เพื่อนตัวดีของผม ได้ไปพบรักปัจจุบันทันด่วน! กับ นางสาวนามสมมุติรายหนึ่ง ที่ร้านคาเฟ่ แถวๆนั้น ก็ตกลงขอสมรสด้วยในราคา สามพัน จึงพากันไปที่โรงแรมที่ว่านี้ แต่พอ เก้าโมงเช้า ขณะที่เพื่อนตัวดีของผมกำลังหลับอยู่ในห้องของโรงแรมแห่งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเชิญตัวไปโรงพักแถวๆนั้น ขณะนั้นมีเจ้าสาวที่ตัวขอสมรสด้วยเมื่อตอนตีสองยืนชี้ให้ตำรวจจับบอกว่าผู้ชายคนนี้แหละที่ข่มขืนหนู....ฮา....
กลับมาตามคำมั่นครับ แต่สายไปหนึ่งวันต้องขออภัยด้วยครับ
ให้หนูพันห้า...จะบอกว่ายินยอมได้ไง
ผ่านวันแห่งรักมาแล้ว ผมก็ได้เล่าเรื่อง ซึ้งๆ น้ำตาซึมมาแล้ว
วันนี้จะขอเล่าเรื่องซึ้งจนน้ำตาไหลบ้าง แต่เรื่องนี้หากท่านใดอายุเกิน 18 ควรได้รับการแนะนำจากเด็กในการอ่าน เพราะจัดอยู่ในประเภทเรดอาร์ อิ.อิ.
แต่ก่อนอื่นขอให้อ่านกฎหมายอาญาความผิดเกี่ยวกับเพศก่อน
มาตรา 276 ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า การกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนักหรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงหรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกันต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำความผิดระหว่างคู่สมรสและคู่สมรสนั้นยังประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกและคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์จะอยู่กินฉันสามีภริยาต่อไป และประสงค์จะหย่าให้คู่สมรสฝ่ายนั้นแจ้งให้ศาลทราบ และให้ศาลแจ้งพนักงานอัยการให้ดำเนินการฟ้องหย่าให้
ที่ต้องให้อ่านก่อนเพราะกฎหมายมาตรานี้มีผลกับทุกท่าน เป็นกฎหมายที่แก้ไขใหม่หลัง 19 กันยายน 2549
เดิมการข่มขืนกระทำชำเราจะมีความผิดเฉพาะการข่มขืนกระทำชำระหญิงเท่านั้น คือความเดิมบัญญัติว่า
ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาของตน
แต่ตามกฎหมายใหม่แก้เป็น
ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น
จะเห็นว่ากฎหมายตัดคำว่า หญิงซึ่งมิใช่ภริยาของตน ออกไป ปัจจุบันการข่มขืนกระทำชำเรามีได้ทั้งชายและหญิง และการข่มขืนนั้นเมื่อไม่เป็นการสมัครใจแม้ว่าจะเป็นสามีภริยาก็เป็นความผิดเช่นกันไม่ว่าฝ่ายใดข่มขืนฝ่ายใด ฝ่ายหญิงถูกข่มขืนนั้นคงไม่ต้องบรรยายนะครับ แต่บางท่านอาจสงสัยว่าแล้วฝ่ายชายจะถูกข่มขืนได้อย่างไรให้ดูในวรรคสองที่ว่า “การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า การกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนักหรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น”
เห็นยังครับว่าผู้ชายถูกข่มขืนเช่นไร แต่ถ้ายังไม่เข้าใจผมสุดปัญญาจะอธิบายครับเพราะยังไม่เคยมีประสบการณ์......ฮา....
นุ่งกางเกงขาสั้นไปเดินในที่ลับตาก็หลายครั้งแล้วยังไม่พบประสบการณ์สักที.....ฮา....
ชาตินี้คงหมดโอกาส.....ฮา.....
กลับมาเข้าเรื่องนะครับ
ในช่วงประมาณปี 2538 มีโรงแรมม่านรูดชื่อขึ้นต้นด้วยถังน้ำมันที่เราเรียกว่า “ ปิป ” นะ ตั้งอยู่แถวถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่ แขวงห้วยขวาง คุณผู้ชายทั้งหลายที่ใช้ชีวิตใน กทม.สมัยนั้นจะรู้จักกันดีส่วนเป็นคุณผู้ชายของใครบ้างต้องไปถามกันเอาเองนะครับ เพราะผมไม่มีหลักฐานมาแสดง.....อิ.อิ.
ขอเตือนคุณผู้ชายก่อนที่จะตัดสินใจเล่าให้คุณผู้หญิงฟังว่าไปรู้จักได้ไง โปรดระวังเน่อ...คดีไม่ขาดอายุความนะ.....ฮา....
