วันนี้หนาวได้ใจทีเดียวครับ... น่าคลุมโปงนอนจริงๆ
อยู่ดีๆอากาศก็หนาวแบบนี้ ผมคิดว่าอาจจะเป็นหนาว
ระลอกสุดท้ายของปีแล้วนะครับ.. เพราะฉะนั้นมีความสุขกับมันให้เต็มที่
เพราะอีกไม่นาน "ร้อนนรก" ก็จามาเยือนพวกเราอย่างแน่นอน T_T
พร่ามมาซะยาว... เข้าเรื่องกันดีกว่า... วันนี้ผมได้มีโอกาสเข้าไปอบรม
เกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยมาครับ เป็นอะไรที่น่าสนใจที่เดียวครับสำหรับนักลงทุน เพราะนอกจาก
จะได้ลงทุนอย่างใจนึกแล้ว ยังได้ความคุ้มครองจากกรมธรรม์ด้วย... รู้สึกดีกับธุรกิจประเภทนี้ขึ้นเยอะเลยครับ ^^
ระหว่างการอบรม วิทยากรก็ได้ยกตัวเคสดีๆมาหลายเคสครับ... และมีอยู่เคสหนึ่งเป็นการขายประกันให้กับพ่อค้าแม่ขายในตลาด
เพื่อคุ้มครองลูกตัวน้อยๆของพวกเขา 2 คน... เรื่องราวจะเป็นอย่างไร... เกี่ยวกับ"จิตวิทยาการขอ"ตรงไหน ตามผมมาครับ ^^
ท่านวิทยากรได้เล่าให้ฟังว่า "ตอนนั้นก็ไปลงพื้นที่ช่วยพวกนายหน้าขายประกันอยู่ที่ประตูน้ำ กทม.ค่ะ ช่วงนั้นลงพื้นที่หลายวัน
เวลาเหนื่อยๆก็จะไปซื้อไอติมกับพ่อค้าแม่ค้าคู่หนึ่งเป็นประจำจนสนิทสนมกัน... ตอนแรกไม่คิดว่าจะขายประกันให้พวกเขาหรอกค่ะ
แต่พอเห็นลูกน้อยๆ 2 คนของเขา น่ารักมาก อย่างกับเด็กญี่ปุ่นหน่ะ เลยอดเป็นห่วงไม่ได้ จึงลองเสนอกรมธรรม์ให้ตัวหนึ่ง
ที่สามารถจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเด็กๆได้ยามฉุกเฉิน ตอนเริ่มคุยครั้งแรก... จากคนที่เคยคุยกัน
สนิทสนม ยิ้มแย้มแจ่มใส พอเริ่มเสนอขายเท่านั้นละ... เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยค่ะ ไล่ดิฉันให้หนีไปไกลๆอย่ามายุ่ง !!!


แต่ด้วยความหวังดี... อยากที่จะช่วยแบ่งเบาภาระในจุดนี้ของพวกเขา ดิฉันไม่ท้อค่ะ.. ก็ออกไปเสนอขายอยู่ถึง 6 ครั้ง
จึงสามารถปิดการขายเคสนี้ได้.. พูดตรงๆว่า"งง"เหมือนกันว่าทำไมพวกเขาถึงเปลี่ยนใจ พอได้สอบถาอมข้อมูลดูก็พบว่า
พวกเขาเห็นเพื่อนที่ขายของอยู่แผงข้างๆ ถือกรมธรรม์ในลักษณะที่ดิฉันเสนอขายพวกเขาอยู่ และได้ใช้ประโยชน์จากกรมธรรม์
ในการเครมค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด โดยที่ไม่ต้องออกเงินเองเลยแม้แต่บาทเดียว ซึ่งจุดนี้เองทำให้พวกเขาตัดสินใจทำประกัน"
ตัดมาที่จุดนี้ครับ... มาดูกันครับว่า เคสการขายประกันของวิทยากรท่านนี้ ให้อะไรกับเราบ้าง... ตามมาเลยครับ ^^
จะเห็นได้ว่า... ในตอนแรกที่เสนอขายประกันให้กับพ่อค้าแม่ค้าคู่นี้นั้น... วิทยากรโดยไล่ออกมาแถบจะไม่ทัน ( ความรู้สึกก็คง
ไม่ต่างกับเราๆท่านๆที่เจอนายหน้าขายประกันละครับ ) แต่ด้วยความหวังดีไม่ย่อท้อของวิทยากร จึงได้พยายามที่จะเสนอ
