เราสร้างคนเพื่อให้คนสร้างชาติ

  งานวันการศึกษาเอกชนจังหวัดร้อยเอ็ด

       

         จัดขึ้นเมื่อวันที่   10 กุมภาพันธ์  2553     ณ.โรงแรมเพชรรัชการ์เด้นท์  อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด  เป็นการรวมตัวกันของสมาคมครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นกลุ่มโรงเรียนเอกชนที่เข้มแข็งมาก  สามารถทำกิจกรรมร่วมกันอย่างเหนียวแน่น ไม่มีคำว่าคู่แข่งทางธุรกิจการศึกษา แต่ตรงกันข้าม โรงเรียนเอกชนที่ร้อยเอ็ดกลับมีแต่ไมตรีจิต และน้ำใจอันเอื้ออาทรมอบให้ซึ่งกันและกันมาตลอด เป็นสิ่งที่ดิฉันภูมิใจมาก   พวกเรามีเวลาเตรียมตัวกันค่อนข้างจำกัด ท่านนายกสมาคมโรงเรียนเอกชนจังหวัดร้อยเอ็ด ดร.ดุลตระกูล  ดอกบัว ผู้รับใบอนุญาตและผู้อำนวยการโรงเรียเทคโนโลยีพานิชยการพลาญชัยร้อยเอ็ดและเลขาสมาคมคุณครูธนวัฒน์ สมบูรณ์ ผอ.โรงเรียนไพรโรจน์วิชชาลัย    ได้เชิญพวกเราโรงเรียนเอกชนร่วมประชุมเสวนาในการเตรียมงานและแบ่งงานกันทำ มีการคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษายอดเยี่ยม คุณครูดีเด่นตามกลุ่มสาระ และกิจกรรม และในวันงานก็มีการแสดงผลงานคุณครูดีเด่นแต่ละกลุ่มสาระ   และผลงานนักเรียนแต่ละโรงเรียน ขอบอกว่าโรงเรียนเอกชนจังหวัดร้อยเอ็ดเราศักยภาพ ระดับแนวหน้ากันเลยทีเดียว   อยากเล่าถึงประวัติการศึกษาเอกชนสักนิดนะคะ

                           การจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชน    ได้มีบทบาทในการจัดการศึกษาของประเทศมา โดยเริ่มตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยที่เป็นยุคเริ่มต้นของการจัดการศึกษา โดยมีการจัดในลักษณะบ้าน วัด และวัง เป็นศูนย์กลางในการจัดการศึกษา โดยมีพระหรือเจ้านายในพระราชนิกุลเป็นผู้สอน ผู้เรียนจะมาจากตระกูลหรือ ครอบครัวขุนนาง การจัดการศึกษาของเอกชนดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ รัฐเปิดโอกาสโดยกระจายอำนาจให้โรงเรียนเอกชน ดำเนินกิจการจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลายอย่างอิสระโดยไม่มีการควบคุมจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลเจ้าเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. 2411 – 2453)  ได้มีการกำหนดนโยบายจัดการศึกษาเอกชนขึ้นเป็นครั้งแรก ในโครงการศึกษา รศ. 117 (พ.ศ. 2411) คณะมิชชั่นนารีชาวอเมริกันได้จัดตั้งโรงเรียนเชลยศักดิ์ในบำรุง และโรงเรียนเชลยศักดิ์นอกบำรุงขึ้น เพื่อเผยแพร่คริสต์ศาสนา มิได้มุ่งสอนภาษาหรือวิทยาการเท่านั้น ซึ่งรัฐจะควบคุมดูแลเฉพาะโรงเรียนเชลยศักดิ์ในบำรุงเท่านั้น ต่อมารัฐได้เร่งให้มีการจัดตั้งโรงเรียนของรัฐ และสนับสนุนให้มีการจัดตั้งโรงเรียนเอกชนโดยคนไทยในปี พ.ศ. 2442 ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนบำรุงวิชา ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนแห่งแรกที่มีคนไทยเป็นเจ้าของต่อมาในต้นรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โรงเรียนเชลยศักดิ์ได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนบุคคลตามระเบียบการศึกษาสำหรับประเทศสยาม พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการ ให้ตราพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ พ.ศ. 2461 ขึ้นเป็นฉบับแรกเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2461 เพื่อควบคุมให้โรงเรียนเอกชนจัดการเรียนการสอนด้วยภาษาไทย และเน้นความจงรักภักดีต่อประเทศชาติ นอกจากนั้นในปี พ.ศ. 2464 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษาฉบับแรก และต่อมารัฐได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ฉบับที่ 2 ในปี พ.ศ. 2479 โดยปรับปรุงให้มีรายละเอียดชัดเจนขึ้น

