พูดถึงคู่รักหลายๆ คู่ที่คบกันมานานๆ
รักกันมาตั้งนานก็เห็นรักกันมาได้
แต่ไม่รู้ทำไม พอชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงปุ๊บ
เป็นต้องเลิกกัน
อย่างเช่น
คบกันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง พอถึงปีสี่ยิ่งระหองระแหง
ยิ่งใกล้จบยิ่งร้าวฉาน
และส่วนมากจะทางใครทางมัน
ตั้งแต่ยังไม่รับปริญญาด้วยซ้ำ
หรือเวลาจะย้ายงาน ได้ทุนเรียนต่อ
จังหวะชีวิตกำลังจะเปลี่ยน
ต้องสะเทือนถึงหัวใจแทบทุกคู่
เพื่อนผู้ชายของฉันหลายคนพอเรียนจบทำงาน
เกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ทิ้งแฟน (ไปหาเอาข้างหน้า)
เพื่อนผู้หญิงของฉันหลายคนพอเรียนจบทำงาน
เกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ถูกแฟนทิ้ง
(ฮา! แล้วจะหาใหม่ที่ไหนเนี่ย)
ฉันเป็นคนกลางเลยนั่งงง
ได้ยินเรื่องแบบนี้มาเยอะ ทั้งจากคนใกล้ตัวและคนไกลตัว
เพื่อนผู้ชายของฉันบางคนพอ
สอบได้ทุน ได้เรียนต่อเมืองนอก
หรือต้องอยู่เมืองนอกเพราะหน้าที่การงาน
ประมาณว่าไปหลายปี
เขามักจะเคลียร์ตัวเองโดยการทิ้งแฟน
ทำทุกอย่างให้ว่างเปล่า
ฉันถามเขาว่า "ทำไม เพราะอะไร"
เขาตอบว่า ไม่อยากมีห่วง ไม่อยากกังวล
ไม่อยากมานั่งคิดถึงใครอยู่
อยากทำงานสร้างตัว ตัดๆ ไปเลยดีกว่า
แล้วค่อยกลับมาคิดเรื่องนี้ทีหลัง
(กับผู้หญิงคนใหม่ ดีกว่าสวยกว่า)
ผู้ชายเป็นเพศที่ขยันคิดใหม่ทำใหม่
(ใหญ่กว่าเดิม) จริงๆ
ผู้ชายส่วนมากยอมทิ้งความรักเพื่อสร้างโลก...
ทิ้ง ! ทั้งๆ ที่รัก
.........................................
ในขณะที่เพื่อนผู้หญิงของฉันบางคน ยอมสละทุน
ยอมปฏิเสธตำแหน่งดีๆ เงินเยอะๆ
เพราะอยากอยู่ใกล้ๆ แฟน
ทิ้งเพื่อนทิ้งฝูง เพื่อไปดูแลคนที่รัก
ผู้หญิงส่วนมากยอมทิ้งโลก
เพื่อความรัก เพื่อผู้ชายที่รัก...
ที่จริงอันนี้เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ผู้ชายไม่รู้ตัว
ประมาณว่าทำอะไรไปไม่รู้ตัว
รู้สึกอะไรไม่รู้ตัว
ฉันเคยบอกเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งว่า
"แปลกนะ เวลาที่เรารักใครสักคน
พลังในการก้าวจะยิ่งน้อยลง"
เขาหัวเราะเสียงดัง บอกว่าไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย
แล้ววันหนึ่งเขาก็เดินมาบอกฉันหน้าเศร้าๆ ว่า
จริงอย่างที่เธอว่า
"เวลาที่เรารักใครสักคน
พลังในการก้าวจะน้อยลงจริงๆ "
................................................
มีผู้ชายคนหนึ่งบอกฉันว่า
เวลาที่เรารักใครอยู่
ไม่ว่าจะนั่ง จะเดิน จะทำอะไร
เหมือนในมือทั้งสองข้างของเรา ถือหัวใจอยู่สองดวง
ข้างหนึ่งคือของเราเอง และอีกข้างหนึ่งคือของคนที่เรารัก
มือสองข้างไม่ว่างพอที่จะเดินเร็วได้
กลัวสะดุด กลัวหกล้ม ห่วงซ้ายห่วงขวา ห่วงหน้าหลัง
ไม่กล้าคิด ไม่กล้าตัดสินใจอะไร
เพราะถ้าล้มลงไป ไม่ใช่แค่หัวใจเรา
แต่มันหมายถึงหัวใจของเขาด้วย
ทำอะไรยิ่งต้องระวังไปหมด
ห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่กล้าคิดไม่กล้าตัดสินใจ
เลยทำให้ชีวิตก้าวเดินได้ช้าลง
คุณผู้ชายเลยวางหัวใจอีกดวงเสียกลางทาง
ถ้าว่างจะย้อนกลับมาเก็บ
(ส่วนมากวางแล้วลืมเสียด้วยสิ)
อย่างน้อยคงไม่เจ็บเท่ากับเวลาที่เขาทำหล่นเอง
(เหมือนเป็นคนดีเลยเนอะ)
พอวางแล้วโล่ง สมองแล่น คิดอะไรทำอะไรมั่นใจ
ตัวของเรา ไม่ต้องห่วงใครแล้ว
.....................................
ที่จริงเพราะคนเรามักเคยชินกับความรัก
และกลัวจะสูญเสียมันไป
เวลาที่หัวใจอ่อนแอจึงไม่มีแรงคิด ไม่มีแรงทำอะไร
พลังในการก้าวเดินเลยน้อยลง
คนหลายคนจึงคิดว่า
ความรักเป็นตัวถ่วงชีวิตให้ก้าวช้า เสียเวลา
สู้เดินออกมาเองจะเจ็บน้อยกว่า
.............................................
อยากให้คนที่รู้สึกแบบนี้...
อย่ามองความรักเป็นความเคยชินที่ต้องได้
ลองมองความรักเป็นของขวัญที่วิเศษ
เพราะทุกครั้งที่ได้ของขวัญจากใคร หัวใจเราจะเต้นแรง...
เมื่อได้รักใคร หัวใจเราก็จะเต้นแรง พอหัวใจเต้นแรง
เลือดก็สูบฉีด สมองก็ปลอดโปร่ง...
แล้วแบบนี้ จะไม่มีแรงก้าวไปข้างหน้าเลยเชียวเหรอ...
ที่มา.... จากหนังสือ " กล้าที่จะก้าว" โดย cartoon
ความรักกับพลังในการก้าวหน้า
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ภัทรานิษฐ์ · 18 ก.พ. 2553
Teacheryuree · 18 ก.พ. 2553
เขียวมรกต · 18 ก.พ. 2553
บอย สหเวช · 18 ก.พ. 2553
PoP StudiO · 18 ก.พ. 2553
ก้อนดิน · 18 ก.พ. 2553
การสานตะกร้า · 18 ก.พ. 2553