ไม่ทุจริตและไม่ประมาทพอจะเอาชีวิต(ราชการ)รอดไปได้ในยุคนี้

๗  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓

เรียน  เพื่อนครูและผู้บริหารที่รักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๑  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓ เช้าเข้าสำนักงานแวะคุยกับครูที่สโมสร กลุ่มหนึ่งมาแก้ไขการจัดซื้อจัดจ้าง sp2 อีกกลุ่มมาประชุมฟังการชี้แจงการกรอกรายงาน sp2 ทั้ง ๒ กลุ่มต่างบ่นว่างาน sp2 ทำให้เครียดมาก บอกไปว่าเขตก็เครียด สพฐ. ก็เครียด เพราะงบประมาณมากการแข่งขันทางธุรกิจค่อนข้างรุนแรง  ไม่ทุจริตและไม่ประมาทพอจะเอาชีวิต(ราชการ)รอดไปได้ในยุคนี้  ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรังสิตมาพบ เพราะเพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ เนื่องจากมีเวลาคุยกันน้อย จึงขอนั่งรถไปนนทบุรีด้วย ให้รถโรงเรียนขับตามไปรับกลับ ถือเป็นนวัตกรรมการบริหารอีกแบบหนึ่ง ต่อไปจะนำไปใช้บ้าง ได้นั่งคุยกันไปในช่วงที่เดินทาง  แม้ท่านจะย้ายมาใหม่ แต่ด้วยประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ และความตั้งใจ คาดว่าจะนำพาโรงเรียนไปสู่มาตรฐานสากลได้ไม่ยาก ได้ฟังแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนและการบริหารงานโรงเรียน เชื่อว่าอีกไม่นาน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรังสิตจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด   ถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต ๑ บริเวณศูนย์ราชการ ถนนรัตนาธิเบศร์ วันนี้เต็มไปด้วยรถที่จอดกันจนแทบขยับไม่ได้ หากขับรถมาเองจะเป็นเรื่องลำบากพอสมควรในการหาที่จอดรถ  ขึ้นไปห้องประชุมชั้น ๒ ตึกสร้างใหม่ เพื่อร่วมประชุมคณะกรรมการรับรองผลการประเมินนักเรียนและโรงเรียนเพื่อรับรางวัลพระราชทาน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๒  ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญ จาก สพฐ. คุณวัฒนาพร ระงับทุกข์ เป็นประธานการประชุม ขอบเขตการคัดเลือกของกรรมการคณะนี้ครอบคลุมจังหวัดนนทบุรี  นครปฐม  สมุทรสาคร  สมุทรปราการ และปทุมธานี  การประเมินได้แบ่งกรรมการเป็นหลายชุดตามขนาดโรงเรียน  เมื่อกรรมการจัดลำดับคะแนนแล้วจึงนำมาให้ที่ประชุมใหญ่รับรองผล เพื่อนำเสนอกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาและประกาศผลอย่างเป็นทางการต่อไป  เที่ยงเขาเลี้ยงข้าวแต่ไม่อยู่กิน กลับมาแวะกินเกาเหลาเป็ดพะโล้ย่านถนนราชพฤกษ์ กลับสำนักงานแวะห้องประชุมชั้น ๓ เยี่ยมครูที่มาอบรมการรายงานข้อมูล sp2 ต่างฝึกลงข้อมูลจากโปรแกรมใน Notebook ต่างกับเมื่อ ๒ – ๓ ปีที่แล้วต้องแบกคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะพะรุงพะรังดูแล้ววุ่นวาย  บ่ายนั่งทำงานแฟ้มเอกสารจนเย็น ลงไปสโมสรฟังเพลงจากนักร้องประจำวง ก่อนกลับบ้านพักผ่อน

