AMAZING...อัศจรรย์ใจแท้ ๆ เมื่อรู้แล้ว...

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ยามเช้าวันนี้ก็เป็นวันดีวันหนึ่งที่เราได้ตื่นขึ้นมาลืมตาดูความเป็นไปของโลกและสรรพสิ่งในโลก  เมื่อตื่นขึ้นมาจากการหลับของร่างกายและจิตวิญญาณตนหรือเป็นการหลับใหลทางไสยศาสตร์แล้วก็เริ่มต้นคิดรู้สึกในเวทนาตามสัจธรรม  เมื่อเกิดการสัมผัสตาเห็นรูปกระทบกันก่อให้เกิดวงจรแห่งกรรมหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไป ความคิดคำนึงไม่หยุดนิ่งเอาเสียเลยนะนี่ 

 บางทีความคิดเก่า ๆ ที่เล่าให้ฟังก็ปรากฏขึ้นมาดื้อ ๆ อย่างเข้าฟังนายกสภามหาวิทยาลัยทักษิณที่มาพบชาว ม. ทักษิณท่านคุยไว้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา...ว่า...งึด..!...

คือคนอีสานยุคนั้นเห็นปลากระป๋องแล้วบอกว่า...เป็นตางึดเน๊าะ...มีปลาหลายโตไปอยู่ในกระป๋องเหล็กที่ปิดหัวปิดท้ายได้จังได๋เด้นี่...!!! ยูมิเองเกิดที่เมืองอีสานมาเติบโตที่เมืองกรุงเทพ ฯ เพื่อเรียนหนังสือ 

 แล้วลงไปทำงานที่เมืองปักษ์ใต้...พอได้ยินคำเล่านี้เลยอมยิ้ม...ให้ตนเองก็ไม่รู้ก็ต้อง..มีงึดเป็นธรรมดา...แปลว่า...AMAZING...อัศจรรย์ใจแท้ ๆ เมื่อรู้แล้ว...มีวิชชาแล้วมีปัญญาแล้วความว่า...งึดก็จางหายไปละ...นั้นคือปัญญา...จริยธรรม...นำการพัฒนา...สโลแกนของ ม. ทักษัณเราละ...

เพราะไม่มีแสงสว่างใดเท่ากับแสงสว่างแห่งดวงปัญญาตามหลักพุทธธรรมคำพระที่กล่าวไว้ว่า...นัตถิ  ปัญญา  สะมา  อาภา...ต่อมุมคิดที่ฝากไว้กับทีมวิจัยเกี่ยวกับสิ่งที่มีคุณค่าใด ๆ เราจะเก็บรักษาไว้ได้อย่างไร...เมื่อวันวานเรื่องการจะให้ศิลปินพื้นบ้านคงอยู่ตลอดไปตลอดกาล...

ยูมิว่า...ทางหนึ่งคือเราฝากไว้...ฝังไว้...สิ่งมีคุณค่าเช่น...พระพุทธศาสนาฝากไว้ที่เกาะศรีลังกา ต่อมาฝากไว้ที่หาดทรายแก้วเมืองตามพรลิงค์หรือเมืองนครศรีธรรมราชก่อนไปรุ่งเรืองในกรุงสุโขทัยและประเทศไทยในปัจจุบันเพราะมีวัฒนธรรมการฝากไว้...

เงินมีค่ายังหาธนาคารฝากไว้ไงละ...สำหรับฝัง...สมัยก่อนฝังทรัพย์สินไว้ในดินทั้งนั้นจึงยังคงอยู่...ฝังสิ่งมีคุณค่าไว้ในองค์พระเจดีย์...ฝังถ้ำอะชันต้าไว้ในป่าเขาช่วงไม่ใช่กาลพุทธศาสนาในอินเดียจึงยังคงอยู่...

ศิลปินพื้นบ้านหรืออะไรทั้งปวงที่มีคุณค่าเมื่อเดินทางมาถึงจุดที่ว่า...ศิลปินเดี๋ยวนี้งานหด...เราควรหาที่ฝากและฝังไว้จะยังคงอยู่ตลอดไปนั้นแล...