ใช้เวลาให้เป็นประโยค
ครูภูมิปัญญาไทยด้านศิลปกรรม (ดนตรีพื้นบ้าน)
เรื่องและภาพ โดย กิติเดช จันทรศรีวงศ์
ความเป็นมา
ครูภูมิปัญญาไทยเป็นบุคลคลที่สำคัญยิ่งในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญาไทยในท้องถิ่นนั้นๆเพื่อเป็นการอนุรักษ์ วัฒนธรรมไทยไว้โดยคุณรุ่นใหม่ต่อไป

ครูธีระ โกมลศรี ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 2 ด้านศิลปกรรม (ดนตรีพื้นบ้าน) เป็นบุคคลหนึ่งที่มีความรู้ความสามารถเป็นวิทยากรพิเศษ ให้กับโรงเรียนบ้านท่าบ่อซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้เรียนจะสนใจในด้านทักษะการดำรงชีวิตและวิชาชีพเป็นส่วนมาก จึงทำให้โรงเรียนต้องพัฒนาผู้เรียนและส่งเสริมทักษะด้านดนตรีและนาฎศิลป์ แต่ยังขาดบุคลากรด้านนี้ ครูธีระ โกมลศรีเป็นครูภูมิปัญญาไทยที่มีในท้องถิ่นที่มีความสำคัญยิ่งในการสืบทอดและอนุรักษ์วัฒนธรรม โดยการส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้านดนตรี นาฎศิลป์
ประวัติ
นายธีระ โกมลศรี เกิดวันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2483 อำเภอพนา จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันเป็นจังหวัดอำนาจเจริญ) บิดาชื่อนายประยุทธ โกมลศรี มารดาชื่อ นางคำดี ศรศิลป์ ชีวิตในวัยเด็ก ครูธีระ จะเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ขยันขันแข็ง ช่วยเหลือการงานของครอบครัว และมีความสนใจทางด้านดนตรีเป็นอย่างมาก

ประวัติการศึกษา
- ปี พ.ศ. 2489 เริ่มเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนบ้านพนา (อุดมวิทยากร)
- ปี พ.ศ. 2493 เข้าเรียนระดับชั้น ม. 1 – 4 ที่โรงเรียนสิทธิธรรมวิทยาศิลป์ อำเภอพนา
- ปี พ.ศ. 2497 เข้าเรียนระดับชั้น ม. 5 – 6 ที่โรงเรียนศรีทองวิไลวิทยา 1 อำเภอเมืองอุบล
- ปี พ.ศ. 2499 เข้าศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตร (ป.กศ.) ที่โรงเรียนฝึกหัดครูอุบลราชธานีในช่วงนี้เองทำให้ครูธีระ ได้ศึกษาเรื่องดนตรีอย่างจริงจัง โดยเรียนดนตรีกับอาจารย์อุทัย เกตุสิริ ซึ่งเป็นอาจารย์ภาควิชาดนตรีและการแสดง โดยเรียนซออู้ ซอด้วงและออร์แกน ครูธีระเป็นคนที่ศึกษาดนตรีได้ง่ายและรวดเร็ว พัฒนาฝีมือได้อย่างดี จึงเป็นที่ไว้วางใจได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าวงดนตรีไทย ดนตรีอังกะลุง วงแตรวงและวงดนตรีสากล ของนักศึกษาวิทยาลัยครูอุบลราชธานี อาจารย์อุทัยได้นำวงไปแสดงในงานพิธีต่าง ๆ หรืองานบุญของส่วนราชการ จนบางครั้งทำให้เรียนไม่ทันเพื่อนและเหนื่อยมากแต่ด้วยใจรักในทางดนตรีและการเรียน จึงทำให้เรียนจบ ( ป.กศ.สูง)ใน ปี พ.ศ. 2503