ตอนที่ต้องการรู้ก็บอกให้เล่าแต่พอรู้จะตัดสินคดีทันที ผมไม่เกี่ยวนะ อิ.อิ.
ในช่วงปีนั้นผมได้รับการติดต่อจากพรรคพวกให้ไปช่วยเหลือเรื่องคดีที่ตัวถูกจับฐานข่มขืนกระทำชำเรา (บอกแล้วว่าเรดอาร์)
เรื่องของเรื่องมันเกิดเหตุที่โรงแรมที่ว่ามานั้นแหละ ตอนนั้นเวลาประมาณ ตี สอง กว่า (เวลาควรหลับไม่หลับ อิ.อิ.)
เพื่อนตัวดีของผม ได้ไปพบรักปัจจุบันทันด่วน! กับ นางสาวนามสมมุติรายหนึ่ง ที่ร้านคาเฟ่ แถวๆนั้น ก็ตกลงขอสมรสด้วยในราคา สามพัน อิ.อิ. จึงพากันไปที่โรงแรมที่ว่านี้ แต่พอ เก้าโมงเช้า ขณะที่เพื่อนตัวดีของผมกำลังหลับอยู่ในห้องของโรงแรมแห่งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเชิญตัวไปโรงพักแถวๆนั้น ขณะนั้นมีเจ้าสาวที่ตัวขอสมรสด้วยเมื่อตอนตีสองยืนชี้ให้ตำรวจจับบอกว่าผู้ชายคนนี้แหละที่ข่มขืนหนู....ฮา....
ผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนตัวดีก็ไปดูแลเรื่องให้ ร้อยเวร ก็แจ้งให้ทราบว่า นางสาวนามสมมุติได้มาแจ้งว่าถูกเพื่อนตัวดีของผมข่มขืนในห้องของโรแรมที่พาตำรวจไปจับกุมมา เหตุเกิดเมื่อตอนตีสองกว่า ตัวผู้เสียหายได้หลบหนีออกจากห้องมาแจ้งความเมื่อตอน แปดโมงกว่า อีกอย่างคือตอนนี้ต้องรอผู้ปกครองของผู้เสียหายเพราะอายุเพียง 19 ปี คดีนี้ร้อยเวรลงประจำวันไว้แล้ว แต่แจ้งว่าให้คุยกับผู้ปกครองของผู้เสียหายก่อน
ในระหว่างรอผู้ปกครองของผู้เสียหายผมก็สอบถามข้อเท็จจริงจากเพื่อนตัวดีของผมว่าเหตุเป็นเช่นไร ก็ได้รับทราบมาว่าหลังจากพบรักกันที่ค่าเฟ่ตั้งแต่ตอนประมาณ ห้าทุ่ม ก็นั้งดื่มน้ำในขวดที่เป็นฟองไปหลายขวดจนถึงตีหนึ่งกว่า เลยชวนนางสาวนามสมมุติไปสมรสกันในราคา สามพัน พอหลังสมรสเสร็จประมาณ ตีสี่ นางสาวนามสมมุติขอตังค์ค่าสินเพื่อสอด อิ.อิ. และขอกลับไปก่อน แต่ปัญหาคือตอนนั้นมีตังค์เหลืออยู่ พันห้า จึงให้ไปแค่นั้นแล้วหลับไปมารู้อีกที่ตอนตำรวจไปเอาตัวมา หลังจากทราบข้อเท็จจริง ผู้ปกครองมาถึงเมื่อเปิดการเจรจาท่านแจ้งว่าต้องการค่าเสียหาย สองแสน ไอ้เพื่อนตัวดีได้ฟังเลยบอกผู้ปกครองของผู้เสียหายไปว่าที่ให้ไป พันห้า ยังแพงเลย...ฮา...ไม่รู้วัดจากอะไร อิ.อิ.
