วันนี้ได้โอกาสเข้ามาแห่งโลกไซเบอร์ ช่วงนี้มีภาระหน้าที่ติดต่อกันหลายวัน
บรรยายธรรมให้พระฟังบ้าง เป็นวิทยากรบรรยายให้คณะครูผู้ปกครอง
ในโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมบ้าง
ก็มีความสุขใจแม้กายอาจอ่อนล้าบางเพลา
แต่ได้ทำในสิ่งที่ตนพอใจอันเป็นเหตุให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม
นั่งพิมพ์บันทึกนี้แหงนดูปฏิทิน อ้าว..ใกล้ถึงวันวาเลนไทน์..แล้วนี่
ปีนี้ตรงกับวันตรุษจีนพอดี..(แล้วมันเกี่ยวไรกันนี่ธรรมฐิต)
น่าคิดว่าเทศกาลอย่างนี้การฉลองของคนไทยโดยเฉพาะพวกหนุ่มๆสาวๆ
อาจจะเลยเถิดมากขึ้นมากกว่าเก่าหรือไม่..น่าคิดๆๆนะ
การจะให้ความสำคัญกับวันแห่งความรักนั้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายอะไรนี่
แต่ทว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมามันจะเกิดเรื่องเสียหายขึ้นอยู่บ่อยครั้ง..
..เพราะรักโดยขาดสติ..
เราพึงตระหนักรู้ถึงหัวใจอันเป็นแก่นแท้สำคัญของวันแห่งความรักนี้ให้จงได้
หาใช่เป็นเพียงวันปล่อยตัวใจให้เกิดเรื่องเสื่อมเสียทางเพศขึ้นมาเท่านั้น
ที่ผ่านมากลับกลายว่าวันวาเลนไทน์เป็น..วันได้ตัว..วันเสียตัว..ของวัยรุ่น
ในปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่เข้าใจเข้าถึงในสาระที่แท้ของวันวาเลนไทน์
ความรักจึงเป็นได้แค่..ความใคร่หรือความลุ่มหลงเท่านั้น...
(ท่านว่าใหมหละ)
มีเรื่องเล่าอยู่เรื่องหนึ่ง ธรรมฐิตอ่านแล้วแฝงไปด้วยสาระ
ทุกท่านลองพิจารณาดูละกัน
...........................
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่ ทันใดนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งก้อถามขึ้นมาว่า ........
ลูกศิษย์ : อาจารย์คับ ผมสงสัยจังเลยว่า เราจะหาคู่แท้เราเจอได้ไงคับ..อาจารย์บอกผมหน่อยได้ไหมคับ?
อาจารย์ : (เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบ) อืม..มันเป็นคำถามที่ยากนะ ... ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถามที่ง่ายเหมือนกันนะ
ลูกศิษย์ : (นั่งคิดอย่างหนัก) อืม?....งงฮะะไม่เข้าใจ
อาจารย์ : โอเค งั้น เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นน่ะ
มีหญ้าเยอะแยะเลยใช่ไหมเธอลองเดินไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด ..... แล้วเด็ดมาให้ครูสิ ต้นเดียวเท่านั้นนะ
แต่ว่าเวลาเธอเดินเนี่ย เธอต้องเดินไปข้างหน้าอย่างเดียวนะ ห้ามเดินถอยหลัง เข้าใจไหม
ลูกศิษย์ : ได้เลยครับ ‘จารย์ รอสักครูน่ะครับ
(ว่าแล้วก้อวิ่งตรงไปยังสนามหญ้า) หลังจากนั้นไม่นาน....
ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับ‘จารย์
อาจารย์ : อืม...แต่ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ ในมือเธอเลยหละ
ลูกศิษย์ : อ๋อ คืองี้ครับ‘จารย์ ตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวยๆ เนี่ย ผมก้อคิดว่า เออ เดี๋ยวก้อคงเจอต้นที่สวยกว่านี้ดังนั้นผมก็เลยไม่เด็ดมัน แล้วผมก็เดินไปเรื่อย.. รู้ตัวอีกทีมันก็สุดสนามหญ้าแล้วครับจะเดินกลับก้อไม่ได้ เพราะ‘จารย์ สั่งห้ามไว้
อาจารย์ : นั่นแหละ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ .....
