ทำบุญได้อะไร ทำไปทำไม แล้วอะไรได้บุญมากที่สุด...

...วันนี้วันพระ...หลายคนไปทำบุญที่วัด  อีกหลายคนนั่งสวดมนต์อยู่บ้าน และอีกหลายๆคนที่ไม่ได้ทำบุญเพราะติดภาระบางประการ...ในวิถีชีวิตของคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธชอบทำบุญ  ตัวเองเคยสงสัยมาตั้งแต่เด็กว่า ทำบุญแบบไหนได้บุญ  ซึ่งคุณยายเคยพูดเสมอว่า คนเราเกิดมาต้องสร้างบุญบารมีไว้เหมือนการออมเงิน  ชาตินี้เราเกิดมา เราก็เอาบุญบารมีตั้งแต่อดีตชาติมาใช้  ถ้าชาตินี้เราไม่ทำเพิ่มเติมบุญบารมีก็จะหมดไป...ตัวเองก็เลยฝังความคิดที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆว่าเราต้องทำบุญทุกวันเพื่อสร้างบารมี  ทีนี้คำว่าบุญ คือ คุณงามความดี  ส่วนบารมี  คือ  คุณความดีที่ควรบำเพ็ญ 10 อย่าง เรียกว่าทศบารมี  ได้แก่  ทาน  ศีล  เนกขัมมะ  ปัญญา  วิริยะ  ขันติ  สัจจะ  อธิฏฐาน  เมตตา  อุเบกขา เป็นความดีที่ยิ่งใหญ่

....แต่จากการศึกษาหนังสือธรรมะมาว่า  วิธีการสร้างบุญบารมีในพุทธศาสนามีอยู่  3  ชั้นตอน  คือ การให้ทาน  การถือศีล  และการเจริญภาวนา  ซึ่งการให้ทานหรือการทำทานนั้นเป็นการสร้างบุญแต่ได้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะทำมากอย่างไรก็ยังน้อยกว่าการถือศีล  และการถือศีลก็ยังได้บุญน้อยกว่าการเจริญภาวนา

การทำทาน.... ได้แก่การสละทรัพย์สิ่งของสมบัติของตนเองที่มีอยู่ให้แก่ผู้อื่น โดยมุ่งให้ผู้รับมีความสุขและได้รับประโยชน์ โดยวัตถุทานนั้นต้องบริสุทธิ์ ไม่เบียดเบียดให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน และเจตนาการให้ทานต้องบริสุทธิ์  อานิสงส์ของการทำทานย่อมมีผลให้ได้ซึ่งมนุษย์สมบัติ  สวรรค์สมบัติ

การรักษาศีล....คือการรักษาศีลธรรม ที่ต้องทำกันให้เป็นปกติ ศีลนั้นมีหลายระดับตั้งแต่ ศีล 5  ศีล  8  ศีล 10 และศีล 227 ซึ่งการรักษาศีลเป็นการเพียรพยายามเพื่อระงับโทษทางกายและวาจา เป็นการบำเพ็ญบุญบารมีทีสูงขึ้นกว่าการให้ทานซึ่งการถือศีลก็ยังได้บุญมากน้อยต่างกันไปตามลำดับของศีลดังนี้

    การให้อภัยทาน  แม้จะมากถึง  100  ครั้ง  ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล  5  แม้จะได้ถือเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    การถือศีล   5  แม้จะมากถึง  100  ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล  8  แม้จะถือเพียงครั้งเดียวก็ตาม

   การถือศีล  8  แม้จะมากถึง  100  ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถือศีล 10  คือการบวชเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนาแม้จะบวชมาได้แต่เพียงวันเดียวก็ตาม

   การบวชเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา แล้วรักษาศีล 10 ไม่ให้ขาด  ไม่ด่างพร้อย แม้จะนานถึง  100  ปี ก็ยังได้บุญน้อยกว่าผู้ที่ได้อุปสมบทเป็นพระในพระพุทธศาสนามีศีลปาฏิโมกข์สังวร  227  แม้จะบวชมาได้เพียงวันเดียวก็ตาม

การภาวนา.... การเจริญภาวนา เป็นการสร้างบุญบารมีที่สูงที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนา มีอยู่  2  อย่างคือ  สมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนา

        สมถภาวนา  เป็นการนั่งสมาธิที่ฝึกจิตให้เป็นสมาธิ  ตั้งจิตให้มั่นอยู่ในอารมณ์เดียว  ไม่ฟุ้งซ่าน ไปยังอารมณ์อื่นๆ ด้วยวิธีการภาวนามีมากมายหลายร้อยชนิด ซึ่งพระพุทธองค์ทรงบัญญัติแบบอย่างเอาไว้  40  ประการ เรียกกันว่า  กรรมฐาน  40  ซึ่งผู้ใดจะเลือกใช้วิธีใดก็ได้ตามแต่สมัครใจ ทั้งนี้สุดแล้วแต่อุปนิสัยและวาสนาบารมีที่ได้เคยสร้างสมอบรมมาแต่ในอดีตชาติ  การทำสมาธิเป็นการสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ ลงทุนน้อยที่สุดเพราะไม่ได้เสียเงินเสียทอง  ไม่ได้เหนื่อยยากต้องแบกหามแต่อย่างใด เพียงแต่คอยระวังรักษาสติ  คุ้มครองจิตมิให้ไปสู่อารมณ์อื่นๆโดยให้ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียวเท่านั้น

      วิปัสสนาภาวนา  เป็นการเจริญภาวนา  เมื่อจิตของผู้บำเพ็ญตั้งมั่นในสมาธิจนมีกำลังดีแล้ว จิตก็จะอยู่ในสภาพที่นุ่มนวลสามารถคิดใคร่ครวญหาเหตุผลในสภาวธรรมทั้งหลายและสิ่งที่เป็นอารมณ์ของวิปัสสนานั้นมีแต่เพียงอย่างเดียวคือ ขันธ์ 5  ซึ่งนิยมเรียกกันว่า  รูป  เวทนา  สัญญา  สังขาร  และวิญญาณ ซึ่งเป็น อนิจจัง  ทุกขัง และอนัตตา

             อนิจจัง = ความไม่เที่ยง

             ทุกขัง  =  สภาพที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้

             อนัตตา  =  ความไม่ใช่ตัว  ไม่ใช่ตน  ไม่ใช่สัตว์  ไม่ใช่บุคคล  ไม่ใช่สิ่งของ

 "ผู้ที่คิดถึงความตายนั้น เป็นผู้ไม่ประมาทในชีวิต  ไม่มัวเมาในชีวิตเพราะเมื่อคิดถึงแล้วย่อมเร่งกระทำความดีและบุญกุศลเกรงกลัวต่อบาปกรรมที่จะติดตามไปในภพชาติหน้า"

  ขอเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ธรรมะเพื่อเป็นธรรมทาน  ขอให้ผู้อ่านทุกท่านมีความสุขความเจริญ อิ่มบุญในกุศลธรรมทุกท่านค่ะ....สาธุ