วิทยาศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของศาสนาพุทธ แต่ศาสนาพุทธเป็นทั้งหมดของจักรวาล

พุทธอัจฉริยะ

ของ ศาสตราจารย์  นายแพทย์คงศักดิ์  ตันไพจิตร

    จากการค้นพบโครงสร้างของ ( DNA ) หรือสารพันธุกรรมเมื่อ 50 ปีเศษมาแล้วว่า

มีลักษณะเป็นสายคู่ ที่บิดพับเป็นเกลียวคล้ายบันไดเวียนแบบที่เรียกว่า

 ดับเบิลเฮลิกซ์ ( double helix ) และจากการศึกษายีโยมของมนุษย์

( HumanGenomeProject ) ซึ่งสำเร็จลุล่วงลงเมื่อไม่กี่ปีผ่านมานี้  ทำให้ความรู้ใน

เรื่องสารพันธุกรรมและยีนส์ซึ่งควบคุมลักษณะพันธุกรรมก้าวหน้าไปอย่างมากมาย

มหาศาล 

     จากความรู้ใหม่ๆ ที่ค้นพบเหล่านี้ ทำให้ทราบว่า  มนุษย์ทุกผู้ทุกนาม

 มียีโนมเหมือนกันหมดถึง 99% ใน " อักษร " หรือนิวคริโอไทด์ 3 พันล้านตัวนี้

และไม่เฉพาะแต่ระหว่างหมู่สัตว์เท่านั้น พืชก็มีพื้นฐานทางสารพันธุกรรมเหมือนๆกัน

กับสัตว์และมนุษย์ด้วย กล่าวคือมีรากฐานของ ดีเอ็นเอ คือมีนิวคริโอไทด์ A ,G, C, T

อย่างเดียวกัน เช่น กล้วยหอมเหมือนมนุษย์ 50% สุนัขเหมือนมนุษย์ 95%

ลิงอุรังอุตังเหมือนกับมนุษย์ 97% ลิงกอริลลาเหมือนกับมนุษย์ 98.4% ลิงชิมแปนซี

เหมือนกับมนุษย์ 98.7 % มิหนำซ้ำ ยังพบอีกว่า ยีโนมของลิงชิมแปนซีเหมือนกับ

ของมนุษย์มากกว่าที่คล้ายกับลิงอุรังอุตังด้วยกัน

     จากความแตกต่างเพียงไม่ถึง 2% ระหว่างยีโนมของมนุษย์กับลิงชิมแปนซี

แต่กลับส่งผลให้ภูมิปัญญานั้นแตกต่างกันลิบลับ ในขณะที่ ลิงชิมแปนซี ยังอาศัย

อยู่ในป่าในเขตบริเวณจำกัด  เยี่ยงยุคดึกดำบรรพ์ มนุษยชาติ ได้อาศัยความ

ชาญฉลาดและสติปัญญา แผ่ขยายขอบเขตอาณาจักรไปรอบโลก และยึดครองโลก

ได้สำเร็จ  

    ผลเสียที่ตามมาก็มีคือ ความฉลาดที่มีมากขึ้นนั้น  ได้ก่อให้เกิดอัตตาหรือตัวตนสูง

ขึ้นเป็นเงาตามตัว  โดยเฉพาะมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์ที่ฉลาดที่สุดในโลก  กลับเป็นสัตว์

ประเภทเดียวที่ฆ่าตัวตายเพียงแค่ถูกทำร้ายทางจิตใจ ทั้งๆที่ร่างกายมิได้เจ็บปวด

บอบช้ำแต่อย่างใด  ความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ ทำให้สามารถสร้างอาวุธขึ้นมา

ใช้ในการล่าสัตว์และป้องกันตนเอง แต่ผลเสียที่ตามมาก็มีมาก คือ มีการใช้อาวุธ

เข่นฆ่าทำร้ายกันเอง จนถึงระดับฆ่าล้างโคตรล้างเผ่าพันธ์กันให้สิ้นซาก

    ทั้งนี้ทั้งนั้น  เป็นผลสืบเนื่องมาจาก ความไม่ลงรอยของมนุษย์ด้วยกันเอง   (ทิฏฐิ )

หรือความอยากได้ไว้ครอบครอง (ตัณหา)  ซึ่งตั้งอยู่บนรากฐานอัตาตัวตน ดังพุทธ

ภาษิตที่กล่าวไว้ว่า " ปุถุชนฝากสุขและทุกข์ไว้กับตัณหาและทิฏฐิ"

ด้วยรักและห่วงใย

ใจใสใส