แม่น้ำที่ไหลผ่านเมืองสุโขทัย คือแม่น้ำ ปิง ยม น่านทำให้มีความอุดมสมบูรณ์
เศรษฐกิจของสุโขทัย
เศรษฐกิจสุโขทัย มีความสัมพันธ์กับอาชีพเกษตรกรรมอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ เพราะลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปของสุโขทัยเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ ได้แก่ ที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง ยม น่าน สลับกันไป จึงมีพื้นที่เหมาะสมแก่การประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้น การที่อยู่ใกล้แม่น้ำจึงมีความสะดวกต่อการคมนาคมขนส่งส่งผลให้มีความเจริญรุ่งเรืองในด้านการค้าขายต่ออาณาจักรสุโขทัยเป็นอย่างมาก
เศรษฐกิจของสุโขทัยเป็นแบบเกษตรกรรม เพราะมีพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์มากเป็นแบบยังชีพที่เลี้ยงตนเอง ได้ผลผลิตสำคัญคือ ข้าว ดังคำกล่าวที่ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” นอกจากนั้น ก็ยังมีการปลูกพืชอื่นๆ อีกมากมาย มีตลาดการค้าเรียกว่า ตลาดปสาน และสุโขทัยยังมีการสร้างระบบชลประทาน สร้างเขื่อนหรือทำนบกั้นน้ำเรียกว่า สรีดภงส์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสุโขทัย สุโขทัยไม่ได้ส่งข้าวไปขายเนื่องจากถือว่าข้าวเป็นสินค้ายุทธปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการทำสงคราม
การเกษตรกรรม
ประชาชนของอาณาจักรสุโขทัยส่วนใหญ่ ทำนาปลูกข้าวทำไร่ทำสวน ทำการประมง ระยะแรกตั้งอาณาจักร ต่างคนเข้าจับจองที่ดินทำกินแต่คงจะทำได้ไม่มากนัก เพราะทางทิศตะวันออกเป็นที่ลุ่มมากน้ำท่วมเสมอๆ การทำนา ในระยะเริ่มตั้งอาณาจักรคงไม่ได้ผลดีนักแต่เมื่อตั้งบ้านเมืองได้นานพอสมควร พระมหากษัตริย์ทรงส่งเสริมทางด้านเกษตรกรรมจึงเกิดความมั่นคงสมบูรณ์
ที่ราบที่เหมาะสมแก่การประกอบอาชีพเกษตรกรรมของอาณาจักรสุโขทัยตั้งอยู่ในทิศเหนือและทิศตะวันตกของเมือง
การทำไร่ในสมัยสุโขทัย
ประชาชนในสมัยสุโขทัยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม คือ การทำนาแล้วยังนิยมประกอบอาชีพทำไร่ในพื้นที่ดอนพืชที่ปลูกจะนำมาใช้ เพื่อยังชีพ พืชที่นิยมปลูกกันมาก เช่น กล้วย อ้อย เป็นต้น นอกจากนั้น ประชาชนยังประกอบอาชีพในการทำสวนผลไม้ต่างๆ เช่น มะม่วง มะขาม มะพร้าว เป็นต้น ได้ผลผลิตที่เหลือจากการดำรงชีวิต ก็จะถูกนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าชนิดอื่นๆ เป็นอาชีพที่อยู่คู่กับชาวสุโขทัยมาอย่างยาวนาน
พืชไร่เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย เหมาะสำหรับปลูกในที่ดอน เช่น กล้วย อ้อย เป็นต้น
