การจัดการความรู้ มิใช่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักนำมาปรับใช้ในการทำงาน รู้ How to

           ตอนบ่ายได้แบ่งเป็นห้องย่อย 4  ห้อง  ผู้เขียนเข้าไปฟังห้องที่ 1  อสม.กับการฝากครรภ์ในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว 

           ผู้เล่าจะเป็นทั้ง  อสม., อบต. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั้งระดับ สอ. และศูนย์เขต  มี พญ.กรรณิการ์  บางสายน้อย เป็น Fa

 

               

        

           เรื่องเล่าจาก  อสม. ทำให้เห็นถึงการทำงานแบบจิตอาสาจริง ๆ ป้าติ๋ม   อสม.จากลำปาง  บอกว่า  เป็น อสม.มา 5-6 ปี   ได้รับเลือกให้เป็นประธาน อสม. เพราะทุ่มเททำงานเต็มที่ ให้ใจเขา ปัญหาในขณะนี้ได้แก่ การท้องของวัยรุ่น ต้องเข้าไปค้นหา  ไปคุยทุกบ้าน นอกจากจะดูแลเรื่องสุขภาพแล้ว  ยังช่วยให้ชุมชนมีรายได้ โดยเป็นวิทยากรสอนทำดอกไม้  และรับจัดอาหารว่างในการประชุม รายได้จะแบ่งกันในชุมชน

  

          ป้าแก้ว  จากตำบลป่าแดด  เล่าว่า ตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง  ได้เห็นภาพสมเด็จย่าที่ให้การดูแลช่วยเหลือประชาชนที่เจ็บป่วย  คิดว่าหากหายจะทำงานให้ชุมชน  หมอบอกว่า คนอื่นที่ไม่เป็นมะเร็งอาจจะตายก่อนป้าแก้วก็ได้  เช่น  เกิดอุบัติเหตุ  ปัจจุบันป้าแก้วได้รับรางวัลจากการเป็น อสม. มากมาย  พื้นที่ที่รับผิดชอบของป้าแก้ว ส่วนใหญ่เป็นบ้านจัดสรร  การเข้าไปคุยค่อนข้างยาก  ป้าแก้วเลยใช้วิธีส่งข่าวโดยการใช้รถกระจายเสียง  ป้าแก้วเป็นคนใฝ่รู้  เป็นคนขอไปอบรมสายใยรักแห่งครอบครัว  ในกลุ่ม อสม.ของป้าแก้วจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันทุกสัปดาห์   

  

              คนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการทำงานในชุมชน  ได้แก่นายก อบต. ท่านนายกฯ  รุ่งปรีชา บอกว่า เคยเป็น อสม.และผู้ใหญ่บ้านมาก่อน  ผู้บริหารที่เล่นในเรื่องของการสร้างถนน  ไฟฟ้า ถือว่าเป็นผู้บริหารที่ล้าสมัย  ผู้บริหารยุคปัจจุบันต้องเล่นในเรื่องของสุขภาพ  เรื่องของการศึกษา  ขณะนี้ท่านได้ลงทุนในเรื่องของการออกกำลังกาย และจัดสรรงบประมาณให้กับโครงการสายใยรักอย่างเต็มที่

  

              ท่านนายกฯ  สุชาติ บอกว่า เรื่องของการพัฒนาศักยภาพเป็นเรื่องสำคัญ  ท่านจะให้บุคลากรไปดูงานทุกปี  จะมีการเชิญเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาเป็นวิทยาการให้ความรู้  ในเรื่องของการออกกำลังกาย จะจัดให้เป็นรอบ ๆ  ตามความสะดวกของข้าราชการและชาวบ้าน  ท่านบอกว่าได้จัดรถรับ-ส่ง นักเรียน  พร้อมทั้งมีค่าอาหารให้ด้วย 

 

              ในส่วนของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข  บางคนไม่ธรรมดา เป็นภรรยาของนายก อบต.  เลยทำให้งานไปฉลุย (ประมาณว่าภรรยาสั่งมาค่ะ อิ…อิ)  แต่ที่โดนใจผู้เขียนมากที่สุด คือ คำพูดของคุณนภัชชล จากศูนย์เขต 7  อุบลราชธานีค่ะ  เธอพูดถึง Symbol โดยบอกว่าทำอย่างไรที่หากพูดถึงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่   พัฒนาการเด็ก ทุกคนจะต้องคิดถึงศูนย์อนามัย เป็นสัญญลักษณ์ของกรมอนามัยไปเลย  

 

  

           สิ่งนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในใจของผู้เขียนมาตลอดยุทธศาสตร์อื่น ๆ ของกรมอนามัยก็คงจะเป็นเช่นเดียวกัน  ต้องฝากให้ชาวกรมอนาม้ยนำไปขบคิดค่ะ

