บทที่ 2 การทำศึก
บทความในกลยุทธเดิม(http://www.thaisamkok.com/Samkok_SunVoo01.shtml)
อันหลักแห่งการบัญชาทัพนั้น ต้องใช้รถเร็วพันคัน รถหุ้มหนังพันคัน พลรบสิบหมื่น ขนเสบียงพันลี้ ค่าใช้จ่ายในและนอกประเทศ ค่าใช้จ่ายการทูต ค่าซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์ ค่ารถรบเสื้อเกราะ ต้องสิ้นเปลืองวันละพันตำลึงทองดังนี้ จึงจะเคลื่อนพลสิบหมื่นออกรบได้
เมื่อรบพึงชนะเร็ว ยืดเยื้อกำลังก็เปลี้ยขวัญทหารก็เสีย ตีเมืองจักไร้พลัง ทำศึกนอกประเทศนาน ในประเทศจักขาดแคลน เมื่อกำลังเปลี้ยขวัญทหารเสีย สูญสิ้นทั้งไพร่พลและเศรษฐกิจ เจ้าครองแคว้นอื่น จักฉวยจุดอ่อนเข้าบุกรุก แม้จะมีผู้เยื่ยมด้วยสติปัญญาก็สุดจะแก้ไขให้กลายดี เคยฟังว่า ทำศึกพึงชนะเร็วแม้จะไม่ดีนัก แต่ไม่เคยเห็นว่า มีการทำศึกที่ชาญฉลาดทว่าต้องยืดเยื้อ ส่วนที่ว่าทำศึกยืดเยื้อเป็นผลดีแก่ประเทศชาติ ก็ไม่เคยมีมาก่อน ฉะนั้น ผู้มิรู้ผลร้ายแห่งการทำศึกอย่างถ่องแท้ ย่อมไม่สามารถรู้ผลดีแห่งการทำศึกอย่างถ่องแท้ ได้เช่นกัน
ผู้สันทัดในการบัญชาทัพ จักเกณฑ์พลมิซ้ำสอง ส่งเสบียงมิซ้ำสาม ใช้ยุทโธปกรณ์ประเทศตน เอาเสบียงจากข้าศึก อาหารของกองทัพจึงพอเพียง
ประเทศชาติยากจนเพราะส่งเสบียงไกลให้กองทัพ ส่งเสบียงไกล ราษฎรต้องลำเค็ญ ใกล้กองทัพของจักแพง ของแพงทรัพย์สินราษฎรจักขอดแห้ง เมื่อพระคลังร่อยหรอ ก็เร่งรีดภาษีไพร่พลสูญเสีย ทรัพย์สินสิ้นเปลือง ทุกครัวเรือนในประเทศจึงว่างเปล่า สมบัติราษฎรต้องสูญไปเจ็ดในสิบส่วน ทรัพย์สินของหลวงรถรบเสียหายม้าศึกอ่อนเปลี้ย เสื้อเกราะและเกาทัณฑ์ ของ้าวและโล่ดั้ง วัวควายและรถสัมภาระ ก็สูญไปหกในสิบส่วน
ฉะนั้น แม่ทัพผู้มีสติปัญญา พึงหาอาหารจากข้าศึก เอาข้าวข้าศึกหนึ่งจง เท่ากับของเราสิบจง เอาอาหารสัตว์หนึ่งสือ เท่ากับของเรายื่สิบสือ
ฉะนั้น เมื่อจะเข่นฆ่าข้าศึก พึงให้ไพร่พลโกรธแค้น เมื่อจักกวาดต้อนสินศึก พึงตั้งรางวัลไพร่พล ฉะนั้น ในศึกรถรบ เมื่อยึดรถรบข้าศึกได้กว่าสิบคัน พึงรางวัลผู้ยึดได้ก่อน แล้วให้เปลี่ยนธงบนรถ ขับร่วมในขบวนเรา พึงเลี้ยงดูเชลยให้ดี นี้ก็คือที่ว่ารบชนะข้าศึก เรายิ่งเข้มแข็ง
ฉะนั้น ทำศึกจึงสำคัญที่รบเร็ว ใช้สำคัญที่ยืดเยื้อ
