เมื่อสองอย่างให้เลือกทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

بسم الله الرحمن الرحيم

วันก่อนผมให้ อ.จรุวัจน์ ไปเป็นวิทยากรจัดกิจกรรมเกี่ยวกับ KM ในที่ที่งานของผม อ.จรุวัจน์ได้ยกอายัตอัลกุรอานอายัตหนึ่งที่สนับสนุนการจัดกิจกรรม ซึ่งเป็นคนละอายัตที่ผมชอบอ้างประจำ อายัตที่ผมอ้าง ก็อย่างที่กล่าวมาแล้วในบล็อกก่อนหน้านี้ คือ อายัต

(อัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัล-อัศรฺ 103:3)

เป็นอายัตที่กล่าวถึงคุณค่าของมนุษย์ คือ คนที่ศรัทธา คนทำดี และคนที่บอกต่อๆในความจริง และบอกต่อด้วยความอดทน

ส่วน อ.จรุวัจน์ จะยกอายัตที่ 11 ในซูเราะฮฺ อัฎฎูฮา

"และส่วนความโปรดปรานแห่งพระเจ้าของเจ้านั้น เจ้าจงแสดงออก"

 ความดีต่างๆที่เรามีอยู่ ความสำเร็จที่เราได้ประสบมา นับเป็นสิ่งโปรดปราน(นิอฺมัต)ที่อัลลอฮฺประทานมาให้ทั้งนั้น ก็จงแสดงหรือบอกล่าวให้คนอื่นรับรู้

อายัตนี้เป็นอายัตสุดท้ายในซูเราะฮฺ อัฎฎูฮา ซึ่งมีอายัตก่อนหน้านั้น 10 อายัต ควรศึกษาเป็นอย่างยิ่ง และเป็นคำสอนทั้งเตือนใจและให้เรากระทำตาม เช่น

- นบีนั้นเป็นกำพร้าแต่มีที่พึ่ง

- ก่อนหน้านั้นนบีอยู่ในโลกมืดก็มีทางนำที่ให้ความสว่าง

- เคยเป็นผู้ขัดสนและได้รับความมั่งคั่ง

สามอย่างที่เป็นสิ่งโปรดปรานเหล่านี้ก็จงบอกแสดงหรือบอกให้คนอื่นรับรู้ เช่นกัน เรามีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขทุกวันนี้(แม้บางคนจะบอกว่าเขามีทุกข์ แต่ถ้านับดีๆแล้วเขาจะมีสุขพอควร) เพราะได้รับความโปรดปรานที่อัลลอฮฺประทานมา และสิ่งโปรดปรานนั้นก็ควรบอกให้คนอื่นรับรู้ด้วย ทั้งเราและเขาจะได้สำนึกในพระคุณที่อัลลอฮฺประทานมา สิ่งโปรดปรานที่เป็นวิถีการดำรงชีวิต วิถีการทำงาน เมื่อเราบอกให้คนอื่นรับรู้นอกจากจะได้นำนึกในความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺแล้ว เขาจะได้นำสิ่งนั้นมาเป็นแบบอย่างสำหรับการดำรงชีวิตของเขาด้วย

สรุป คือ ความโปรดปรานที่อัลลอฮฺให้มา ควรจะบอกให้คนอื่นรับรู้

แต่วันนี้พอได้อ่านอัลกุรอานซูเราะฮฺยูซุฟ ก็นึกได้คำสอนที่ได้จากอายัตอัลกุรอานในซูเราะฮฺนี้ อัลลอฮฺตรัสไว้ว่า

 "เขา(ยะอฺกูบ) กล่าวว่า “โอ้ลูกรักเอ๋ย ! เจ้าอย่าเล่าความฝันของเจ้าแก่พี่น้องของเจ้า เพราะพวกเขาจะวางอุบายแก่เจ้าอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม แท้จริงชัยฏอนนั้นเป็นศัตรูที่ชัดแจ้งกับมนุษย์"
(อัลกุรอาน ซูเราะฮฺยูซุฟ 12:5)

อายัตนี้เป็นเรื่องราวของนบียูซุฟ ครั้งที่ยังเด็กและเขาฝันเห็นดวงดาว ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มากราบแทบเท้าของท่าน และมาเล่าความฝันในพ่อเขา(นบียะอฺกูบ)ฟัง นบียะอฺกูบรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับลูกชายท่าน เลยกล่าวเตือนแก่ลูกชายท่าน โดยห้ามบอกนิอฺมัตหรือความโปรดปรานที่อัลลอฮฺจะประทานมาให้แก่ลูกในคืนอื่นฟัง แม้แต่พี่น้องตนเอง เพราะชัยฏอน(มารร้าย)ไม่เข้าใครออกใคร สิ่งที่พวกมันต้องการคือสร้างหายนะให้เกิดขึนแก่พวกมนุษย์

จากอายัตนี้ นักวิชาการ ผู้รู้ (อุลามาอฺ) บางท่านจึ่งให้ความเห็นว่า ในบางครั้งความโปรดปรานที่อัลลอ
ฮฺประทานมาไม่ควรบอกให้คนอื่นรับรู้แม้แต่ญาติสนิทก็ตาม

ท่านผู้อ่านจะบอกหรือไม่บอกในนิอฺมัตหรือความโปรดปรานที่อัลลอฮฺประทานมาให้ให้คนอื่นรับรู้ด้วยหรือไม่นั้น ผมคิดว่าท่านสามารถเลือกความเหมาะสมได้ดี

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เมื่อ...ครูปอเนาะ...ขีดเขียน.!!!



ความเห็น (6)

เรื่องเดียวกันที่น่าคิดในการตัดสินใจครับ...ขอบคุณอีกหนึ่งมุมคิดครับ

ผมว่าสองอายะห์ข้างต้นมันคนละกรณีกันครับ

มันเป็นกรณีที่ได้รับแล้ว สำเร็จแล้ว จึงเล่าต่อ

แต่กรณีของนบียูซุฟ เป็นเรื่องของสิ่งดีๆ ในอนาคต ซึ่งปัจจุบันยังไม่เกิด การบอกไปล่วงหน้าอาจจะนำไปความวุ่นวายด้วย

ซึ่งกรณีนี้เหมือนกับกรณีหนึ่งที่ท่านรอซูลกล่าวกับซอฮาบะห์ท่านหนึ่งถึงการกระทำที่จะทำให้ซอฮาบะห์คนนั้นได้ขึ้นสวรรค์ แต่ท่านห้ามไม่ให้ซอฮาบะห์คนดังกล่าวบอกกับคนอื่นๆ เพราะเกรงว่าคนอื่นๆ จะเลือกทำเฉพาะเรื่องนั้นเรื่องเดียว 

วัลลอฮูอะลัม

อิบนูอูมัร
IP: xxx.53.119.214
เขียนเมื่อ 

อัลกุรอาน มีเรื่องราวมากมาย ที่เรายังเข้าไปไม่ถึง แสดงถึงความปรีชาญานที่ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถสร้างหรือสิ่งอื่นใด สามารถกระทำได้ นอกจากพระองค์

เลือกใช้ความรู้ในทางที่คิดว่าก่อให้เกิดประโยชน์กับสิ่งที่อยู่บนหน้าแผ่นดิน

เพราะคนที่ไม่รู้เขาจะได้รับประโยชน์นั้นเช่นกัน

เป็นมุมมอง คนละมุมที่น่าสนใจครับ

ครับ อ.

P
ผมว่าถ้าเราได้ความดีอะไร จะบอกคนอื่นก็ได้ ไม่บอกก็ได้ สำคัญที่เหตุผลครับ

ขอบคุณมากครับ อ.

P
ที่มีเพิ่มเติมความเห็น

ครับ ท่าน

30
อิบนูอูมัร
บางครั้ง บางอย่างเราไม่เคยศึกษาในอัลกุรอานเลย เรากลับไปพึ่งพาสิ่งอื่น