วันอังคารที่  ๒  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓ ถึงสำนักงานเช้ากว่าปกติเพราะวันนี้โรงเรียนมารับข้อสอบ O-NET  ชั้น ป.๖    เจ้าหน้าที่ในสำนักงานได้รับมอบหมายให้ออกตรวจเยี่ยมสนามสอบทุกโรงเรียน พร้อมนำค่าตอบแทนการปฏิบัติงานไปมอบให้ครูที่โรงเรียนด้วย สาย ๆ สำนักงานจึงเงียบเหงา แวะเยี่ยมกลุ่มอำนวยการ กำลังคิดหาหนทางช่วยเจ้าหน้าที่ให้ทำงานสะดวก ผู้มาติดต่อราชการได้รับบริการที่ดีและรวดเร็วขึ้น คงต้องทดลองรูปแบบที่คิดได้ไปเรื่อย ๆ บางวิธีก็เป็นของเก่าที่เคยทำแต่เลิกไป นำมาลองใช้ใหม่  การทำงานกับคนต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างที่จะจูงใจให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ประเทศที่เจริญทั้งหลายจึงค้นคิดสิ่งประดิษฐ์มาใช้แทนคน เช่น สถานีบริการน้ำมันแบบเติมด้วยตนเอง  การเบิกถอนเงิน หรือบางหน่วยงานจ้างหน่วยบริการไปเลย เช่น ไฟฟ้าหรือประปา ให้บริษัทเซเว่นอิลิฟเว่น เก็บเงินให้  หรือการรับสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย  ทั้งนี้แม้จะเสียค่าบริการบ้างแต่ก็ประหยัดทางด้านบริหาร บางรายการผลักภาระให้ลูกค้าจ่ายเองได้ด้วย  แนวโน้มหน่วยงานภาครัฐในอนาคต อาจหันมาใช้บริการมืออาชีพเหล่านี้มากขึ้น เพราะประหยัดกว่าจ้างคนเอง ผู้รับบริการสะดวกสบายในการใช้บริการ ไม่ต้องรอไม่ต้องรองรับอารมณ์จากเจ้าหน้าที่ผู้ไม่มีจิตบริการ    นั่งทำงานแฟ้มเอกสารจนเกือบ ๑๑ นาฬิกา จึงเดินทางไปเยี่ยมสนามสอบ O-NET เริ่มจากโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี สอบถามผู้อำนวยการโรงเรียน ผอ.สิงโต แก้วกัลยา และกรรมการคุมสอบเขาบอกว่าเรียบร้อยดี  นักข่าวจาก MSS เคเบิ้ลทีวีตามมาทำข่าวการสอบครั้งนี้ด้วย ออกจากโรงเรียนมาแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารเชิงสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก  เป็นอาหารตามสั่ง รสชาติปานกลาง อิ่มแล้วเดินทางเข้าถนนปทุมธานี-รังสิต เลี้ยวซ้ายเมื่อถึงถนนวิภาวดี-รังสิต ตรงไปประมาณ ๓ กม. เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปอีกประมาณ ๓ กม. ก็ถึงโรงเรียนบุญค้มราษฎร์บำรุง ท่าน ผอ.ยุทธศักดิ์  รวินิจ และท่านรองฯวิภาดา  แสงสุวรรณ มาต้อนรับ พาไปชมห้องควบคุมระบบไฮเทคของโรงเรียน  สามารถส่งภาพและเสียงจากห้องนี้ไปยังห้องเรียนทุกห้องได้  ครูมีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์และโสตทัศนศึกษา คือครูจำนงค์ มูลผล จนสามารถสร้างหนังแผ่นได้ จึงมีกิจกรรมนักเรียนนำเสนออย่างหลากหลาย   โรงเรียนบุญคุ้มราษฏร์บำรุงเป็นโรงเรียนใหญ่อยู่ในชุมชนใหญ่  อบจ.ปทุมธานี สร้างอาคารเรียน ๕ ชั้นให้ ๑ หลัง นอกนั้นเป็นรุ่นเก่าและเก่ามาก แต่สามารถใช้งานได้ทุกหลัง  หลังในสุดที่ตั้งขวาง กำลังจะปรับเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่  แนะนำว่าเวลาจะปรับปรุงอย่าลืมสร้างห้องน้ำภายในให้เพียงพอ  พื้นที่ว่างระหว่างอาคารหากได้มุงหลังคาโค้งจะใช้สอยได้อเนกประสงค์ โรงเรียนรอความหวังจาก อบจ. ปทุมธานี สำหรับงบปกติเขาคงไม่หวังกันแล้ว  กลับเข้าสำนักงานลงชื่อแฟ้มเอกสารจนเย็น