ฉะนัน แม่ทัพผู้รู้การศึก จึงเป็นผู้กุมชะตากรรมของทวยราษฎร์ เป็นผู้บันดาลความสงบสุขหรือภยันตรายของประเทศชาติ
กลศึกการทำศึก(ลงมือพัฒนาและปิดโครงการ) Software Project
เมื่อถึงกาลต้องดำเนินโครงการ ต้องตระเตรียมเงินทองนับแสนนับล้าน ติดต่อผู้ชำนาญการภายนอกอีกหลายหมื่น เสียค่ารถค่าพาหนะอีกหลายหมื่น เสียค่าวิจัยและพัฒนา(R&D)อย่างประเมินได้ยาก ทั้งตระเตรียมห้อง Lab และจัดซื้ออุปกรณ์นับหมื่นนับแสน ทั้งซื้อ Tool และซอฟแวร์สนับสนุนเหลือคณานับ จึงจะสามารถสร้างทีมงานสักสิบถึงยี่สิบชีวิตร เพื่อพัฒนาระบบ
ครั้นเมื่อย่างเข้าสู่กระบวนการ จะต้องพยายามจบ Project ให้โดยเร็ว หรือแบ่งการจบโครงการเป็นช่วง ๆ ขืนยาวนานยืดเยื้อไป เงินทองเริ่มร่อยหรอกำลังเริ่มอ่อนแรง พนักงานเองก็เสียขวัญกำลังใจ เมื่อถึงเวลาส่งงานหรือใกล้วาระสุดท้ายแห่งการปิดโครงงาน จะดูอ่อนแรงทั้งที่เป็นด่านสุดท้าย การทุ่มเทเงินทองและทรัพยากรออกภายนอกยาวนาน ทรัพยากรและการเงินภายในจะร่อยหรอ หากแม้นมีบริษัทอื่นเล็งเห็นผู้มีศักยภาพแห่งเรา ก็ถือเป็นช่วงนาทีทองในการล่าตัว(Hunt) เมื่อนั้นแล้วจักสูญสิ้นทั้งเงินทองที่ทุ่มเทแลพนักงานที่เชี่ยวชาญ องค์กรจะอยู่ได้ยาก แม้มีผู้ภักดีแลฉลาดหลักแหลมอยู่เพียงใด ก็อาจป้องกันเหตุการณ์สมองไหลได้ยาก
จากประวัติสาสตร์การพัฒนาระบบหากมีการพัฒนาที่ล่าช้าแล้วมิเคยได้ระบบที่ดี เนื่องจากต้องเร่งรีบ การคิดให้ซับซ้อน เปลี่ยนแปลงสับสน(Change) หรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมิได้(Risk Management) รังแต่จะเกิดเป็นการบ่อนทำลายการพัฒนาระบบ หากแม้น Project Manager มิรู้ว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งร้ายแล้ว ก็เสมือนกับว่ามิรู้ข้อควรระวังแลจุดพินาศแห่งการสร้าง Project เช่นกัน
ผู้เก่งกาจแลชาญฉลาดในการคุมโครงงานนั้น จักมิมีการเลื่อนตารางงานซ้ำสอง จักมิมีการเปลี่ยนแปลง Requirement ซ้ำสาม ส่งพนักงานเราแต่เพียงบางส่วน และให้พนักงานดึงดูดพนักงานลูกค้าหรือคู่ค้ามาเป็นพันธมิตร ใช้ความสัมพันส่วนตัวมิแบ่งแยก แม้นครอบครองใจพนักงานอีกฝ่ายด้วยพนักงานฝ่ายเราได้แล้ว การวิเคราะห์ระบบก็จักถ่องแท้ การตรวจสอบระบบก็ใช้คนฝั่งเขาช่วย อุปกรณ์ก็หยิบยืมด้วยความเป็นกันเอง ประดุจหนึ่งช่วงชิงกำลังพลเขามาเป็นของเรา อาศัยอุปกรณ์เขามาเป็นเครื่องทดสอบเรา เช่นนี้แล้วจะลดพนักงานได้ ลดค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ได้
