข้างหนัก พอหายดีก็จะต้องขับรถส่งของไปๆมาๆกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัดเกือบทุกสัปดาห์ แม้จะบ่นว่าเหนื่อย หรือ หนักใจในงาน แต่ ช.ก็ไม่เคยเอาเหล้ามาแก้ปัญหาที่มี

ฉากสาม น,เล่าเกี่ยวกับ ม. (ซึ่งเขาไม่สนิทกัน, ม.เป็นคนเงียบๆเรียบร้อยและจะมาเข้ากลุ่มอย่างสม่ำเสมอ) น.บอกว่า ม.เป็นคนที่อดทนและกล้าเผชิญกับปัญหาเมื่อเจ็บป่วย..โดย น.เล่าว่า ม.เคยเป็นงูสวัดขึ้นที่หน้า..ผมรู้ว่ามันเจ็บปวดมากและบ้าน ม.อยู่ไกลโรงพยาบาลเวลามาต้องมารถเมล์ ถ้าเป็นผมป่วยแบบ ม.ผมคงปล่อยตัว ไม่ออกมาหาหมอ,ไม่ดูแลตัวเอง โวยวายใส่คนรอบข้าง แต่ ม.ไม่เคยปริปากบ่นหรือทำให้คนอื่นต้องไม่สบายใจเลย เขาใส่หน้ากากปิดแผลมาโรงพยาบาล,อดทนรักษาจนหายดี...ม.เป็นต้นแบบสำหรับผมด้วยเหตุนี้

ฉากสี่ เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวตัว น.เองหลังจากฟื้นจากอาการวูบ น.เล่าเกี่ยวกับความรู้สึกและความคิดด้านในของตัวเขา..เขายอมรับว่าบางทีที่ท้อแต่มาเข้ากลุ่มมาโรงพยาบาลเห็นเพื่อนก็จะมีกำลังใจ คิดท้าทายตนเองขึ้นมาได้บ้าง เดี๋ยวนี้ น.ดื่มน้อยลงไปกว่าครึ่งและไปพบแพทย์กินยารักษาความดันแล้ว

ฉันขอให้ทั้งสามคนอยู่หน้าเวทีต่ออีกสักนิด ฉัน ถาม ช.และ ม.ถึงความรู้สึกที่เขามีที่ว่า น.เลือกให้เขาเป็นต้นแบบของผู้ที่เอาชนะปัญหาสุขภาพ...ทั้งคู่บอกว่าเป็นเกียรติและดีใจที่มีคนเห็นถึงความกดดันในใจที่เขามีอยู่ ก่อนนั้นเคยรู้สึกว่ามันหนักมากแต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะหายหรือเบาลงไป ฉันขอให้ทั้งคู่ช่วยให้ความคิดเห็นย้อนกลับให้แก่ น.ด้วย...ช.ไม่พูดอะไรมาก หากแต่เข้าไปกอดและบอก น.เบาๆว่าเป็นห่วงนะดูแลตัวเองด้วยนะพี่ ส่วน ม.ยกมือชูสองนิ้วให้ น.บอกว่า อยู่สู่ต่อไปด้วยกันนานๆนะ

หลังจากจบเรื่องเล่าฉันให้ทุกคนในวงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความรู้สึกที่มี ส่วนใหญ่บอกว่าดีและประทับใจ ให้กำลังใจผู้เล่า ในกลุ่มมีนกเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่มาเข้ากลุ่มวันนั้น ฉันขอให้เธอร่วมแสงความคิดเห็น นกบอกว่าดูแล้วนึกถึงแฟนที่ตายไป อยากให้เขายังอยู่..เขาไม่ค่อยดูแลสุขภาพ,มีปัญหาดื่มเหล้าและทำงานหนักเหมือนกัน..นกอยากให้เพื่อนๆดูแลสุขภาพและอยู่ด้วยกันไปนานๆ

ก่อนจบกลุ่มเตรียมตัวไปพบแพทย์ ฉันขอให้สมาชิกช่วยกันสรุปบทเรียนที่ได้เรียนรู้จากการทำกลุ่มในครั้งนี้ พี่ใหญ่ในวงบอกว่า รู้สึกดีและประทับใจที่แต่ละคนเอาสิ่งดีมาแลกเปลี่ยนและช่วยเหลือกัน...ส่วนฉันสรุปปิดท้ายว่า ขอบคุณที่วันนี้สมาชิกได้สอนให้ฉันเข้าใจและเห็นมิตรภาพที่มีอยู่ในกลุ่มของพวกเรา  มิตรภาพ ที่ได้รู้จักวันนี้หมายถึงการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนสิ่งดีๆให้แก่กันในวง ขอให้ทุกคนดูแลตนเองและอยู่ร่วมกันอย่างมีมิตรภาพเช่นนี้ไปนานๆนะคะ..หลังจากนั้นก็ช่วยกันเก็บเวทีดูแลสถานที่ก่อนแยกย้ายไปเข้าห้องน้ำ-ซักประวัติก่อนตรวจ,พบแพทย์และกลับบ้าน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน behavioral infection



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

339295

เขียน

23 Feb 2010 @ 05:13
()

แก้ไข

12 Feb 2012 @ 12:47
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
อ่าน: คลิก