ท่านคือคนหนึ่งที่กลัวการไปหาหมอฟันรึเปล่าคะ

ค่ะ ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่งที่กลัวการไปหาหมอฟันเป็นที่สุด หากเลือกได้ คิดว่า ไปหาหมอธรรมดายังมีสิทธิแค่ตรวจๆ ไม่โดนฉีดยา หรืออย่างเลวร้ายน้อยกว่าก็แค่กินยาที่หมอสั่ง แต่ว่าการไปหาหมอฟันเนี่ย เลี่ยงไม่ได้ที่หมอฟันต้องตรวจสุขภาพในปาก เอาแท่งอะไรมาแคะๆ มีเสียงจี๊ดๆ ปวดประสาท เผลอๆ บอกว่า ไม่เจ็บๆ พอบ้วนน้ำ เลือดกกปากเลยค่ะ อยากร้องไห้ ในวันนี้ค่ะ ได้อ่านบทความหนึ่ง น่าสนใจมากเลย ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นแล้วยังที่ในประเทศไทยของเราค่ะ

เพิ่งทราบค่ะว่า การนวด ยังได้นำไปใช้ในคลีนิคหมอฟันในประเทศสหรัฐอเมริกา จากการศึกษาพบว่า คนไข้ชาวอเมริกันจะหวาดกลัวหมอฟัน ไม่ยอมพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟัน สถานคลินิกทันตกรรมจึงนำการนวดเข้าไปผสมผสานกับการรักษาฟัน โดยในขณะที่หมอกำลังรักษา ทำฟันคนไข้ ก็จะมีหมอนวด ที่มีกลเม็ดความชำนาญในการนวด นวดเท้า ไปด้วย เพื่อช่วยให้คนไข้ที่ทำฟัน รู้สึกผ่อนคลาย สบาย คลายเครียด และลดความกลัว ความกังวล รู้สึกสบายกาย สบายใจ และส่งผลทำให้คนไม่กลัวการไปหาหมอฟันเพื่อตรวจสุขภาพฟันเพิ่มมากขึ้น

 

ทราบได้ดังนี้แล้ว คิดต่อไปว่า

1. Discovery การทำฟันแล้วลดความกลัวด้วยการใช้อย่างอื่นผสมผสานหันเหความสนใจ

2. Dream ทำให้คนไม่กลัวหมอฟันและสนุกกับการไปตรวจสุขภาพฟันได้อย่างไร

3. Design โดยการจัดสถานที่ให้ดูแล้วผ่อนคลาย ไม่ใช่มีอะไรก็ติดแต่รูปฟัน แต่ให้ติดภาพสวยงาม อาจเปิดเพลงเบาๆ ผ่อนคลายให้คนไข้เข้าไปแล้วนึกว่า เข้ามาใช้บริการสปา และอาจควบทำเป็นธุรกิจคู่เสริม หรือธุรกิจที่ควบรวมให้

4. Destiny ลองดูต่อไปนะคะ ถ้ารู้สึกว่ามันดีและเกิดการบอกต่อ คงต้องคิดต่อไปว่า ทีละขั้นของการเริ่มเปลี่ยนแปลงหรือผสมผสานเนี่ย มันเป็นไปได้มากน้อยเท่าไร หากห้องทันตกรรมที่ลองเอาไปทำแล้วพบว่ามันไม่เหมาะในเมืองไทยหรือควรผสมผสานแต่ไม่ใช่รูปแบบสปา ค่อยมาคิดกันใหม่อีกครั้งค่ะ ว่าใช้อะไรผสมผสานแล้วดียิ่งกว่าถึงดีที่สุด


อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก http://cdl-psy.kbu.ac.th/article/doc011251_2.pdf

Designed By Wachi. Bowornki.