สิ่งนี้ให้กับพวกเขาถึง 6 ครั้งด้วยกันกว่าจะประสบผลสำเร็จ ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ อยู่ที่เพื่อนแผงข้างๆครับ... เพราะว่าพวกเขา
เห็นว่ากรมธรรม์ตัวนี้สามารถเครมค่ารักษาพยาบาลได้จริง แถมได้เต็ม 100% ด้วย จึงได้ตัดสินใจทำประกันกับวิทยากร
เทคนิคนี้เรียกว่าเทคนิค "การขอแบบอาศัยตัวนำร่องครับ" ซึ่งตัวนำร่องก็คือ "เพื่อนที่ขายของอยู่แผงข้างๆนั้นเอง"
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ... กับ "การขอแบบอาศัยตัวนำร่อง" อย่างในเคสนี้ถ้าพ่อค้าแม่ค้าคู่นั้น ไม่ได้เห็นตัวอย่าง
จากเพื่อนในแผงข้างๆ (ตัวนำร่อง) ว่ามีประกันแล้วดีอย่างไร วิทยากรท่านนี้ก็คงจะไม่สามารถปิดการขายนี้ได้อย่างแน่นอนครับ
ลองนำไปปรับใช้กันดูครับ.. เทคนิคการขอแบบนี้ จะทำให้ผู้ที่เราต้องการจะขอบางสิ่งบางอย่างจากเขา สามารถรู้สึกได้ สัมผัสได้
และกล้าที่จะตัดสินใจทำตามสิ่งที่เราขอ ทำให้สิ่งที่เราขอนั้นดูมีน้ำหนัก จนท้ายที่สุดการขอนั้นๆก็จะสามารถบรรลุผลได้ในที่สุด
แล้วคุณละคิดยังไง ^^
ท่านสามารถอ่านเคสเกี่ยวกับการขอที่ใช้แล้วเวิร์คเพิ่มเติมที่ได้ที่
>>> จิตวิทยาการขอ ( Appreciative Inquiry ) <<< ครับ ^^
ปฎิเสธไม่ได้เลยจริงๆคะ....เพราะกับตัวเองก็เป็นอยู่หลายครั้งเลย
คือถ้าไม่เห็นคนอื่นซื้อก่อน ทำก่อน เกิดผลที่ดีเสียก่อน เราก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยงทำคะ
มันเป็นเพราะ......"ความกลัว"ในตัวของมนุษย์ทุกคน และยังมีอีกหลายๆคนที่กลัวและไม่กล้าที่จะริเริ่มหรือเป็นผู้นำในการทำอะไรใหม่ๆ
เพราะเราทุกคนย่อมไม่อยากเจ็บตัวก่อนจิงมั้ย
....สวัสดีค่ะ...แวะมาเป็นคนแรกในทันที....
ธุรกิจขายประกันนี่เป็นการทำที่ต้องใช้เทคนิคมากที่สุดอาชีพหนึ่ง สิ่งที่สามารถจะทำให้เขาขายประกันได้โดยทันที ผู้ขายต้องใช้เทคนิคในการพูดแต่ไม่ใช่พูดให้มากนะ พูดยังไงก็ได้ให้เขาสนใจที่จะซื้อประกันตัวนั้นกับเขา อีกอย่างพนักงานขายประกันเองก็ต้องอย่าวางตัวจนมากเกินไป เพราะเคยเห็นบางคนที่เป็นพนักงานขาย วางตัวจนน่าเกลียด กับอีกคน ยิ้มง่าย อัธยาศัยดี คนอย่างหลังจะขายประกันได้ทันที
อีกอย่างนะที่รู้มา การเคลมประกันไม่ใช่เคลมง่ายๆ หลานที่บ้านหัวแตก ถ้าไม่นอนโรงพยาบาลก็เคลมไม่ได้ ต้องสำรองจ่ายก่อนถ้าไม่นอนอโรงพยาบาล เพราะประกันเขาไม่ได้จ่ายทั้งหมดนะ ค่าห้อง 2600 บาท ประกันจ่ายให้แค่ 1500 บาท เพราะฉนั้นถ้าคิดจะทำประกัน ต้องอ่านรายละเอียดมากหน่อยนะค่ะ
สวัวดีค่ะ คุณเอิร์ท
ประสบการณ์จริงเลยล่ะค่ะ
แรก ๆ พอเห็นคนมาเสนอขายประกันนะ
แทบอยาก วิ่งหนี เพราะขายประกันคนจะ
มองด้วยภาพลบซะมากกว่า แต่ถ้าได้คุยด้วยบ่อยๆ
แล้วเห็นคนอื่นทำ ก็จะเก็บเอามาคิด ว่า.....
