องค์การสหประชาชาติได้มอบราลวังบุคลที่ประสบความสำเร็จสุดยอดของโลกให้แกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี่ ในการคิดค้นเทคนิคการทำฝนเทียม(ฝนหลวง)ที่พระองค์ทรงประทานความช่วยเหลือแก่ผสกนิกรของพระองค์ในยากขาดแคลนน้ำและประสบความยากลำบากในด้านการเกษตรและเมื่อประสบภัยแล้ง ถือเป็นกษัตริย์พระองค์เดียวและพระองค์แรกของโลกที่ได้รับรางวัลนี้ และอีกไม่นานทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงก็จะเป็นทฤษฎีที่องค์การสหประชาชาติกำลังขอพระบรมราชานุญาตนำไปเป็นทฤษฎีของโลกที่องค์การสหประชาชาติจะนำไปเป็นแม่แบบในการนำไปช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาและประเทศด้อยพัฒนาทั่วโลก ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงไว้เมืองวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวงาคม 2540 ซึ่งขณะนั้นประเทศไทยกำลังประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจและการเงินอย่างน่าวิตก ทฤษฎีนี้ไม่ได้ใช้แต่เฉพาะเกษตรระดับรากหญ้าเท่านั้นหากแต่ทุกคนไม่ว่าจะอาชีพใด ร่ำรวย ยากจน ก็สามารถที่จะดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงนี้ได้ พระองค์ท่านทรงดำรัสว่า " พอมีพอกินก็แปลว่าเศรษฐกหิจพอเพียงนั่นเอง ถ้าแต่ละคนมีพอกินพอใช้ได้ ยิ่งถ้าประเทศพอกินพอใช้ได้ก็ยิ่งดี ประเทศไทยแต่ก่อนพอมีพอกิน มาสมันนี้อิสระ ไม่มีพอมีพอกิน จึงต้องเป็นนโยบายที่จะทำเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ทุกคนพอเพียงได้ พอเพียงนี้ก็หมายความว่า มีกิน มีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหรา แต่ว่าพอ แต่พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราได้ แต่ต้องไใม่ไปเบียดเบียนคนอื่น ต้องมีให้พอประมาณ พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติงานก็พอเพียง ฉะนั้นความพอเพียงก็แปลว่า ความพอประมาณและมีเหตุมีผล พระองค์ท่านเห็นว่าการผลิดอะไร ที่มีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไปขอยืมคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง มีความคิดว่าทำอะไรก็พอประมาณ ซื่อตรง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข เศรษฐกิจพอเพียง จึงไม่ใช่เพียงแนวทางในการทำมาหากินเท่านั้น หากแต่ยังเป็นวิถีการดำรงชีวิตที่เหมาะสม สร้างทั้งความสุขกาย สุขใจและสังคมไปพร้อมๆกัน