ยุทธศาสตร์ทั้ง ๓ ด้าน คือ การพัฒนาคนไทยให้มีความสามารถในการอ่าน, การพัฒนาคนไทยให้มีนิสัยรักการอ่าน, การสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการส่งเสริมการอ่าน
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ครั้งที่ ๑/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมกระทรวงศึกษาธิการ
รมว.ศธ.เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนงานส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ๕ แผนงาน ได้แก่ ๑) รณรงค์ส่งเสริมการอ่าน มีกิจกรรมในการประชาสัมพันธ์จูงใจรักการอ่าน, อ่านสะสมแต้ม, ส่งเสริมการอ่านในวาระสำคัญ, คาราวานการอ่าน ฯลฯ ๒) เพิ่มสมรรถนะการอ่าน มีโครงการ Bookstart พัฒนาการทางสมองของเด็กแรกเกิดถึง ๓ ขวบ, พัฒนาทักษะการอ่านวัยเรียนในสถานศึกษา, พัฒนาการอ่านตามอัธยาศัย, เสริมทักษะการอ่าน (e-Book), อบรมครูภาษาไทย, คลินิกภาษาไทย ฯลฯ ๓) สร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมส่งเสริมการอ่าน โครงการจัดหาหนังสือมีคุณภาพเข้าห้องสมุดสถานศึกษา, พัฒนาเว็บไซต์ส่งเสริมการอ่าน, ห้องสมุด ๓ ดี (หนังสือดี, บรรยากาศดี, บรรณารักษ์ดี) ๔) เครือข่ายความร่วมมือการอ่าน ส่งเสริมเอกภาพและความเข้มแข็งของเครือข่ายการอ่าน, มีอาสาสมัคร ๑ ล้านคน ใน ๗,๐๐๐ ตำบล, ส่งเสริมการอ่านในชุมชน มีมุมหนังสือในสถานที่สาธารณะ ๕) วิจัยและพัฒนาเพื่อส่งเสริมการอ่านอย่างยั่งยืน (R&D) รวบรวมงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการอ่าน นิสัยรักการอ่าน การส่งเสริมการอ่านของไทยและนานาประเทศ
รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อทบทวนบทบาทของ ๕ แผนงาน ตามยุทธศาสตร์ทั้ง ๓ ด้าน คือ การพัฒนาคนไทยให้มีความสามารถในการอ่าน, การพัฒนาคนไทยให้มีนิสัยรักการอ่าน, การสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการส่งเสริมการอ่าน โดยให้ทำปฏิทินการดำเนินงานมีจุดสิ้นสุดที่แน่นอน และจัดทำแผนรวมในการขับเคลื่อนการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งวิจัยหาจุดอ่อน จุดแข็ง เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ ให้เชื่อมโยงกับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองต่อไป.
ไม่ได้ไปถึงห้องสมุดมานานนับเดือนแล้ว
ก็งานอื่นล้นมือ..งานส่งเสริมการอ่านไปไม่ถึงไหนเลย
สวัสดีครับ
ยามว่างอ่านที่ละน้อยก็ได้ความเพลิดเพลินแล้วครับ