  

                                   

                  

 

 

 

          ช่วงเช้าของวันที่   3  กุมภาพันธ์  เริ่มตั้งแต่  08.30 น. หลายคนไม่รู้  เลยมากัน  09.00  น.  ทำให้วิทยากรต้องรอผู้ฟัง  เสียดายเวลาค่ะ วิทยากรได้แก่  พระมหาไพศาล  ฐานวุฑโฒ  จากวัดท่าใหม่อิ  ต.ป่าแดด  อ.เมือง  จ.เชียงใหม่  ท่านเทศน์ได้ดีมาก  ทำให้รู้ว่ายุคสมัยเปลี่ยนไป  พระก็ต้องปรับวิธีการเทศน์เหมือนกัน

 

                    

 

           ท่านบอกว่า  คนเราหากเติม  3  สิ่งนี้ให้กับชีวิตได้จะมีความสุข  

        1.  คุณภาพ   เป็นการเติมอาหารจากการที่เรากินเข้าไป  ต้องรักษาสุขภาพของตัวเอง

        2. คุณวุฒิ   ต้องมีองค์ความรู้ ซึ่งจะทำให้คนอยู่อย่างองอาจ  เปรียบเสมือนช้างที่มีงา  ต้องเสริมความรู้  เสริมปัญญา ทั้งทางโลก และทางธรรม ในทางธรรมจะช่วยในการขัดเกลาชีวิตให้รู้จักให้อภัย มีเมตตา  ท่านบอกว่าหากมีแต่ความรู้ด้านเดียวในทางโลก  จะทำให้เกิด ego  ไม่ยอมใคร

        3. คุณธรรม  ต้องเติมเข้าสู่ร่างกาย  ทำแล้วทำให้เกิดความสุข

 

 

        

 

 

 

         ช่วงต่อมาอาจารย์หมอสมศักดิ์   ชุณหรัศมิ์   ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการความรู้  กรมอนามัย  ได้มาคุยให้ฟัง 

 

                        

 

             อาจารย์บอกว่าได้ฟังสรุปความรู้ในกลุ่มย่อยที่มีอยู่  4  กลุ่ม ตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจัยแห่งความสำเร็จ มาจาก

          ความรู้   ซึ่งมีทั้งทางทฤษฎีและจากวิธีการทำงาน

          การฟัง   โดยจับความรู้  เอา tacit knowledge ออกมา เพื่อปรับใช้กับการทำงาน

          การสกัดความรู้

          การบันทึก  ซึ่งส่วนใหญ่จะสรุป เป็น ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ความจริงควรจะฟังและดึงความรู้ที่เป็น  How to  ออกมา  

          อาจารย์หมอสมศักดิ์ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า  ในการสรุป ปัจจัยแห่งความสำเร็จ  มักจะบอกว่า สำเร็จเพราะเจ้านายให้การสนับสนุน มักจะไม่บอกว่า  มีความรู้อะไรจากการเรียนรู้  ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ

 

 

            สรุปว่า  ต้องรู้ในเรื่องของ  How  to  ค่ะ

 

          ประเด็นที่สำคัญอีกเรื่อง ได้แก่  การจัดการความรู้ มีการตั้งคำถามว่า มีแต่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใช่หรือไม่  คำตอบ คือ  ไม่ใช่  การจัดการความรู้ ทำเพื่อให้ได้ความรู้  ให้ทำงานได้ดีขึ้น  ยกตัวอย่าง เช่น การวิจัย ทำให้ได้ผลการวิจัยออกมา  แต่การจัดการความรู้ ทำให้รู้ว่าความรู้อะไรที่จะมาใช้ประกอบในการทำงาน

           ความรู้  จะได้จาก

          1.  ความรู้แฝง  ได้จากการทำงาน ไม่มีในหนังสือ หากมีก็ไม่ชัดเจนอาจจะคนละแบบกับในตำรา

          2.  ตำรา  สามารถคว้ามาได้เลย  แต่บางอย่างก็อาจต้องปรับใช้ในการทำงานจริง

          3.  R2R  เป็นการสร้างความรู้อย่างเป็นระบบจากการทำงาน ซึ่งอยู่ในชีวิตประจำวันตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับบริบทและเนื้องาน 

บางคนมีความรู้จากตำรา  แต่ไม่มีความรู้แฝงวิธีเอาไปใช้  ต้องใช้  R2R ช่วย

 

            อาจารย์บอกว่า การทำ KM ต้องทำให้ครบวงจร อย่างต่อเนื่อง  โดยเข้าใจคุณค่า  ของการทำงาน  มีใจ  อยากทำงาน  ทุ่มเท และต้องมีใจรักความรู้ หมั่นหาความรู้ค่ะ 

 

 

                         

     

                                             สวัสดีค่ะ