-1- O อึกทึกความเป็นมีในที่นั้น ผูกเป็นพันธะให้คนได้เห็น เผยบทบาทโหมเร้าอยู่เช้าเย็น สร้างเรื่องราวโลดเต้นไม่เว้นวัน O ดิ้นรนขวนขวาย..เช้า-สาย-เที่ยง เพื่อบ่ายเบี่ยงถูกผิดให้บิดผัน โซ่ตรวนรอนักโทษ..กลับโจษจัน- เป็นแอกทัณฑ์กดขี่คอยบีฑา -2- O โอ-นั่น-ภาพพจน์..การมดเท็จ ค่อยสร้างกรวดเป็นเพชร..สำเร็จค่า ชั่วเพียงการจับจ้องด้วยสองตา- กลับเห็นภาพเบื้องหน้า..นั้น-พร่ามัว O แม้ดวงวันปลงเปลื้องรุ่งเรื้อง-ผ่าน กลับเหมือนม่านห่าฝนอันหม่นหลัว ลงปกคลุมแสงวันให้ผันตัว เก็บโอภาส-เกลือกกลั้วด้วยราตรี O มืดคลุ้ม-คลุมหาวแต่คราวนั้น สิ้นดาวจันทร์จำรูญ-ในพู้นที่ แต่ละครั้งลมโกรก..เข้าโยกตี ก็ทุกทีไม้แกว่งด้วยแรงลม O สายฟ้าเฟื้อยวาบเคล้า..เมฆเทาทึม ลมก็ฮึมฮึมโหม-แรงโถมถ่ม ลู่กิ่งก้านคู้ค้อมลงจ่อมจม กับเรี่ยวแรงพัดพรมของลมเลี้ยว O หลากไม้ยืนต้นอยู่ไม่รู้ค้อม ลงนอบน้อมรับข่ม-จากลมเกรี้ยว แผ่กิ่งก้านปัดป่ายอยู่ดายเดียว ในค่ำเปลี่ยวเปล่าหมองครึ้มครองแดน -3- O แว่ว-นั่น-ล้วนภาพพจน์..แห่งบทบาท- ของข้าทาสหมู่เหล่า..ผู้เฝ้าแหน นกขมิ้นร้องร่ำ..ยูงรำแพน- เหยียดขน-แอ่นอกร้องเสียงก้องไกล O โอ-งามเคยงดงามอยู่ท่ามกลาง- ขนปีก, หาง-แดดจับ..ก็ขับไข- ลายขาบเขียวแผ่วงกลางพงไพร บัดนี้เหลืองามใด..รอให้มอง O โอ-งามเคยงดงามมาทรามสิ้น จากเพชรนิลน้ำระยับให้จับจ้อง เหลือเพียงเม็ดกรวดทราย..ให้ปรายมอง รอ-หมู่ผองตีนต่ำ..เขาย่ำเย้ย O แว่วนั้น-ล้วนโป้ปด-ความมดเท็จ ยังไม่เสร็จแต่งสร้างรีบวางเผย โอหนอ-สุจริตหวังชิดเชย กลับล่วงเลยคุณค่า ต่อตานี้ O สิ้นดวงวันปรุงเปลื้องแสงเรื้องรุ้ง พร้อมขอบคุ้งโค้งฟ้าเสื่อมราศี คือใจคนแฝงเร้นความเป็น..มี เพื่อเขียนรอยวาดสีแต้มลีลา O สิ้นแล้ว-เกณฑ์กรอบความชอบธรรม จะหนุนค้ำเรื่องราวข้อกล่าวหา ฝุ่นฝนมัวคลุ้มครึ้ม-เมฆทึมทา จำต้องลาลับช่วงแสงดวงวัน O แสงฟ้ายังมองเห็นอยู่เช่นเดิม หากเหมือนเพิ่มแรงช่วงบนสรวงนั่น เมฆทึมเทาทอดทับห้วงกัปกัลป์- ก็เริ่มอันตรธานสิ้นจากดินแดน -4- O อึกทึกความเป็นมีในที่นั้น ผูกเป็นพันธะลวงให้หวงแหน ปลุกเร้าจิตทุรชาติผู้ขาดแคลน ให้รำแพนแฉกหางเอาอย่างยูง O อึกทึกความเป็นมีในที่นั้น ล้วนคำมั่นสัญญาของจ่าฝูง และเชือกยาวสำหรับ..ไว้จับจูง- ผูกล่ามทั้งต่ำสูง..รวมฝูงเดิน O อึกทึกความเป็นมีในที่นั้น ล้วนเพื่อปลุกปลอบขวัญ..ร่วมสรรเสริญ เห็นหัวค้อมร่างคู้-ก็ดูเพลิน ไว้-หยอกเอินทุจริตในจิตชาย -5- O เพื่อบ่ายเบี่ยงถูกผิดให้บิดผัน จึงจิตนั้นดิ้นรน..คอยขวนขวาย เอาใจผู้แฝงเร้น..นั่งเป็นนาย แสงสรวงที่ช่วงฉาย – ฤๅ..หมาย-รู้ ?