อุปกรณ์ที่จะช่วยให้เป็นบัณฑิตได้นั้นมี 4 อย่างคือ ฟัง คิด อ่านและเขียน

 

"เด็กพบผู้ใหญ่ใจดีมีความรู้
และประสบการณ์ตรงมาเล่าเรื่องบอกหลักการ"

     กาลครั้งหนึ่งสามเณรน้อยรูปหนึ่งเดินทางไปเที่ยวบิณฑบาตกับพระอาจารย์  ขณะเดินทางผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง  พบชาวบ้านกำลังไขน้ำจากเมืองเข้านา  จึงถามพระอาจารย์ว่า "คนเหล่านั้นเขาทำอะไรกัน"
        "ไขน้ำเข้านา" พระอาจารย์ตอบ
        "น้ำมีจิตมีใจไหม" เณรน้อยถามต่อไป
        "ไม่มีหรอก"
        เมื่อเดินไปอีกสักระยะพบช่างศรกำลังดัดลูกศร  สามเณรก็ถามคำถามว่า "พระอาจารย์ คนเหล่านี้ทำอะไรอยู่ครับ"
        "ดัดลูกศร"
        "ลูกศรมีจิตมีใจหรือไม่"
        "ไม่มีหรอกเณร"
        เมื่อเดินไปอีกหน่อยก็พบช่างถากกำลังถากไม้ทำล้อเกวียน สามเณรก็ยังใช้คำถามเดิม
        "พวกเขากำลังถากไม้สำหรับทำล้อเกวียน"
        "ไม้นะมันมีจิตมีใจหรือ"
        "ไม่มีหรอก"
        สามเณรก็คิดในทันทีว่า ของเหล่านี้ไม่มีจิตไม่มีใจแต่คนเหล่านั้นนำมาใช้ประโยชน์ได้ เรามันเป็นคนมีจิตและมีใจไฉนเราจะปรับปรุงตนเป็นคนดีไม่ได้
        สามเณรน้อยผู้มีนิสัยช่างสังเกตก็สามารถนำเหตุการณ์เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองให้ดีขึ้นตามลำดับ
        เด็กจะฉลาดต้องรู้จักคิด และจะฉลาดมากยิ่งขึ้นต้องทำตามหลัก 4 ประการคือ ฟัง คิด ถามและเขียน ซึ่งมีคาถาอยู่ว่า สุ จิ ปุ ลิ วินิมุตฺโต  กถํ โส ปณฺฑิโต ภเวฯ

*************

จากหนังสือ "กล้าธรรม เมล็ดพันธุ์แห่งความดี"

โดยคุณทศพร  ศรีคำ

       เมื่อวานซืนครูนกนำนร.ไปศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่โรงไฟฟ้าจะนะ นร.กลุ่มหนึ่งสนุกเพราะกล้าถาม แต่ส่วนใหญ่นิยมจดอย่างเดียว  ครูนกเลยคิดถึงหัวใจนักปราชญ์เพื่อให้นักเรียนจะได้กลายเป็นผู้เรียนที่ได้เรียนรู้อย่างแท้จริง