......................................................
เรื่องนี้ต้องการที่จะสื่ออะไรกับเราบ้างหละ ?
ต้นหญ้า ก็คือ “คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา”
ต้นหญ้าที่สวยงาม ก็คือ “คนที่เราชอบ หรือคนที่ดึงดูดเรานั่นแหละ”
ทุ่งหญ้า ก็คือ “เวลา”
เวลาที่เราจะหาคู่แท้ของเรา อย่ามัวแต่เปรียบเทียบ(มากไป)
แล้วคิดว่าคงจะมีที่ดีกว่านี้
เพราะถ้าเรา มัวแต่เปรียบเทียบ(มากไป)
เราจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
อย่าลืมว่า"เวลาไม่เคยย้อนกลับ"
ไม่ใช่แค่ความรักเท่านั้น เรื่องนี้ ยังสามารถใช้ได้กับการหาคนที่จะมาทำงาน
ร่วมกับเราในชีวิต หรือ แม้กระทั่งงานที่เหมาะสมกับเรา
ดังนั้น มันจึงเป็นสัจธรรมที่ว่า
"จงรัก และ ไขว่คว้า โอกาสที่เรามีในขณะนี้ อย่ามัวแต่เสียเวลา
บางครั้งคนเราก็มีโอกาสเลือกแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น"
คุณล่ะวันนี้คุณได้เลือก แล้วตัดสินใจ อะไรบ้างหรือยัง?
ธรรมะสวัสดีขอรับ..
กราบนมัสการเจ้าค่ะ
อ่านเรื่องเล่าท่านอาจารย์...
ดาวจินตนาการว่าตัวเองเป็นลูกศิษย์...เดินเข้าไปในทุ่งหญ้าแล้วก็คงไม่ได้ต้นหญ้าที่สวยที่สุดกลับออกมาเจ้าค่ะ
ไม่ใช่เพราะมัวแต่เปรียบเทียบมากไป หากเพราะว่าคิดว่าแต่ละต้นสวยกันไปคนละแบบ...แล้วถ้าเจอต้นไหนสวยๆ ก็คงจะไม่เก็บมา ปล่อยให้เค้าอยู่ในทุ่งหญ้าต่อไปเจ้าค่ะ จะได้สวยต่อไปนานๆ ดีกว่าเฉาเมื่อมาอยู่กะเรา 555
กราบนมัสการค่ะ
วันนี้ลูกศิษย์ครูนกรักล้นใจ...เพราะเห็นสติกเกอร์รูปหัวใจติดเสื้อกันเต็ม...ไปหมด อันนี้บรรดาครูๆก็ต้องเข้าใจวัยรุ่นแต่ก็ต้องเตือนเรื่องรักในวัยเรียน...ที่เหมือนจุดเทียนในสายไฟนั่นละค่ะ
"การจะให้ความสำคัญกับวันแห่งความรักนั้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายอะไรนี่
แต่ทว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมามันจะเกิดเรื่องเสียหายขึ้นอยู่บ่อยครั้ง..
..เพราะรักโดยขาดสติ.." .........อันนี้เห็นด้วยทุกประการค่ะ
ในเรื่องโอกาสต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต...
นัสการพระคุณเจ้า
กราบนมัสการท่านธรรมฐิตเจ้าค่ะ
ถ้าคิดจะเก็บ ก็คงต้องศึกษาเรียนรู้ถึงธรรมชาติของต้นไม้นั้นก่อนที่จะเก็บแหล่ะเจ้าค่ะ...
เดี๋ยวบำรุงรักษาไม่ถูกวิธีพาลจะเหี่ยวเฉาได้ง่ายๆ ทำให้เราซึ่งเป็นผู้เก็บมาเป็นทุกข์อีก ซึ่งการจะเรียนรู้นั้น คงต้องอาศัยทั้งสติ ปัญญา และเวลาเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ
เราต้องเรียนรู้เพื่อจะซึมซับสิ่งเหล่านั้นด้วยตนเองแล้วทุกอย่างจะเผยสิ่งที่ซ่อนเร้นมาเองขอรับพี่ครู..
คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงสำหรับปัญญาอย่างคุณหมอหรอกเนาะ..
