งานอดิเรกอย่างหนึ่งของผมคือการชอบรื้อตู้หนังสือ เอาหนังสือที่อ่านแล้วออกมาอ่านใหม่ พรรคพวกหลายคนบอกว่า ผมถ้าจะบ้า อ่านแล้วก็อ่านอีก แต่คุณเชื่อใหม หนังสือเล่มเดียวกัน เมื่อนำมาอ่านที่ต่างกรรมต่างวาระ อรรถรสจะเปลี่ยนไป
เมื่อวานผมหยิบหนังสือที่เขียนโดย ดร.นวลศิริ เปาโรหิตย์ ปรมาจารย์ด้านจิตวิทยา ชื่อหนังสือ จากผู้แพ้ เป็นผู้ชนะ ซึ่งเป็นหนังสือดีมาก ๆ เล่มหนึ่ง ในความหมายของผู้เขียน ท่านบอกว่า ในโลกนี้มีคนเพียงสองคน คือ ผู้แพ้ และผู้ชนะ เราเลือกเอาเองว่าจะเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะ ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไป เช่นในสถานการณ์ตามห้วข้อบันทึกนี้
เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องนำผู้อื่น
ผู้แพ้ มองเฉพาะจุดอ่อนของผู้คน
ทุกคนล้วนมีข้อเสียไปทั้งสิ้น
เขาจึงมักลงมือทำทุกอย่างเสียเอง
เพราะใช้ใครก็ไม่ถูกใจไปทั้งนั้น
ผู้ชนะ จะแสวงหาส่วนที่ดี
ของผู้ร่วมงานทุกคน
และผสมผสานสิ่งเหล่านี้
ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด
สถานการณ์นี้ คุณเลือกเอาเองว่า จะเป็นผู้แพ้ หรือ ผู้ชนะ
ขอบพระคุณ ผอ.สมนึก ผมจะนำไปประยุกต์ใช้
สวัสดีครับน้องนันทยา
ผมคิดว่าไม่เฉพาะผู้บริหารเท่านั้น ใครก็ตามที่มีพฤติกรรมการบริหารตามที่คุณว่า เป็นผู้แพ้ ทุกคน ผมเข้าใจนะว่า คำว่าผู้บริหารในความหมายของน้องหมายถึงใคร ผมพูดในทุกเวทีที่ผมได้มีโอกาส ว่า บุคลากรที่มีความสำคัญในระดับต้น ๆ ของ กศน. คือผู้บริหารศูนย์ฯอำเภอ
เพราะอำเภอคือจุดให้การบริการกับกลุ่มเป้าหมาย อำเภอเปรียบเสมือนคอขวดที่งานทุกงานต้องผ่านจุดนี้ไปสู่ประชาชน ดังนั้น ต้องเอาคนดีมีฝีมือเข้ามาบริหาร ไม่ใช่ใครก็ได้ที่ไม่รู้ว่าจะอยู่ที่ใหนของ กศน. ขอบคุณครับ อดทนเข้าไว้ ใครไม่ทำความดีแต่เราทำ จำไว้ความดีเปรียบเสมือนดอกไม้ที่ทรงกลิ่นหอม ไม่มีวันเหี่ยวเฉา
สวัสดีครับอาจารย์คอย
ไม่ทราบว่าผมอ่านชื่ออาจารย์ถูกหรือเปล่า ภาษาต่างประเทศผมไม่ค่อยสันทัด ถนัดแต่ภาษาลาว ขอบพระคุณครับที่ติดตามและเข้ามาเยี่ยมเยียน ผมจะพยายามเสนอ ผู้แพ้ ผู้ชนะ บ่อย ๆ คอยติดตามนะครับ
อย่างบล็อกนี้ก็เหมือนกัน....อ่านแล้วก็ กลับมาอ่านอีก..
ขอบพระคุณมากครับคุณเชาวฤทธิ์ ผมคิดว่าคนที่เขียน Blog ทุกคนมีความตั้งใจที่จะเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับพวกเราทุกคนอยู่แล้วครับ