- ปี พ.ศ. 2523 – 2525 เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี (ค.บ.) ที่วิทยาลัยครูอุบลราชธานี ในการเรียนครั้งนี้ครูธีระ เป็นทั้งนักศึกษาและเป็นอาจารย์สอนดนตรีโปงลางด้วยและเป็นผู้นำวงโปงลางโดยการสนับสนุนจากท่านอธิการอรุณ มุขสมบัติ ซึ่งท่านต้องการให้ดนตรีโปงลางเป็นที่เชิดน่าชูตาของชาวอีสานอย่างจริงจัง ครูธีระได้นำวงโปงลางไปแสดงตามงานต่าง ๆ โดยร่วมแสดงกับคณะหมอลำโดยการนำของอาจารย์พิชัย ศรีภูไฟ จนทำให้โปงลางเป็นที่ชื่นชอบของคนอุบลและแขกต่างบ้านต่างเมืองที่มาเยือน
ประวัติการทำงาน
- ปี พ.ศ. 2503 เริ่มรับราชการในตำแหน่งครูตรี โรงเรียนบ้านท่าวารี อำเภอเขื่องใน และทำหน้าที่หัวหน้าวงแตรวงของข้าราชการครูอำเภอเขื่องใน จนถึง ปี พ.ศ. 2519
- ปี พ.ศ. 2504 ตำแหน่งครูตรี โรงเรียนบ้านท่าไห อำเภอเขื่องใน
- ปี พ.ศ. 2505 ตำแหน่งครูตรี โรงเรียนบ้านดงยาง อำเภอเขื่องใน
- ปี พ.ศ. 2509 ตำแหน่งครูใหญ่ตรี โรงเรียนบ้านโนนโพธิ์ อำเภอเขื่องใน
- ปี พ.ศ. 2513 ตำแหน่งครูโท โรงเรียนบ้านกอก อำเภอเขื่องใน และเป็นผู้ตั้งวงอังกะลุงสอนครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านกอก
- ปี พ.ศ. 2519 ตำแหน่งอาจารย์ 1 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคาร อำเภอเมืองอุบลราชธานี และตั้งวงเครื่องสายไทยในโรงเรียน เป็นหัวหน้าวงโปงลางของสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมืองอุบลราชธานี และได้ร่วมกับชาวบ้านวัดท่าวังหินตั้งวงโปงลาง ชื่ออุบลสามัคคี
- ปี พ.ศ. 2522 ตำแหน่งอาจารย์ 1
โรงเรียนอุบลวิทยาคม อำเภอเมืองอุบลราชธานี
และตั้งวงเครื่องสายไทย วงโปงลางในโรงเรียน
วงดุริยางค์ (2522 – 2539)

- ปี พ.ศ. 2526 – 2527 สอนโปงลางกลุ่มแม่บ้านและเยาวชน บ้านโพนทอง อำเภอเขื่องใน
- ปี พ.ศ. 2526 – 2529 สอนดนตรีเครื่องสายไทย โรงเรียนปทุมพิทยาคม อำเภอเมืองอุบลราชธานี
- ปี พ.ศ. 2528 – 2529 สอนโปงลางโรงเรียนเทศบาลบูรพา อำเภอเมืองอุบลราชธานี
- ปี พ.ศ. 2536 สอนโปงลางโรงเรียนกันทรลักษ์ จังหวัดศรสะเกษ
- ปี พ.ศ. 2536 ถึงปัจจุบัน สอนโปงลาง ดนตรีไทย โรงเรียนบ้านกอก อำเภอเขื่องใน
- ปี พ.ศ. 2537 สอนโปงลางโรงเรียนบ้านธาตุ อำเภอวารินชำราบ
- ปี พ.ศ. 2537 สอนโปงลางโรงเรียนบ้านกุศกร อำเภอตระการพืชผล
- ปี พ.ศ. 2541 ลาออกจากราชการ สอนโปงลางโรงเรียนลือคำหาญอำเภอวารินชำราบ
- ปี พ.ศ. 2541 - 2543 สอนโปงลางโรงเรียนบ้านแก้งซาว อำเภอเขื่องใน
- ปี .ศ. 2541 - ปัจจุบัน สอนโปงลาง ดนตรีไทย โรงเรียนอนุบาลบ้านเด็ก วารินชำราบ
แนวคิดของครูภูมิปัญญาไทย
พื้นฐานการใช้เครื่องดนตรีเป็นเรื่องสำคัญของการเล่นดนตรี เพราะทำให้เล่นได้ถูกต้อง ลักษณะท่าทางดูดีและสง่างาม ดนตรีจะกลมเกลาจิตใจให้เยือกเย็น สงบและเป็นคนดีได้ ดนตรีพื้นบ้านอีสานอยู่ในสายเลือดของคนอีสาน เมื่อใดที่เราได้ยินได้ฟังเสียงดนตรีพื้นบ้านก็จะทำให้เรานึกถึงถิ่นกำเนิดเสมอ
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
บ้านเลขที่ 13 ซอยสุขาอุปถัมภ์ 13 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
