ผลกระทบที่มีต่อธรรมชาติหลังการถูกไฟไหม้ป่า

           หลังจากที่เรานั่งพักจนหายเหนื่อยแล้วก็เริ่มเดินทางกันไปเรื่อยๆ เส้นทางยากลำบากมากค่ะ  เพราะต้องข้ามน้ำ   ข้ามโคลน  และด้านข้างคือเหวที่แสนน่ากลัวมาก  ในบางครั้งก็สนุกดีแต่บางครั้งก็เหนื่อยมากจนท้อเลยทีเดียวค่ะ

  กระโดดข้ามแม่น้ำ

            มีสิ่งหนึ่งที่ฉันพบและต้องประหลาดใจมากคือ  ก้อนหินที่กำลังจะกลายเป็นดินค่ะ  มีลักษณะคล้ายดินและหินที่รวมตัวกันเป็นก้อนสูงชัน  ดูแล้วก็คล้ายกับจอมปลวกค่ะ   ลุงสวัสดิ์บอกว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะวัน  เวลาทำให้ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป  จากหินที่แข็งแรงก็กลายเป็นดินที่ซุยได้  มีเพื่อนคนนึงในกลุ่มใช้นิ้วดันดู  แล้วหินก้อนนี้ก็แตกออกจากก้อนใหญ่  พอบีบดูแล้วก็คล้ายๆดินค่ะ

  หินที่กำลังจะกลายเป็นดิน

แต่สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นนั้นก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อธรรมชาติ  สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติได้มากที่สุดก็คือ การเกิดไฟไหม้ป่า ซึ่งไฟไหม้ป่าหนึ่งครั้งจะทำให้หน้าดินที่กำลังอุดมสมบูรณ์นั้นเสียหายไปมากถึง 7 ซม. เลยทีเดียว  ใน 1 ปี หน้าดินจะฟื้นฟูได้เองประมาณ 1 ซม.เท่านั้น การเกิดไฟไหม้ป่า ยังทำให้สัตว์ป่าต่างๆต้องหาที่อยู่ใหม่และอาหารต่างๆก็หาได้ยากด้วยค่ะ

หน้าดินที่มีความอุดมสมบรูณ์

           พวกเราได้เดินไปถึงส่วนผักปลอดสารพิษและเจอหญิงวัยกลางคนกับลูกชายกำลังทำแปลงผักที่กว้างขวางอย่างขยันขันแข็งเราก็ได้เข้าไปถามว่า “ทำไมถึงทำคนเดียวล่ะค่ะ” หญิงวัยกลางคนก็ตอบว่า “คนอื่นๆไปพักทานข้าวกันหมดแล้ว” และหญิงวัยกลางคนก็ก้มหน้าทำงานต่อ

หญิงวัยกลางคนทำสวนผัก

พวกเราจึงไม่ได้ถามอะไรต่อไปอีก แล้วจึงเดินต่อไปเรื่อยๆ ลุงสวัสดิ์ได้เล่าเรื่องเรื่องหนึ่งที่ทำให้ฉันประทับใจมากๆคือ ลุงบอกว่า “การที่ชาวบ้านจะปลูกป่าที่อุดมสมบูรณ์ได้นั้น เราจะต้องปลูกป่าในใจคนให้ได้เสียก่อน” นั่นก็คือ การบอกให้ชาวบ้านนั้นรู้ถึงบุญคุณของป่าไม้และธรรมชาติ ในเมื่อเราทำลายป่าไม้เราก็ต้องทดแทนหรือชดใช้สิ่งที่เราได้ทำลงไปให้มากกว่าเดิม และใช้ธรรมชาติอย่างพอเพียงและมีประโยชน์ให้มากที่สุด

 

 

ขอบคุณค่ะ
นางสาวทรายศิรินทร์ ภู่กันมาศกุล
รหัส 5214101322