                ต่อมารัฐได้ประกาศใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2503 และขยายการศึกษาภาคบังคับเป็น 7 ปี รัฐได้สนับสนุนให้เอกชนร่วมดำเนินการมากขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 ได้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนขึ้น และเรียก “โรงเรียนราษฎร์” ใหม่ว่า “โรงเรียนเอกชน” โดยตราเป็นพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน     พ.ศ. 2525 ขึ้น ซึ่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2525 เป็นกฎหมายหลักในการบริหารและโรงเรียนเอกชนยังมีบทบาทสำคํญต่อการจัดการศึกษาเหมือนเดิม โดยสามารถจัดการศึกษาให้มีความหลากหลายและครอบคลุมกิจกรรมการจัดการศึกษาตามกฏหมายโดยในมาตรา 15 ได้แบ่งโรงเรียนเอกชนออกเป็น 3 ลักษณะ  (กระทรวงศึกษาธิการ. 2546 : 3)คือ

                (1) โรงเรียนเอกชนที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ หรือหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ และจัดเป็นรูปแบบการศึกษาในระบบโรงเรียน มี 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทสามัญศึกษาทั่วไป (ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา) ประเภทการกุศลได้แก่ (โรงเรียนที่สำนักพระราชวังเป็นผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจนตามพระราชประสงค์ โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ และหรือพระราชูปถัมภ์ โรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา โรงเรียนการศึกษาพิเศษ และโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์) และประเภทอาชีวศึกษา ได้แก่ (ปวช. และ ปวส.)

                (2)โรงเรียนที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ หรือหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ และจัดเป็นรูปแบบการศึกษา นอกระบบโรงเรียน มี 7 ประเภท ได้แก่ การศึกษานอกโรงเรียน เฉพาะการ สอนศาสนา ส่งคำสอน กวดวิชา ศิลปศึกษา และอาชีวศึกษา  

                (3)  โรงเรียนที่จัดให้การศึกษาแก่บุคคลที่มีลักษณะพิเศษ หรือผิดปกติทางร่างกาย สติปัญญา หรือจิตใจที่จัดเป็นรูปแบบการศึกษาพิเศษ หรือโรงเรียนที่จัดให้การศึกษาแก่บุคคลผู้ยากไร้หรือผู้ที่เสียเปรียบทางการศึกษาในลักษณะต่าง ๆ ที่จัดเป็นรูปแบบการศึกษาสงเคราะห์

                รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ซึ่งถือว่าเป็นฉบับประชาชน ได้ระบุไว้ในมาตรา 81ว่า “รัฐต้องจัดการศึกษาอบรมและสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม จัดให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการศึกษาแห่งชาติ ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม สร้างเสริมความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สนับสนุนการค้นคว้าวิจัยในศิลปะวิทยาการต่าง ๆ เร่งรัดการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาประเทศ พัฒนาวิชาชีพครู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมของชาติ ผลมาจากนัยมาตรานี้ทำให้ประเทศไทยได้มีการออกพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของชาติโดยตรง ซึ่งนับว่าเป็นเจตนารมณ์และความพยายามอย่างแรงกล้า ที่จะทำการปฏิรูปการศึกษาของไทยครั้งยิ่งใหญ่ในรอบร้อยปี (กระทรวงศึกษาธิการ ,2543) การจัดการศึกษาในประเทศไทยมีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดำเนินการ และประเทศไทยถือเป็นประเทศหนึ่งที่ให้เอกชนเข้ามาร่วมจัดการศึกษาได้ ปัจจุบันการศึกษาเอกชนมีการจัดกันอย่างแพร่หลาย และกว้างขวางโดยจัดเกือบทุกประเภทและทุกระดับการศึกษา ในการจัดการศึกษาของเอกชนนั้น จะต้องอาศัยกฎหมายระเบียบและข้อบังคับของทางราชการเป็นแนวทางในการจัดการศึกษา ทั้งนี้เพื่อให้การจัดการศึกษาของรัฐนั้นอยู่ในกรอบที่รัฐกำหนดไว้โดยมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.)ทำหน้าที่กำกับดูแลโรงเรียนเอกชนทุกระดับทุกประเภท เพื่อให้การศึกษาของเอกชนมีคุณภาพสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ได้ประกาศนโยบายไว้โดยจะดำเนินนโยบายปฏิรูปการศึกษาเอกชน ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดยเน้นการบริหารและการจัดการศึกษาเอกชน ให้มีความเป็นอิสระเป็นนิติบุคคล และมีคุณภาพ สถานศึกษาเอกชนจัดการศึกษาได้ทุกระดับทุกประเภท โดยรัฐต้องให้การสนับสนุนด้านเงินอุดหนุน สิทธิประโยชน์และด้านวิชาการให้สถานศึกษาเอกชนมีมาตรฐาน และสามารถพึ่งตนเองได้ (จรวยพร  ธรณินทร์. 2543 : 3) และผลของการปฏิรูปการศึกษาดังกล่าวทำให้มีการออก พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 ได้ประกาศและมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2551โดยกำหนดให้โรงเรียนในระบบมีฐานะเป็นนิติบุคคล ต้องดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้โรงเรียนเข้าสู่การเป็นนิติบุคคลโดยสมบูรณ์