สาธุๆๆ
กราบนมัสการเจ้าค่ะ
ตอนนี้รู้สึกสับสนในชีวิตเหลือเกินเจ้าค่ะ
ไม่กล้าคิดไม่กล้าตัดสินใจ รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย
ตอนที่ไม่มีแฟนรู้สึกตัวเองมีคุณค่า เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง
เพราะทำงาน หาเงินเรียนเอง คนรอบข้างต่างชื่นชม ก็มีความสุข รู้สึกภูมิใจในตัวเอง
ต้องขอขอบพระคุณแม่ที่สอนติ๊กมา จนทุกวันนี้ ถึงแม้จะไม่ได้ส่งให้เรียน
แต่สิ่งที่มีค่าที่สุด คือสิ่งแม่ได้สั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก ให้รู้จักคิดทำสิ่งดีๆ สอนให้รู้จักอดทน
สอนว่าไม่ว่าใครจะร้ายกับเรา แต่เราต้องดีกับเขา แล้วจะดีกับตัวเราเอง
แต่ พอมีคนคนนึงเข้ามาในชีวิต อายุห่างกันเยอะเจ้าค่ะ และเค้าจะพูดเสมอว่า
ความคิดเราต่างกันเยอะ เค้าจะคอยตั้งคำถามเยอะแยะมากมายมาถามติ๊กทุกวันสมมติมีเหตุการอย่างโน่นอย่างนี้เกิดขึ้นติ๊กจะทำงัย
แล้วคำตอบติ๊กผิดเสมอในความคิดเค้า แล้วเค้าก็เอาคำตอบนั้นมาตัดสินว่าติ๊กแค่คบกับเค้าไปวันๆ ไม่จิงจังอารัยกะเค้า เค้าคิดว่า
เดี่ยวสักวันติ๊กจะต้องเปลี่ยนไป คำตอบที่ติ๊กตอบ เค้าตีความว่าติ๊กไม่ดี จนทุกวันนี้รู้สึกสับสน รู้สึกแย่มากค่ะ
เค้าบอกว่าให้เราเลิกกันหลายครั้ง แต่ติ๊กก็ไม่เลิกเจ้าค่ะ
ความคิดติ๊กคือ คำถามที่เค้าถามมายังไม่เกิดเลย แล้วคำตอบที่ตอบก็คือความคิด ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์จิงจะเป็นยังงัยก็เป็นเรื่องที่ยังไม่เกิด ทำมัยต้องด่วนตัดสินกัน เค้าถามถ้าแม่ไม่ยอมรับเค้า จาเลือกใคร ติ๊กก็ต้องเลือกแม่ กลายเป็นว่าติ๊กเห็นแก่ตัวทิ้งเค้า
ตอนนี้สับสนมากเจ้าค่ะ ไม่มีความสุขเหมือนตอนอยู่คนเดี่ยว อยากทำให้เค้าพอใจ แต่ก็กลายเป็นผิดเสมอ
จะทำยังงัยดีเจ้าค่ะ อยากกลับไปเป็นตัวของเอง ให้ต่างคนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองเป็น หรือจะยื้อเค้าไว้ ขอความชี้แนะด้วยเจ้าค่ะ
ตั้งสติให้มั่นก่อนเนาะคุณโยม..
เรื่องอย่างนี้เกิดมามากต่อมากกับคนหลายคนบนโลกนี้..
อย่างแรกที่โยมบอกสับสนเพราะ..ขาดความมั่นใจในตน..
ความรักที่แท้นั้น..เราและเขาต้องไม่ลำบากใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย..
คู่ชีวิตที่จะไปกันได้ตลอดรอดฝั่งนั้นต้องยอมรับในสิ่งที่ไม่ดีซึ่งกันและกันให้ได้..
พยายามปรับจูนคลื่นให้เข้ากันให้ได้หากพยายามแล้วแต่ยังจูนคลื่นกันไม่ได้ก็ลองตั้งสติแล้วถามใจตัวเองว่า ณ ขณะนี้ฉันกำลังทำร้ายใจฉันมากน้อยเพียงไร..
เราเท่านั้นสามารถรู้อยู่แก่ใจว่า..เขาคือ..Soul mate หรือเป็นแค่ Room mate เท่านั้น..