การแบ่งกำลังหลายทางเสียค่าใช้จ่ายเพื่อหน้าตามากเกินไป เสียค่าใช้จ่ายสิ่งไร้สาระหรือค่าจ้างที่ปรึกษามากเกินไป กำลังทรัพในการบำรุงภายในจักถูกลดทอน เมื่อถึงคราวคับขันก็ต้องลดสวัสดิการ ลดโบนัส มาตรร้ายที่สุดก็ลดเงินเดือน ลดค่าตอบแทนหุ้นส่วน หนักที่สุดคือการดึงเงินกรรมการหรือหุ้นส่วนมาเพิ่มเติม แลอาจกู้หนี้ยืมสินจากภายนอก เมื่อบริษัทเริ่มขาดแคลนพนักงานก็เริ่มขาดแคลน หุ้นส่วน/กรรมการ ก็เริ่มขาดแคลนหรือตีจาก อุปกรณ์เสียหายก็มิมีเงินซ่อมแซม จักจับจ่ายเพื่อขวัญกำลังใจก็หาจุดมาใส่ได้ไม่ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วหากดึงใจพนักงานลูกค้ามาเป็นฝ่ายเราได้หนึ่งคน ดุจเราเพิ่มคนฝ่ายเราถึงสองคน หากดึงใจผู้ควบคุมโครงการฝั่งลูกค้าได้หนึ่งคนดุจเราเพิ่มคนฝั่งเราสิบคน หากใช้ทรัพยากรฝั่งลูกค้าได้หนึ่งอย่างดุจเราลดการใช้อุปกรณ์และค่าขนส่ง
เมื่อเป็นดังนี้แล้วเมื่อถึงคราวปิดโครงการได้ พึงให้พนักงานรู้ช่องทางรู้นิสัยแลเตรียมการรักษาไมตรีแลสร้างการขายต่อ ๆ ไป เมื่อสามารถเชิญชวนหรือพาพนักงานฝ่ายเขาไปสังสรรค์ได้ให้ตระเตรียมสนับสนุน(งบ Entertrain)แต่พองาม เมื่อสามารถเกลี้ยกล่อมให้ลูกค้าหรือคู่ค้าซื้อบริการหรืออุปกรณ์เพิ่มได้ให้จัดส่วนแบ่ง(Commission) หากเมื่อครั้นจบโครงการแล้วสามารถว่าจ้างหรือซื้อใจพนักงานใน Site ลูกค้าได้ ให้เลี้ยงดูให้ดี อย่าเอารัดเอาเปรียบ การพัฒนาโครงการนั้นสำคัญที่ปิดโครงการได้เร็วและพอจะสมบูรณ์แบบ มิใช่ยืดเยื้อยาวนานถึงจะเป็นโครงการที่ไร้ที่ติ แต่หาคุ้มค่าไม่
จึงกล่าวเป็นกาลสุดท้ายว่า Project Manager หรือกรรมการผู้จัดการที่ควบคุมงาน เป็นผู้กุมชะตาของพนักงานบริษัท รวมถึงญาติพี่น้องที่เขาดูแล เป็นผู้ทำลายชีวตรความเป็นอยู่แลเป็นผู้บรรดาลความมั่งคั่ง จักขลาดแคลนหรือร่ำรวย จักอมทุกข์หรืออิ่มสุขเบิกบาน ก็ดลบรรดาลได้

น่าสนใจค่ะ
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันค่ะ
ขอบคุณครับ มีบทที่ 1 นะครับ เผื่อสนใจ แล้วผมจะพยายามเขียนให้ครบครับ เกิดถ้าผโชว์โง่ไปตรงใหนก็แนะนำได้นะครับ