เป็นเรื่องเลยครับ ผู้ปกครองบอกให้ร้อยเวรจับเลยไม่เจรจาอีก
เมื่อเป็นคดีกันผมก็ขอประกันเพื่อนตัวดีออกมา แล้วไปสืบสวนหาข้อเท็จจริงจนได้ทราบว่าผู้เสียหายทำอาชีพอะไรเป็นหลักเมื่อทราบก็ทำหนังสือแจ้งให้ร้อยเวรสอบสวนพยานฝ่ายเพื่อนผมเพิ่มเติมก่อนส่งคดีไปยังพนักงานอัยการ แต่ก็ถูกปฏิเสธจากท่านร้อยเวร และเมื่อเรื่องถึงพนักงานอัยการผมก็ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมขอให้สอบพยานฝ่ายผมเพิ่มเติม ก็ได้รับความกรุณาส่งเรื่องกลับมาให้พนักงานสอบสวนสอบพยานเพิ่มเติมตามที่ร้องขอ ผลการสอบได้ข้อเท็จจริงว่า ในวันเกิดเหตุ นางสาวนามสมมุติเป็นฝ่ายเดินตามเพื่อนผมเข้าไปในห้องพักและเป็นคนนำเอาเงินค่าห้องพักมาจ่ายให้พนักงานของโรงแรม เพราะเจ้าเพื่อนตัวดีกำลังอาบน้ำแต่เป็นคนเอาตังค์ให้กับนางสาวนามสมมุติไปจ่ายค่าห้องพักและรับเงินทอนคืนมา เมื่อมีพยานประจักดังนี้กอปรกับพยานอื่นที่ได้ตัวมาจากคาเฟ่ ที่พบรักกัน พยานยืนยันว่าพบเห็นนางสาวนามสมมุติเข้าไปนั่งดื่มกับลูกค้าผู้ชายของคาเฟ่และกลับออกไปกับลูกค้าที่นั่งดื่มด้วยเป็นประจำ พนักงานอัยการจึงสั่งไม่ฟ้องคดี
แต่ครับมีแต่
ผู้ปกครองไม่ยอมด้วย จึงจ้างทนายความฟ้องคดีเสียเอง ก็ต้องมีการไต่สวนมูลฟ้องกัน
เออ...จะผ่านไปเฉยๆก็เกรงจะไม่เข้าใจ ขออธิบายหน่อยนะครับว่าทำไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้อง เพราะผมเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์เสนอข่าวกันผิดๆจะได้เข้าใจเสียที คือมันเป็นเช่นนี้ครับ
ในคดีอาญานั้นผู้ที่จะเป็นโจทก์ฟ้องคดีได้มีสองคนเท่านั้น
คนที่หนึ่งตัวผู้เสียหายเอง
คนที่สองพนักงานอัยการ
กรณีที่ตัวผู้เสียหายฟ้องคดีเอง(ว่าจ้างทนายความให้ฟ้องคดีให้นะ)ศาลจะยังไม่ประทับรับฟ้องทันทีที่ยื่นฟ้องครับ(ตรงนี้ที่หนังสือพิมพ์มักไปลงว่าศาลรับฟ้องซึ่งผิดครับ) ศาลต้องกำหนดวันนัดไต่สวนมูลฟ้องเสียก่อนและมีสำเนาคำฟ้องแจ้งไปยังจำเลยเพื่อทราบส่วนจำเลยเมื่อทราบแล้วจะมาศาลหรือไม่มาศาลก็ได้หรือจะแต่งตั้งทนายความมาเพื่อซักค้านพยานของโจทก์ในวันไต่สวนมูลฟ้องก็ได้แต่ไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบแก้เพราะในชั้นนี้ยังไม่ถือว่าจำเลยตกอยู่ในฐานะจำเลยจริงๆจนกว่าศาลจะมีคำสั่งประทับรับฟ้อง
ส่วนโจทก์มีหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานในเบื้องต้นมาพิสูจน์ให้ศาลทราบว่าที่นำคดีมาฟ้องศาลนี้น่าเชื่อว่ามีการกระทำที่ถือว่าเป็นความผิดต่อกฎหมายเกิดขึ้นหรือไม่ โดยศาลจะรับฟังพยานโจทก์ฝ่ายเดียวก่อนว่าข้อเท็จจริงที่อ้างเทียบเคียงกับตัวบทกฎหมายที่โจทก์ฟ้องมาว่าพอจะเชื่อพยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบแสดงต่อศาลได้มากน้อยเพียงใด หากพอเชื่อได้ศาลก็จะสั่งประทับรับฟ้องไว้พิจารณาต่อไป(ตรงนี้ถึงจะเรียกว่าศาลรับฟ้อง) ก็จะมีการส่งหมายเรียกจำเลยให้มาศาล ถ้าจำเลยไม่มาศาลตามกำหนดที่ศาลนัด ศาลก็จะออกหมายจับจำเลยเพื่อนำตัวมาศาลต่อไป แต่ถ้าศาลไม่เชื่อพยานหลักฐานที่นำสืบมาศาลก็จะมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องคดีของโจทก์เสีย หากโจทก์ไม่เห็นด้วย ก็สามารถอุทธรณ์ ฎีกาต่อไป
ส่วนกรณีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ทางปฏิบัติศาลจะสั่งประทับรับฟ้องไว้พิจารณาเลยโดยไม่มีการไต่สวนมูลฟ้องอีก ทั้งนี้เพราะก่อนที่จะมีการฟ้องคดีก็มีการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้นก่อนแล้ว ศาลถือว่าได้ผ่านการพิจารณาสั่งคดีมาแล้วน่าจะไม่มีการกลั่นแกล้งกันจึงได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องเลย แต่ศาลก็สามารถสั่งให้ทำการไต่สวนมูลฟ้องไปตามปกติได้เช่นกัน ทั้งนี้มีกำหนดไว้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามนี้ครับ
มาตรา 162 ถ้าฟ้องถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ให้ศาลจัดการสั่ง ต่อไปนี้
(1) ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ ให้ไต่สวนมูลฟ้อง แต่ถ้าคดีนั้นพนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยโดยข้อหาอย่างเดียวกันด้วยแล้ว ให้จัดการตามอนุมาตรา (2)
(2) ในคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ไม่จำเป็นต้องไต่สวนมูลฟ้องแต่ถ้าเห็นสมควรจะสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องก่อนก็ได้
ในกรณีที่มีการไต่สวนมูลฟ้องดั่งกล่าวแล้ว ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพให้ศาลประทับฟ้องไว้พิจารณา
พักดื่มน้ำปัสสาวะก่อนนะครับ คราวนี้ไม่เตือนเว้นวรรคเอาเอง....ฮา....