 วันพุธที่ ๓  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓ เช้าไปอำเภอลาดหลุมแก้ว บอกคนขับรถว่าขอเยี่ยมโรงเรียนประถมศึกษาชายแดนของเขต ๑ ใช้เส้นทางปทุมธานี-นพวงศ์ จนไปเชื่อมสายสุพรรณบุรี ต้องวกไปกลับรถเข้าสายบางเลน จนไปถึงคลองลากฆ้อน จึงเลี้ยวซ้ายตรงเชิงสะพาน เลียบคลองไปสักพักก็ถึงโรงเรียนวัดเขกขัมมาราม ของ ผอ.สมร ปาโท เห็นสีสรรและไม้ดอกไม้ประดับบอกได้เลยว่าโรงเรียนนี้ดูดี  พื้นอาคารสะอาด ห้องสมุด ห้องพิเศษก็ดูดี ด้านหลังโรงเรียนเป็นทุ่งนาเขียวขจี ได้เดินดูจนไปถึงโรงอาหาร ทักทายแม่ครัวที่โรงเรียนจ้างมาประกอบอาหาร นักเรียนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม อาหารจึงต้องเป็นไก่และปลา  ไปเยี่ยมห้องสอบ O-NET กรรมการคุมสอบสับเปลี่ยนมาจากโรงเรียนใกล้เคียง ถามว่าได้ค่าตอบแทนการทำงานหรือยัง เขาบอกว่าได้แล้ว ปีนี้ดีจัง ปีที่แล้วต้องรอ ๖   เดือน  เรื่องนี้ต้องยกความดีให้เจ้าของโครงการ ศน. อินทิรา  หิรัญสาย  เดินเยี่ยมห้องเรียนจนครบทุกห้อง วกกลับมาทางเดิมเลียบคลองลากฆ้อนขึ้นไปทางเหนือมาแวะโรงเรียนคลองลากฆ้อน ของ ผอ. สักรินทร์  ยะลา โรงเรียนอยู่ติดมัสยิด ห้องเรียนห้องประกอบจัดแล้วดูดี โดยเฉพาะห้องสมุด มีหนังสือมาก มีปัญหาเรื่องแสงที่น้อยไปหน่อย เพราะหน้าต่างเป็นบานไม้จึงดูทึบ แต่มั่นคงดี มะม่วงหน้าโรงเรียนกำลังมีลูก เลยจองไว้ต้นละลูก เดินดูห้องเรียนให้นักเรียนอ่านหนังสือให้ฟัง มีบางคนที่อ่านช้าแต่ส่วนใหญ่อ่านกันคล่องและอยากอ่านให้ฟัง  เลียบคลองขึ้นไปเรื่อย ๆ เลี้ยวขวาเข้าโรงเรียนสว่างราษฎร์บำรุง ของ ผอ.ปราโมทย์  ภูมิจันทร์ โรงเรียนนี้เน้นต้นไม้พูดได้ มีสุภาษิต คำพังเพย ติดไว้ทุกแห่งหน อาคารเรียนจัดตกแต่งดี เพราะผู้บริหารมีหัวทางศิลปะตกแต่ง บ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่น้ำลึกไม่เคยแห้ง เป็นแหล่งอาหารโปรตีนของนักเรียนและชาวบ้าน มีศาลาท่าน้ำลงไป ต้องระมัดระวังเด็กเล็กที่ว่ายน้ำไม่เป็นลงไปเล่นเหมือนกัน บ้านพักครูปรับปรุงใหม่ มีครูพักอาศัย ๑ หลังอีก ๑ หลังรอครูบรรจุใหม่  คอมพิวเตอร์มีมากแม้ดูภายนอกจะเป็นรุ่นเก่าแต่ฮาร์ดแวร์ภายในได้ปรับปรุงจนใช้การได้ดี  เห็นโรงเรียนชายขอบ ขนาดเล็กทั้ง ๓ โรงแล้วสบายใจ ครูส่วนใหญ่มีถิ่นฐานในละแวกเดียวกับโรงเรียน มีกำลังใจดี ผู้บริหารเอาใจใส่ทั้งสถานที่ ทั้งครูและนักเรียน ที่สำคัญชุมชนร่วมมือดีมาก  ตัดผ่านเข้าทางลัดหน้าโรงเรียนมาออกคลองสายเดียวกับวัดเจดีย์หอยถึงบ้านหน้าไม้เลี้ยวขวาผ่านโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยไปโรงเรียนสังฆรักษ์บำรุง ของ ผอ.วีระพงษ์  ประดิษฐ์ ที่ตั้งติดถนนใหญ่ มีอาคารหลักหลังเดียว ผอ.โรงเรียนมาจากโรงเรียนปทุมวิไลเพิ่งแต่งตั้งใหม่จึงวางแผนพัฒนาโรงเรียนหลาย ๆ เรื่อง  เที่ยงแวะกินข้าวแกงปากทางเข้าโรงเรียน วันนี้มีลูกค้ามาก ส่วนใหญ่เป็นคนงานของบริษัทในละแวกนั้น  กลับสำนักงานทำงานแฟ้มเอกสาร  บ่ายคณะรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต ๒ มาเยี่ยม ประกอบด้วยท่านรองฯ บุญรอด พุทธารักษ์  ท่านรองฯ วาสิฏฐา  อินทรสมบัติ  ท่านรองฯ ชุมพล  วีระไพศาล มีนายอำนวย  มั่นคง เป็นพนักงานขับรถ  คณะไปเยี่ยมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชินวรณ์  บุณยเกียรติ เห็นพอมีเวลาจึงแวะมาเยี่ยมในฐานะที่เป็นอดีตผู้บังคับบัญชา ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาต่าง ๆ ในเพชรบุรี เขต ๒ สมัยที่รับราชการที่นั่นสถานการณ์ไม่มีอะไรรุนแรง ทุกคนทำงานแข็งขัน ร่วมกันพัฒนาอาคารสถานที่และระบบงานไว้มาก พอว่าง ผอ.เขต จึงมีปัญหาตามมาหลายเรื่อง ผมเองก็พยายามช่วยแนะนำประคับประคองเหตุการณ์ไว้รอ ผอ.เขต ท่านใหม่ไปบริหารจัดการ  พาเยี่ยมชมสโมสรเพื่อนำไปปรับปรุงที่เพชรบุรี เขต ๒ เพราะได้สร้างไว้ให้เหมือนกัน แต่ไม่ทันเสร็จสมบูรณ์ก็ย้ายเสียก่อน  อยู่กันเกือบ ๑๘ นาฬิกาส่งแขกแล้วกลับบ้านพักผ่อน