ทำไมเค้าถึงทำ ถึงจะยอมเปิดใจ ฟังคนขายประกันค่ะ
สุดท้าย ก็ยอมทำ อิอิ
บุญรักษาค่ะ ^^
ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ
@หนิง >>> ใช่แล้วหนิง... คงไม่มีใครที่อยากจะเจ็บตัวก่อนในทุกๆเรื่อง ถ้าเห็นตัวอย่างทำให้ดูก่อน และเห็นว่ามันปลอดภัยและเป็นประโยชน์กับตัวเอง ก็ไม่บากเลยที่เราจะยอมรับการขอนั้น จริงป่ะ ^^
@คุณสายลมที่หวังดี >>> ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ... เห็นด้วยในหลายๆประเด็นเลย การเครมนั้นยากจริงครับ ต้องศึกษาดีๆ เพราะรายละเอียดของแต่ละบริษัทมันยิบย่อยมากมาย ^^
@คุณsOul_ >>> เหอๆ... คุณก็ฌหมือนผมละครับ ตอนแรกมองธุรกิจนี้ลบมากๆ เพราะภาพที่เซลได้สร้างเอาไว้กับเรา มันแย่จริงๆ แต่พอได้ไปฟังอบรมมาวันนี้ รู้สึกดีขึ้นเยอะครับ ^^
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาครับ แสดงความคิดเห็นกันได้เต็มที่เลยนะครับ ^^
ไม่เคยได้รับการเสนอขายประกันนะครับ
แต่ก็เห้นด้วยที่ว่า ถ้าเราไม่เคยเห้นภาพที่เกิดขึ้นชัดเจนมาก่อน ก็คงไม่ตัดสินใจที่จะทำแน่ๆครับ
ขอบคุณมากครับกับการแบ่งปัน
การทำประกันเป็นสิ่งที่ดีครับ เมื่อจะซื้อประกันชีวิตชนิดสะสมทรัพย์ต้องสอบถามถึง **** ที่มีอยู่ในกรมธรรม์ด้วย เช่น เงินปันผลเป็นอย่างไร(พี่ชายผมทำประกันกับบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง เมื่อครบ 21 ปี ได้เงินคืนไม่ครบ ก็เพราะ ****) ข้อยกเว้นต่างๆ ก็ควรสอบถาม ตัวแทน ตัวแทนก็ควรสอบถามผู้ฝึกอบรม เพราะตัวแทนคือตัวแทนของผู้เอาประกัน ต้องจริงใจ แล้วลูกค้าจะไม่มีวันหมด สิ่งสำครับ ตัวแทนจำเป็นต้องมีความรู้ด้านอื่นๆ ประกอบด้วย เพราะเวลานี้มีช่องทางในการซื้อประกันเพิ่มมากขึ้น ยินดีค้วยสำหรับความตั้งใจ ที่จะเรียนรู้
มีประกันมากมายในทุกวันนี้
ที่ยังทำในแบบเดิมๆ น่าเบื่อ
ที่เหมือนชักจูง โน้มน้าวลูกค้า
ทั้งที่มันไม่ได้เป็นการขอความช่วยเหลือ
อย่างมีศิลปะเลย ทำให้ลูกค้าอึดอัดค่ะ
แต่รูปแบบใหม่ๆ ของบางบริษัทได้ปรับตัว
แม้ว่าเป็นการขายประกันนั่นแหละ แต่ว่า
ก็ยังสามารถเจรจาต่อรองได้ผลดี
คือ win win ทั้งสองฝ่ายค่ะ
j
ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ
@คุณFallen >>> ถ้ามีโอกาสทำไว้เถอะครับ... เท่าที่ไปฟังมามีแต่ข้อดีทั้งนั้น ขอบคุณที่แวะเข้ามาครับ ^^
@คุณสมชาย เจิมสุรวงศ์ >>> ใช่แล้วครับ... เหมือนกับเป็นการช่วยชาติไปในตัวด้วย เพราะเงินจากเบี้ยประกัน 25% นำไปพัฒนาชาติครับ เป็นอะไรที่ดีมากๆ ประเทศพัฒนาแล้วเค้าสงเสริมให้ประชาชนของเค้าทำประกันภัยกันทั้งนั้น ^^
@พี่แจ๋วแหวว >>> ต้องยอมรับครับพี่แจ๋วแหวว ว่าธุรกิจประเภทนี้ถูกมองในแง่ลบพระ Sale ที่ไร้จรรยาบันครับ สักแต่จะขาย พูดอะไรไร้สาระ ไม่ฟังเราเลย จึงทำให้คนไทยไม่สนใจที่จะทำประกันภัย อาจจะเป็นเพราะความเชื่อที่ว่าทำประกันเหมือนการแช่ง ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ใช่นะครับ เหอๆ ขอบคุณที่แวะมาพี่ ^^
ขอบคุณที่แวะมาครับ แสดงความคิดเห็นกันได้เต็มที่เลยนะครับ ^^