ต่อนะครับ
เมื่อโจทก์ฟ้องคดีเอง ศาลก็มีหมายแจ้งวันนัดไต่สวนมูลฟ้องมายังเพื่อนตัวดีของผมซึ่งกำลังจะได้รับแต่งตั้งให้มีฐานะเป็นจำเลย....ฮา....อยากสมรสฉุกเฉินดีนัก...ผมจึงไปเป็นทนายความจำเลย เออ..ตอนสมรสกันไม่เรียกให้ไปนั่งดู...ฮา....แล้วเราจะถามถูกไหมนี่...ฮา
ปากแรกเป็นตัวโจทก์เปิกความเอง (ถ้าพนักงานอัยการเป็นโจทก์พยานปากนี้จะเรียกว่าผู้เสียหาย) เมื่อฝ่ายทนายโจทก์ถามพยานเสร็จผมถามต่อ เรียกว่าซักค้าน
ผมถาม......พยานพบกับจำเลยที่คาเฟ่.....ใช่หรือไม่
พยาน.......ใช่
ผมถาม.....พยานไม่เคยรู้จักกับจำเลยมาก่อน
พยาน......ไม่เคยรู้จักมาก่อน หนูเห็นหน้าและรู้จักที่คาเฟ่
ผมถาม....ใครเข้าไปในคาเฟ่ก่อนระหว่างจำเลยกับพยาน
พยาน.....หนูไม่ทราบเพราะเห็นกันตอนที่ดื่มเบียร์ไปสองสามขวด แล้วจำเลยลุกจากโต๊ะมาขอนั่งด้วย ตอนนั้นหนูนั่งกับเพื่อนผู้หญิงอีกคน
ผมถาม......จำเลยไปกับใครกี่คน
พยาน........เห็นไปคนเดียว
ผมถาม......แสดงว่าจำเลยเข้ามาขอนั่งดื่มกับพยานและเพื่อนของพยานด้วยใช้หรือไม่
พยาน.......เพื่อนของหนูนั่งดื่มอยู่อีกสักประเดี๋ยวก็ขอตัวกลับไปก่อน คงเหลือเพียงจำเลยกับหนูนั่งดื่มต่อจนประมาณตีหนึ่งจึงขอตัวจะกลับ
ผมถาม......แล้วใครจ่ายค่าอาหารเครื่องดื่ม
พยาน.......จำเลยบอกจะขอเลี้ยงเองหนูเลยให้จำเลยจ่าย
ผมถาม....แล้วพยานไปไหนต่อกับจำเลย
พยาน.....จำเลยบอกจะพาไปส่งบ้านพอขึ้นรถของจำเลยหนูก็หลับไปเลย
ผมถาม.....แล้วพยานมาทราบว่าอยู่ในโรงแรมม่านรูดเมื่อไหร่
พยาน.....หนูมารู้ว่าเป็นโรงแรมม่านรูดตอนที่จำเลยปลุกให้ตื่นเพื่อลงจากรถของจำเลย และจำเลยบอกให้หนูเข้าไปในห้อง
ผมถาม.....ตอนเดินเข้าห้องไปใครเข้าไปก่อน
พยาน....จำเลยเข้าไปก่อน
ผมถาม....แล้วทำไมไม่หนีไปตอนนั้นเลยหรือร้องให้ใครช่วย
พยาน.....เพราะไม่คิดว่าจำเลยจะพาหนูเข้าไปข่มขืนเลยเดินตามเข้าไป
ผมถาม.....ในโรงแรมนี้ด้านหลังห้องเป็นหน้าต่างสามารถมองเห็นสัตว์ต่างๆที่ทางโรงแรมเลี้ยงไว้ให้ดูใช่หรือไม่ (รู้ได้ไง...ห้ามสงสัยผมนะเพราะไปสืบมา..ฮา..)