โทรศัพท์ 045 – 311316 มือถือ 081- 9773475
วัสดุอุปกรณ์
1. โปงลางไม้มะหาด ขนาด 15 ลูก เสียง เอ พร้อมขาตั้ง
2. แคนแปดเสียง เอ ลิ้นเงิน
3. โหวดเสียงเอ
4. ซุงหรือพิณโปร่ง
5. พิณไฟฟ้า
6. พิณเบส
7. กลองพื้นบ้าน กลองตุ้ม
8. ฉิ่ง
9. ฉาบกรอ
10.ฉาบใหญ่
11.กรับอีสาน(งับแง๊บ) ชนิดยาว
12.กรับอีสาน(งับแง๊บ) ชนิดสั้น
13.เกราะลอ
ผลที่เกิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำภูมิปัญญาไทยเข้าสู่สถานศึกษา
ได้มีการประเมินผลการเรียนการสอนโดยการเปิดวงโชว์ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 ผลการแสดง เป็นที่น่าพอใจ นักเรียนสามารถเล่นดนตรีได้ตามวัตถุประสงค์ ในระยะเวลาที่สั้น ซึ่งแสดงว่าการนำครูภูมิปัญญาไทยสู่สถานศึกษา เกิดผลดี ทั้งกับตัวผู้เรียน ครู สถานศึกษาและชุมชน นอกจากนั้นยังได้นำวงโปงลางไปแสดง ดังนี้
วันที่ 29 ธันวาคม 2551 แสดงในงานกาชาดและงานปีใหม่ ประจำปี 2552 ของจังหวัดอุบลราชธานี ที่เวทีกลางแจ้งหน้าศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี
วันที่ 1 มกราคม 2552 แสดงในงานทำบุญวันขึ้นปีใหม่ประจำปี 2552 ของหมู่บ้านที่วัดบ้านท่าบ่อ
วันที่ 9 มกราคม 2552 แสดงในงานวันเด็ก ที่จัดขึ้นโดย อบต.แจระแม
วันที่ 14 มกราคม 2552 แสดงในงานแข่งกีฬาสานสัมพันธ์ และงานปีใหม่ ที่จัดขึ้นโดย อบต.แจระแม
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2552 แสดงงาน
วันทอดผ้าป่าสามัคคีหาทุนซื้อเครื่องดนตรี
วงโปงลาง ที่โรงเรียนบ้านท่าบ่อ
สรุปผลการดำเนินการ
จากการสอบถาม/สัมภาษณ์ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถสรุปผลได้ดังนี้
1. ผลที่เกิดกับผู้เรียน นักเรียนมีความสุขที่ได้เรียน ทำให้เกิดสมาธิ สามารถจดจำโน้ตลายเพลงต่าง ๆ ได้และเล่นเครื่องดนตรีที่เลือกได้ และ ทำให้เรียนวิชาอื่น ๆ ได้ดีขึ้น ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ลงได้ เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง
2. ผลที่เกิดกับครูผู้สอน นำความรู้จากครูภูมิปัญญาไทยมาสอนต่อได้ เพราะได้เรียนรู้พร้อมกับนักเรียนและนำความรู้ที่ได้มาปรับปรุงเอามาใช้กับผู้เรียนได้ ครูได้จัดทำหลักสูตรและเอกสาร ประกอบการจัดการเรียน การสอน สามารถนำมาทำเป็นผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนระดับได้
3. ผลที่เกิดกับผู้บริหารสถานศึกษา ได้ผลงานจากนักเรียนและครู ได้ความภาคภูมิใจและชื่อเสียง
4. ผลที่เกิดกับสถานศึกษา ได้หลักสูตรและเอกสารประกอบการจัดการเรียนสอนสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น และได้ชื่อเสียง
5. ผลที่เกิดกับชุมชน / ท้องถิ่นได้รับความภาคภูมิใจ มีชื่อเสียง และได้เยาวชนที่มีคุณภาพ เกิดสัมพันธภาพที่ดี และ ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและชุมชน