วันนี้ (12 ก.พ.) ผมได้เข้าประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเทพศิรินทร์ กทม. เป็นการประชุมครั้งที่ 5/2552 มีระเบียบวาระการประชุมและสาระที่น่าสนใจหลายเรื่องคือ

                เรื่องแจ้งเพื่อทราบ  เป็นการแนะนำ ผอ.คนใหม่ คือ นายสุทธิศักดิ์  เฟื่องเกษม และรองผอ.คนใหม่คือ นางบุษบา  ประยูรทอง  โดยประธานกรรมการสถานศึกษาฯ (อาจารย์ชาลี  ถาวรานุรักษ์) อดีตผอ.โรงเรียนนี้และอดีตผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ข้อคิด(เชิงสอนแนะ) แก่ ผอ.คนใหม่และรองผอ.ที่เข้าร่วมประชุม(4คน) ว่า ในการบริหารนั้นต้องใช้หลัก 4+1 เป็น 1 ไม่ใช่ 4+1 เป็น 5 หรือ 6 คือการทำงานต้องมีความเป็นหนึ่งเดียวไม่ใช่ต่างคนต่างทำ

                เรื่องรับรองรายงานการประชุม  ก็ไม่ใช้เวลามาก เป็นการทบทวนประเด็นในแต่ละหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วรับรองรายงานการประชุม

                เรื่องสืบเนื่อง  เป็นการรายงานยอดเงินของโรงเรียนและเรื่องสืบเนื่องต่างๆ  โดยมีเอกสารรายละเอียดประกอบหลายเรื่อง คือ

-  ยอดเงินระดมทรัพยากรภาคเรียนที่ 2/2552

-  ยอดเงินกองทุนผ้าป่าจตุรมิตร

-  การได้รับจัดสรรงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งและงบจาก สส.กทม.

-  รายงานผลการขอขยายเขตพื้นที่ในการรับนักเรียน

-  รายงานผลการดำเนินงานของกลุ่มบริหารทั่วไป

-  รายงานผลการดำเนินงานของกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน

                ประธานฯได้เปิดโอกาสให้คณะกรรมการฯร่วมอภิปราย ซักถามและให้ข้อเสนอแนะโรงเรียนเพิ่มเติมในแต่ละประเด็น

                เรื่องเสนอพิจารณา  มี 2 เรื่อง คือ

                1.  ขอความเห็นชอบรายงานการระดมทรัพยากรภาคเรียนที่ 1/2552

                2.  การรับนักเรียน ปีการศึกษา 2553

ที่ประชุมใช้เวลาอภิปรายอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและลงมติให้ความเห็นชอบอันเป็นข้อปฏิบัติที่ชัดเจนให้แก่โรงเรียน

              เรื่องอื่น ๆ

          ประธานฯถามโรงเรียนว่ามีการเตรียมการเรื่องบุคลากรอย่างไร และขอให้เตรียมการให้พร้อมแต่เนิ่น ๆโดยได้เสนอแนะวิธีแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรแบบนอกกรอบ 

                สรุปจุดเด่นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียน
เทพศิรินทร์
ตามข้อสังเกตของผมมี 5 ประการ คือ
         
1. ประธานคณะกรรมการฯ (อาจารย์ชาลี ถาวรานุรักษ์) เป็นตัวอย่างของประธานฯที่แสดงบทบาทตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 (มาตรา 40) ได้อย่างเข้มแข็งครบถ้วน เป็นผู้ที่มีบารมี เป็นที่ยอมรับของผู้บริหาร ครูและกรรมการทุกคน มีความชัดเจนในระเบียบ แนวปฏิบัติ สามารถชี้แนะ ป้องปราม ตรวจสอบการดำเนินงานของโรงเรียนอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปล่อยให้ ผอ.โรงเรียนชี้นำแต่ฝ่ายเดียวเหมือนหลาย ๆ โรงเรียน
      ในการประชุมครั้งแรก ประธานกรรมการฯ ประกาศ(กฏเหล็ก) กับคณะกรรมการฯ ว่า คณะกรรมการฯจะตั้งใจเข้ามาช่วยเหลือ ดูแลโรงเรียนให้มีคุณภาพ เจริญก้าวหน้า  จะไม่ใช้อภิสิทธิ์ใดใดที่จะแสวงหาผลประโยชน์จากโรงเรียน เช่น การฝากเด็ก เป็นต้น

                2. คณะกรรมการสถานศึกษาฯ ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการการศึกษา และร่างแผนแม่บทพัฒนาโรงเรียนเทพศิรินทร์ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาฯ ให้ความเห็นชอบ โดยคณะอนุกรรมการชุดนี้จะมีกรรมการสถานศึกษาส่วนหนึ่ง ผู้แทนนักเรียนเก่าส่วนหนึ่ง และผู้แทนในโรงเรียนส่วนหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปการทำแผนพัฒนาฯจะปล่อยให้โรงเรียนทำทั้งหมดแล้วนำเสนอคณะกรรมการให้ความเห็นชอบ แต่ในครั้งนี้ได้กำหนดให้คณะกรรมการสถานศึกษาฯ มีส่วนร่วมตั้งแต่แรก ซึ่งน่าจะเป็นแบบอย่างให้คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนอื่นๆนำไปปฏิบัติบ้าง

                3. การจัดทำเอกสารการประชุม โรงเรียนนี้ได้จัดทำระเบียบวาระการประชุมและเอกสารประกอบระเบียบวาระการประชุมอย่างเป็นระบบ ชัดเจน ทำให้กรรมการมีข้อมูลรายละเอียดในการพิจารณาได้เป็นอย่างดี

                4. การดำเนินการประชุม ประธานคณะกรรมการฯ ได้ควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามระเบียบวาระ เปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ อย่างกระชับ รักษาเวลาได้เป็นอย่างดี  ใช้เวลาส่วนใหญ่ในระเบียบวาระเพื่อพิจารณา และการลงมติก็ได้ข้อปฏิบัติที่ชัดเจน

                5. การประชุมแต่ละครั้งจะมีการรายงานการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มงานให้คณะกรรมการรับทราบ  โดยมีเอกสารและข้อมูลประกอบ ที่ผู้รับผิดชอบมานำเสนอเอง