พยาน......ใช่
ผมถาม.....สัตว์ที่เห็นมีพวกกวาง นกยูงแล้วก็เสือ
พยาน....ไม่มี....เท่าที่หนูเห็นมีแต่นกหงส์หยกอย่างเดียว
ผมถาม.....พยานแน่ใจนะไม่มีไก่ฟ้าอยู่ด้วยผมมีหลักฐานนะ
พยาน.......ไม่เคยมีแน่นอน เท่าที่หนูเคยเห็นก็มีแต่นกแก้ว
ผมถาม......ก็ไหนบอกว่ามีแต่นกหงส์หยกแล้วมาบอกว่ามีนกแก้ว....ตกลงที่พยานกำลังเบิกความก็เป็นความเท็จ นี้ขนาดมีนกอะไรบ้างยังพูดไม่ตรงความจริงเลย (ขณะถามพยานจะหันไปมองท่านทนายโจทก์ ผมถามเสียงดังมาก) ไม่ต้องมองท่านทนายโจทก์ คุณมีหน้าที่มองผมและตอบผม ตกลงเท็จหรือไม่ตอบ
พยาน.....(ทำหน้าคล้ายจะร้องให้) เมื่อก่อนมีแต่ครั้งนี้ไม่มีนกแก้ว
ผมถาม....แสดงว่าพยานเคยเข้าไปโรงแรมนี้หลายครั้งแล้วถึงกล้ายืนยันว่าไม่เคยมีกวาง นกยูง เสือ ไก่ฟ้า
พยาน.....ไปหลายครั้งหนูไม่เคยเห็นจริงๆ
ผมถาม.....แล้วพยานไปกับใครบ้างตอบผม (ถามเสียงดังมาก)
พยาน......เงียบ....หันไปมองท่านทนายโจทก์ ไม่ตอบ...
ผมถาม....พยานไปกับแขกของพยานใช่หรือไม่ และไม่เคยจำชื่อแขกที่ไปด้วย
ท่านทนายโจทก์.....ผมขอค้าน.....
ศาล.....ค้านอะไร...ท่านทนายจำเลยถามต่อ
ผมถาม.....พยานจำได้ว่ามีนกแก้วด้วยเมื่อก่อน เพราะพยานยินยอมไปกับแขกของพยานเพราะต้องการเงิน กับจำเลยพยานยินยอมไปด้วยเพราะต้องการเงิน(ยังใช้เสียงดังมาก)
พยาน.....ก็....คนอื่นเค้าให้ 3,000 แต่นี้ให้หนู 1,500 จะบอกว่ายินยอมได้ไง
ผมหมดคำถามเพียงเท่านี้สำหรับตัวโจทก์ส่วนพยานอื่นที่โจทก์นำมาสืบก็มีผู้ปกครองของโจทก์ อีกหนึ่งปากซึ่งเป็นเพียงพยานบอกเล่า คดีนี้หาประจักพยานอยากเพราะเหตุเกิดก็รู้เห็นเพียงคนสองคน ต้องอาศัยพยานอื่นประกอบให้เจือสม เมื่อไต่สวนมูลฟ้องเสร็จ ศาลนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในอีกสองอาทิตย์ต่อมา ปรากฎว่าศาลพิพากษาว่าคดีไม่มีมูลให้ยกฟ้องโจทก์ และคดีก็จบเพียงศาลชั้นต้น โจทก์ไม่อุทธรณ์คดีต่อไป
คดีนี้ในคำพิพากษาของศาลวินิจฉัยไว้ชัดแจ้งว่าจากคำเบิกความของตัวโจทก์ที่รับว่า เดินตามจำเลยเข้าไปในห้อง กรณีหนึ่ง รับว่าสภาพห้องมีสัตว์จำพวกนกให้แขกดูด้วยกรณีหนึ่ง และรับว่าจำเลยจ่ายเงินให้เพียง 1,500 บาท อีกกรณีหนึ่ง จึงเชื่อได้ว่าโจทก์สมัครใจไปกับจำเลยเพื่อร่วมประเวณี เพราะโจทก์สามารถหลบหนีได้ตั้งแต่ตอนเดินเข้าห้องแต่ไม่หลบหนี และโดยสภาพของผู้ที่กำลังถูกข่มขืนคงไม่มีเวลาที่จะมองดูนกที่อยู่หลังห้องด้วยเหตุนี้ศาลท่านจึงยกฟ้องโจทก์
ตอนที่ท่านทนายโจทก์ถามเป็นคำถามเรดอาร์ จึงไม่อาจนำมาเล่าได้ เพราะต้องสืบให้ครบองค์ประกอบความผิดของกฎหมาย เช่นจำเลยทำอย่างไร แสดงท่าอย่างไร และอีกอย่างผมขาดประสมการณ์เลยเล่าไม่ถูก.....ฮา......