             จากการที่เอกชนได้ดำเนินการจัดศึกษาเอกชนควบคู่มากับการจัดการศึกษาของรัฐ ทำให้รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาเอกชน จึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2461 และนับแต่นั้นมาก็ได้ถือเอาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นวันที่มีความหมายยิ่งของโรงเรียนเอกชน โดยเรียกวันนี้ว่า "วันการศึกษาเอกชน"

              ดิฉันได้นำความรู้เกี่ยวกับประวัติโรงเรียนเอกชนมาจากงานวิจัยของดิฉันเอง ซึ่งเป็นการศึกษาค้นคว้าวิจัยประกอบการศึกษาระดับปริญญาโท   คณะศึกษาศาสตร์  เอกบริหารการศึกษา  ที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เรื่อง การพัฒนาการบริหารโรงเรียนเอกชนภายใต้พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550ของโรงเรียนเอกชนในเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ดเขต 2 จังหวัดร้อยเอ็ด

       มาดูบรรยากาศวันงานการศึกษาเอกชนของจังหวัดร้อยเอ็ดกันนะคะ

            

    บรรยากาศหน้าอาคารแกรนด์บอลรูม โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้นท์

           

คุณครูกำลังเยี่ยมชมผลงานครู นักเรียน โรงเรียนเอกชนที่หน้าอาคารแกรนด์บอลรูม

      คุณครูเริ่มเข้าในงานเวลา 08.00 น. และประธานในพิธีเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายธานี ปลูกเจริญ มาถึงเวลา 09.00 น.ประธานจัดงานกล่าวรายงานและเชิญประธานในพิธีมอบโล่ห์เกียรติยศ ผู้บริหารและคุณครูดีเด่นในกลุ่มสาระและกิจกรรมต่างๆหลังจากนั้นท่านประธานได้กล่าวเปิดงานและบรรยายพิเศษ

               

       ในปีนี้ดิฉันได้รับเกียรติรับโล่รางวัลผู้บริหาร

สถานศึกษายอดเยี่ยม

     

              ส่วนรายการแสดงในปีนี้ได้นำนักเรียนชมรมนาฏศิลป์ประยุกต์ มาแสดงในชุด  ENGLISH SARAPUNหรือสระภัญญะภาษาอังกฤษ  เป็นการบูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาต่างประเทศกับภูมิปัญญา วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น  ดูหน้าตานักเรียนในชมรมนะคะ 

            

      น่ารักทั้งนั้นนะคะ(รวมคุณครูด้วยค่ะ)         

            

          ใครจะคิดว่าสระภัญญะจะร้องเป็นภาษาอังกฤษได้

                              (ปลาร้ากับหมูแฮม)

                 

  จบสระภัญญะแล้วก็ต่อด้วยจิตลีลาประกอบเพลงสยามเมืองยิ้ม

               

  ขับร้องสดๆค่ะโดย นางสาวอังคณารัตน์ พันระหัส นักเรียนชั้น ม. 5

    งานวันการศึกษาเอกชนของจังหวัดร้อยเอ็ด ก็ปิดฉากลงด้วยความลงตัวทั้งเวลา สถานที่ รูปแบบ และที่สำคัญทุกคนมีความสุขที่ได้จัดงานวันนี้...รวมทั้งดิฉันด้วยค่ะ

       อันคนเรา เป็นอะไรได้ทุกอย่าง

      เป็นคุณครู เป็นเรือจ้าง ก็เป็นได้

        แต่ที่เป็นได้ยาก ลำบากกาย

   คือเป็นคน มีความหมาย กับทุกคน

                                          สวัสดีค่ะ

                                          ครูกระแต