ไปดูความงามวิจิตรด้านในพระมหาธาตุกันค่ะ ตามมาเลยค่ะ

            ติดค้างมาเป็นเวลานาน กับคำสัญญาที่บอกไว้ตั้งแต่ ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ ณ วัดทางสาย (๑)   ใต้ร่มกาสาวพัตร์ ณ วัดทางสาย (๒) พระอธิการไมตรี "คนดีศรีแผ่นดิน"ใต้ร่มกาสาวพัตร์ ณ วัดทางสาย (๓) พระอาจารย์ไมตรี กับ"ค่ายคุณธรรม"ใต้ร่มกาสาวพัตร์ ณ วัดทางสาย (๔) พระพุทธกิติสิริชัย"  ว่าจะพาพี่น้องผองเพื่อนเข้าไปชมภายในพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ(นามพระราชทาน)  ซึ่งจริง ๆ แล้ว จะไม่ค่อยได้มีใครถ่ายรูปมากนัก เนื่องจากคณะกรรมการติดป้าย ห้ามถ่ายรูป ไว้ค่ะ วันนี้พร้อมแล้ว  ตามมาเลยค่ะ         

           นับว่าครูอิงโชคดีที่บันทึกภาพไว้พอสมควร  เนื่องจากได้รับอนุญาตให้นำนักเรียนเข้าไปชม และสามารถบันทึกภาพได้ค่ะ ครูอิงขอเล่ารายละเอียดของพระมหาธาตุฯ ดังนี้ค่ะ

           พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ ได้รับการออกแบบโดย หม่อมราชวงศ์ มิตรารุณ เกษมศรี ศิลปินแห่งชาติ สถาปนิกในสำนักพระราชวัง  ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีฯ ทรงเสด็จวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่  9  มิถุนายน 2539

           พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ  สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองราชย์ครบ 50  ปี   คณะสงฆ์วัดทางสาย โดยมี พระอธิการไมตรี ฐิตปญโญ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายสวัสดิ์ โชติพานิช (อดีตประธานศาลฎีกา) เป็นประธานโครงการฝ่ายฆารวาส และมีคณะกรรมการพร้อมข้าราชการพ่อค้า ประชาชนและพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมกันจัดสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวาย เป็นพระราชกุศล

           ดังนั้นสัดส่วนของอาคารจึงมีความหมายเกี่ยวกับการครองราชย์ครบ 50 ปีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ขนาดอาคารที่กว้าง 50 เมตร ยาว 50 เมตร และสูง 50 เมตร เป็นอาคารสูง 5 ชั้น อันหมายถึง ขันธ์ 5 เป็นเจดีย์หมู่ 9 องค์ หมายถึง วัดประจำรัชกาลที่ 9

            พระธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ เป็นอาคารชุดหลังเดียว ขนาดใหญ่ในเนื้อที่กว่า 3 ไร่ ประกอบไปด้วยหมู่เจดีย์ 9 องค์ มีเจดีย์องค์ใหญ่ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งวางในบุษบกภายใต้โดม โดยมีเจดีย์รายรอบ 4 ทิศ   8 องค์ ออกแบบเป็นทรงลังกา  สำหรับตัวอาคารเป็นตึกโดยเป็นสถาปัตยกรรมไทย  ทั้งประตู – หน้าต่าง ตลอดจนเครื่องตกแต่งภายในที่ประกอบด้วยพระวิหาร พระอุโบสถ พระเจดีย์ พระวิหารคต  ที่รวมกันอยู่ในอาคารหลังเดียว  ซึ่งเป็นอาคารที่สามารถใช้ประโยชน์ในทางพระพุทธศาสนาได้มากที่สุด

             แม้ตัวอาคารจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยแท้ แต่แนวคิดการก่อสร้างก็ล้วนเป็นแบบใหม่ทั้งสิ้น โดยการรวมเอาโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ วิหารคด มารวมอยู่ในอาคารเดียวกันในแนวตั้ง ภายในพระมหาเจดีย์ภักดีประกาศนั้น มีพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามรวมทั้งสิ้น 37 องค์

          สำหรับอาคาร 5 ชั้นนั้น ประกอบด้วย

          ชั้นใต้ดิน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และพิพิธภัณฑ์ลายไทยของ ม.ร.ว.มิตรารุณ เกษมศรี

         ชั้นที่สองเป็นชั้นพื้นดิน

         ชั้นที่สาม เป็นชั้นพระวิหาร สำหรับรับผ้ากฐิน รับผ้าป่า และฟังธรรมเทศนา สามารถจุคนได้ถึง 1,000 คน ตรงกลางของชั้นนี้ เป็นพระพุทธรูป 4 อิริยาบถ ประจำ 4 ทิศ

          ชั้นที่สี่ เป็นชั้นพระอุโบสถ มีพระพุทธรูปปางลีลาเป็นพระประธาน ที่ฝาผนังมีภาพจิตรกรรมลายไทยที่เขียนขึ้นโดยฝีมือของเด็กรุ่นใหม่ โดยเฉพาะที่ด้านหลังพระประธานเป็นภาพพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่มีความสวยงามยิ่ง นอกจากนี้บริเวณช่องหน้าต่างเกือบทั้งหมด จะถูกประดับด้วยกระจกสแตนกลาส ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก



          ออกมาด้านนอกอาคารบริเวณระเบียง ชั้น 4 เราจะเห็นวิวทิวทัศน์โดยรอบของหาดบ้านกรูด เวิ้งหาดที่ยาวสุดลูกหูลูกตา ทิวแถวของต้นมะพร้าว และความเงียบสงบ

         ปัจจุบันนี้ วัดทางสาย กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและศึกษา วัฒนธรรมประเพณีไทย  จะเห็นว่า บริษัททัวร์ต่าง ๆ จะบรรจุเป็น แพ็คเกท ทัวร์ มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพากันมาเยือน  ซึ่งทางวัดทางสาย มีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำให้นักท่องเที่ยว ได้รับรู้ข้อมูลต่าง ๆ  และอยู่ใกล้ทะเล มีบรรยากาศที่สดชื่น ลมทะเลเรียกความสดชื่นอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ผู้มาเยือน ที่เดินขึ้นเนินมา หายเหนื่อย จะอย่างไรก็ตามภาพที่ครูอิงนำเสนอนี้คงจะแสดงให้เห็นแล้วว่าคุ้มค่าเหนื่อยจริงๆ ค่ะ

         ครูอิงได้นำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับวันทางสายไปหลายตอน ยังค่ะ ยังไม่หมด มีเวลาเมื่อไหร่ จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกนะคะ

         ขอบพระคุณ ข้อมูล จากคุณสยามรพี  และ ขอบพระคุณ คุณตี๋หนุ่ย ที่คอยกระตุ้นเตือน ให้ครูอิงเขียนบันทึกนี้