หากทานผู้ใดต้องการให้ผมไปเป็นทนายให้ในคดีประเภทนี้ กรุณาโทรนัดหมายผมให้ไปนั่งดูด้วยตาตนเอง...ฮา...
เพราะเวลาซักถามพยานจะได้ถามตรงประเด็น.....ฮา....
คราวหน้าจะเล่าเรื่อง
การครอบครองปรปักษ์ที่ดิน....เจ้าของที่ดินต้องรู้
เป็นเรื่องยาวที่ ฮาดีจัง
สวัสดีครับคุณฝนแปดแดดสี่
สุดยอดครับ ประเด็นอยู่ตรงที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นเพื่อนคุณ และคุณก็เชื่ออยู่เต็มอกว่าเป็นการสมยอม วิธีการสอบใช้ได้เลยครับ แต่ผมยังสงสัยว่า ถ้าผู้ถูกกล่าวหาไม่ใช่เพื่อนคุณ คุณจะตั้งสมมุติฐานว่าเป็นการสมยอมหรือไม่ ถ้าผมถูกกล่าวหาบ้าง ผมใช้บริการของคุณแน่นอน โดยให้คุณมีส่วนร่วมตั้งแต่การพาน้องออกไปข้างนอกร้านอาหารแล้ว และให้มีส่วนร่วมทุกขั้นตอนด้วย อิ อิ
สวัสดีค่ะ คุณทนาย ห่างหายไปซะนานเลย
ขอบคุณนะคะ สำหรับบทความ
บุญรักษาค่ะ ^_^
สวัสดีครับคุณครู
ครูอ้อย แซ่เฮ คนงาม
คุณครูมาแต่เช้าเลยนะครับ ผมกำลังฝันถึงนางสาวนามสมมุติพอดี
แต่ฝันว่าทำอะไรไม่บอกต้องใช้จิตคิดเอาเอง อิ.อิ.
ขอบพระคุณที่แวะมาให้กำลังใจครับ
สวัสดีครับท่าน
สมนึก โทณผลิน
ยินดีที่ได้รู้จักครับ
กรณีที่เล่ามานี้ หากฝ่ายหญิงไม่ถูกมอมยาหรือเมาแล้วเข้าไปในม่านรูดสถานที่ซึ่งคนทั่วไปรู้ว่าเขาเข้าไปทำอะไรกัน คงไม่มีใครคิดว่า ทั้งคู่พากันเข้าไปอ่านตำรากฎหมายแน่....อิ.อิ.
ทนายทุกท่านที่รับเรื่องประเภทนี้มาผมเชื่อว่าจะมองไปทางว่าสมยอมก่อนเสมอ เพราะทั้งช่วงเวลา สถานที่ ไม่มีอะไรบ่งบอกว่ากุลสตรีท่านใดจะสมควรเข้าไป แต่เผอิญรายนี้เป็นเพื่อนผม จึงลดภาระการพิสูจน์ความจริงฝ่ายผมไปได้เท่านั้น แต่ถ้าเป็นบุคคลที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อนก็จำเป็นครับที่ต้องสืบให้ทราบทั้งฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาและฝ่ายผู้เสียหาย ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า เรามีส่วนช่วยสร้างความทุกข์ที่ฝังใจให้ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ยิ่งทำให้ทนายนอกจากไม่มีโอกาสขึ้นสวรรค์แล้วแม้แต่จะขอไปแวะหาเพื่อนบนสวรรค์ยังไม่ได้เลยครับ...อิ.อิ. เออ..ผมก็ดูเป็นคนดีที่น่ารักนะ.....ฮา....
แต่ความคิดที่จะให้ผมมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ก็น่าคิดนะ แต่จะให้ใครเป็นทนายดีหละครับเพราะเราต้องตกเป็นจำเลยทั้งคู่.......ตอนนี้มีรุ่นพี่ท่านไปรออยู่ก่อนแล้วคือ อาศักดิ์ดา กับลุงเฉลิม ถ้าคิดจะทำต้องรีบแล้วครับเดี๋ยวท่านทั้งสองออกมาเสียก่อนเราจะขาดเพื่อนร่วมสถาบัน...ฮา...
หรือว่าจะลองนอกใจคนที่บ้านสักวันก่อน ผมจะอ้างว่าไปหาท่าน ส่วนท่านก็อ้างว่ามาหาผม น่าจะดูดีนะงานนี้...ฮา...
ขอขอบพระคุณที่แวะมาให้กำลังใจครับ แล้วผมจะแวะไปบ้านท่านนะครับ
สวัสดีครับคุณ
sOul คนหัวใจงาม
กลับจากอ.ธาตุพนมมาหลายวันแล้วหรือครับ
เจ้าน้องปลาตัวเล็กๆที่คุณโซลทำ Spa แล้วผมยากรู้จังว่าภาคต่อไปเจ้าน้องปลาจะเป็นปลาแดดเดียวในท้องใคร อิ.อิ. ช่วงวันแห่งรักคงได้พบแต่สิ่งที่รักนะครับ
ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจนะครับ
อ่านแล้วแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า เรื่องสัตว์เลี้ยงจะกลายเป็นเรื่องโยงให้สาวเจ้าติดกับดักได้ ๕ ๕ นะคุณทนายแปดฯ
ภาพประกอบงามลงตัว แปลกดีจัง ทั้ง แสง สี ... เพิ่งทราบว่าคุณทนายอยู่บางกอก คิดว่าอยู่เมืองนอง ;)
สวัสดีครับคุณ
poo ดำอันดามัน
บางครั้งมันจำเป็นครับที่เราต้องใช้เล่ห์ทนายถามพยานเพื่อให้ได้ความจริงไม่งั้นคนไม่ผิดจะต้องได้รับโทษจะยิ่งเป็นกรรม ไม่ได้ขึ้นสวรรค์แล้วขอผ่านก็ยังดี สุภาษิตกฎหมายว่าไว้ ยอมปล่อยคนผิด 10 คนดีกว่าเอาคนดี1 คนเข้าคุก ครับ
คำถามของทนายทุกท่านในศาลฟังดูธรรมดาๆ แต่จริงแล้วทนายทุกท่านมีเป้าในการถามที่ลึกกว่านั้นมากครับ บางกรณีคำถามไม่เกี่ยวกับเหตุที่เกิดเลย แต่ถามเพื่อให้ศาลรู้หรือได้รับฟังแล้วมองเห็นสภาพแวดล้อม อย่างที่ผมถามเรื่องสัตว์เลี้ยงที่อยู่หลังห้องพัก คิดดูหากใครตกอยู่ในสภาพที่ถูกข่มขืนจริงๆแล้วจะมีเวลาไปนั่งดูสภาพแวดล้อมให้จดจำหรือครับ แต่ก็ขึ้นกับการสืบสวนของทนายแต่ละท่านครับว่าได้รู้ความจริงมากน้อยเพียงใด ลูกความบางท่านไม่ยอมพูดความจริงกับทนายของตัวเอง คิดแต่ว่าไม่เล่าก็ไม่มีใครรู้ แต่ท่านลืมคิดไปว่าอีกฝ่ายก็มีทนาย ถ้าเกิดอีกฝ่ายรู้เมื่อความจริงปรากฎในศาลย่อมเป็นผลเสียครับ
ภาพที่เห็นผมถ่ายด้วยกล้อง Nikok D50 เลนส์มาโคร 100 tokina F2.8 ความเร็วชัตเตอร์ 1/500 เปิดหน้ากล้อง F 9 ถ่ายในสภาพย้อนแสงมุมเสยขึ้น ภาพเลยออกมาอย่างที่เห็น
ผมเป็นชาวพังงาแท้ครับ ตระกูลผมอยู่พังงา แต่มาอยู่กทม. ตั้งแต่ปี 2516
ขอบคุณที่แวะมาครับ
สุดยอดค่ะเป็นกุศโลบายที่แยบยลมากในการซักพยาน
แล้วจะมาแวะใหม่นะคะ....ขอบคุณเรื่องราวที่เเบ่งปันค่ะ
ครูกระเเต
สวัสดีครับคุณครู
กระแต
ยินดียิ่งที่ได้รู้จักครับ
เป็นเพราะผมทราบความจริงจากเพื่อน จึงต้องหาวิธีการให้ศาลได้รับทราบความจริงด้วย แต่ตอนนั้นไม่คิดว่าจะทำให้คดีไม่มีมูลครับ คิดเพียงว่าถามติดสำนวนไว้ตอนสืบพยานภายหลังจากศาลสั่งประทับรับฟ้องแล้วตัวโจทก์จะต้องมาเบิกความซ้ำอีกครั้ง ผมเชื่อว่าเมื่อเบิกความเท็จแล้วรับรองว่าให้พูดอีกครั้งจะไม่ตรงกัน ผิดกับความจริงครับ พูดกี่ครั้งก็ตรงเพราะพบจริงเห็นจริงซักยังไงก็ได้ตามเดิมครับ อีกอย่างทุกคนเวลาขึ้นศาลมักจะกลัวศาลเป็นทุนเมื่อทนายถามเสียงดังๆ และสายตาต้องจองตาของพยานไปด้วย จะยิ่งกลัวครับ พยานบางท่านถึงกับตกใจเป็นลมก็มีแต่ถ้าพยานท่านนั้นเป็นตำรวจ อัยการ ทนาย ผู้พิพากษา ต้องพยายามตัดโอกาสการพูดของพยานให้มาก ถ้ารับกันในประเด็นที่พยานจะเบิกความแล้วให้งดสืบพยานปากนั้นไปได้เลยยิ่งดีครับ
ขอบพระคุณที่แวะมาให้กำลังใจครับ แล้วผมจะแวะไปบ้านท่านครับ
สวัสดีครับ ชาวฝนแปดแดดสี่
เขียนกฎหมายให้อ่านสนุกครับ ชอบครับ ทนายอารมณ์ดีมีให้เห็นแล้วครับ
มีประโยชน์มากครับ ขอบคุณจริง ๆ
สวัสดีครับท่าน
พรชัย
ขอบพระคุณครับที่แวะมาให้กำลังใจ แล้วผมจะแวะไปบ้านท่านครับ
ผมพยายามนำเอาหลักกฎหมายมานำเสนอให้ได้เรียนรู้แบบง่ายๆไม่เบื่อและเอามาเท่าที่ทุกท่านต้องพบเจอหรือต้องรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ก็ตั้งใจเขียนให้อ่านสนุก แต่นำวัตถุดิบมาจากประสบการณ์จริงของผม คิดว่าในช่วงปลายของชีวิตอยากทำอะไรที่ยังประโยชน์ต่อสังคมบ้าง เผื่อได้ผ่านไปเห็นสวรรค์กับเค้ามั่ง...ฮา....
ขอบพระคุณอีกครั้งครับ
สวัสดีครับท่าน ชาวฝนแปดแดดสี่
ขอบคุณสำหรับการกลับมาของท่านนะครับ
เพราะทำให้ผมได้รับความรู้ดีๆ ไปใช้อีกแระ อิอิ
สวัสดีค่ะท่านทนาย
ขยันเขียนเรื่องราวดีๆ มีสาระมาแบ่งปันแบบนี้ เทวดาท่านคงไม่ใจดำหรอกค่ะ...น่าจะแบ่งวิมานให้สักหลัง อิอิ
ภาพให้พักดื่มน้ำปัสสาวะ สวยจังเลยค่ะ
สมแล้วก็เล่นกล้อง...ว่าแต่ดอกอะไรเหรอคะ? สีม่วงสวย น่ารักเชียว^v^
ขอบพระคุณค่ะ...แล้วจะติดตามอ่านต่อไป
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับท่าน
ยะ
หากจะนำไปใช้ต้องนัดให้ผมไปดูด้วยนะครับ เป็นห่วงว่าจะใช้ผิดวิธี อิ.อิ.
ขอบคุณที่ติดตามครับ
สวัสดีครับคุณ
ดาวสีฟ้า
คงจะไม่ไปอยู่สวรรค์ครับกลัวเหงา
เพราะข้างบนมีท่านทนายเทวดาหลงขึ้นไปอยู่ท่านเดียว....ฮา
ดอกไม้ที่ถ่ายมาเรียกว่าดอกผีเสื้อราตรีหรือผีเสื้อกลางคืนหรือ Oxalis ครับใบเป็นแบบในภาพนี้ครับ
ผมแอบไปค้นชื่อภาษาที่ถูกต้องจากบ้านคุณดาวหลายรอบแล้วไม่เจอครับ
ดอกสวยใบดูลึกลับ ชอบร่มเงา มีดอกตลอดปี
ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจครับ
สวัสดีครับคุณครู
ดาวเรือง
คราวหน้าคงต้องให้พักปัสสาวะแล้วดื่ม....น้ำครับ อาจหลงดื่มเข้าบ้าง...ฮา...
ความจริงงานนี้ผมยังขาดประสบการณ์จริงครับ
รู้แต่ทฤษฏี ขอเพื่อนดูก็ไม่ยอย อิ.อิ. (คนยากเรียนรู้ไม่น่าหวงกันเลยเนอะ)
หากไม่ให้ลูกเรียนกฎหมายไม่กลัวลูกเหงาหรือครับ
ข้างบนเพื่อนน้อยนะครับ อิ.อิ.
ความจริงถ้านางสาวนามสมมุติฟ้องเรียกค่าสินค้าส่วนที่ขาดชำระ
ผมคงต้องปล่อยให้ไอ้เพื่อนตัวดีไปผจญภัยเอาเอง
..เออ..ลดราคาตั้งครึ่งเค็มจัง เพื่อนเรา
ขอบคุณครับที่แวะให้กำลังใจ
แวะมาให้กำลังใจ...งานนี้ได้เข้าสวรรค์ไหมเอ่ย...เดี๋ยวเอาดอกบัวไปบูชาพระหน่อย...เผื่อจะเข้าสวรรค์ได้...อิ...อิ
ท่านทนายครับเรื่อง พยานใบ้ก็น่าสนครับ หรือจะจับเอาไส่ในเป็ดก็สนุกครับ
ได้สาระทางกฎหมาย ห่างหายไปเกือบสามสิบปีมิได้หยิบมาอ่านเลยครับ