วันพฤหัสบดีที่ ๔  กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓  เช้านัดหมายจากเจ้าหน้าที่ สพฐ. ว่าจะพบกันที่เขต ก่อนเดินทางไปโรงเรียนมัธยมวัดหัตถสารเกษตร เพื่อเก็บข้อมูลภาคสนาม กรณีโรงเรียนจะเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็นชื่อพระราชทาน  ถึงสำนักงานทราบข่าวว่าเขาเปลี่ยนใจเดินทางตรงไปโรงเรียน ไม่แวะที่เขตแล้ว  ที่โรงเรียนมีท่านรองฯมานะ  พุ่มบัว คอยอำนวยความสะดวกร่วมกับท่าน ผอ.วิไลวรรณ วรังครัศมี  จึงมอบหมายงานด่วนทั้งหลายให้ท่านรองฯครรชิต  หิรัณยหาด ทำแทน  เที่ยงจึงขับรถลงใต้ เพราะทราบว่าพ่อจะเข้าผ่าตัดที่โรงพยาบาลพัทลุง  ได้ประสานการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ จากเพื่อนร่วมรุ่นมัธยมศึกษา “เขียวเหลือง ๑๖” คุณประหยัด อินทองปาน และคุณหมอสมพร  ชุมช่วย จนได้ห้องพิเศษ   มาแวะให้น้อง ๆ ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต ๒ เยี่ยมที่สถานีบริการน้ำมันท่ายาง ไม่มีเวลาจะแวะสำนักงาน  เขาหอบผลไม้เมืองเพชรมาฝากอีกหลายถุง เส้นทางค่อนข้างโล่ง มาถึงชุมพรประมาณ ๑๘ นาฬิกา ผ่านหลังสวนประมาณ ๑ ทุ่ม ถึงอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ๓ ทุ่ม ทุ่งสง ๕ ทุ่ม ถึงพัทลุงเที่ยงคืนพอดี 

 วันศุกร์ที่ ๕  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓  อาหารเช้าเป็นข้าวแกงปักษ์ใต้ขนานแท้รสชาติเมืองลุงที่ห่างเหินกันไปนาน ตามด้วยกาแฟโบราณรสเข้มข้น บนถนนสายดอนยอ หลังตลาด  เข้าไปจัดการเกี่ยวกับโรงพยาบาลจนเรียบร้อยในภาคเช้า หมอนัดผ่าตัดไว้แต่ต้องเลื่อนไปเรื่อย ๆ เพราะคนไข้ความดันสูง  จึงกลับไปพักโรงแรมวังมโนราห์ ของ อบจ.พัทลุง ที่นี่เขาลดค่าห้องให้ข้าราชการ ๑๐ % ที่พักสะดวกสบาย กลับไปโรงพยาบาลอีกรอบ การผ่าตัดเรียบร้อยเกือบ ๑๗ นาฬิกา ไม่มีปัญหาแทรกซ้อนใด ๆ  เพราะเป็นการผ่าตัดเล็ก  ประมาณ ๑ ทุ่ม ผอ.สมใจ  บุญเรืองขาว คุณประหยัด  อินทองปาน คุณดรุณ  ช่วยบำรุง และเพื่อนร่วมรุ่นอีก ๒ – ๓ คน ชวนมาทานข้าวที่ร้านอาหารตรงแยกท่ามิหรำ อยู่กันเกือบ ๓ ทุ่มจึงแยกย้ายกันไป

วันเสาร์ที่ ๖  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓  โรงแรมเขาแถมอาหารเช้าให้ แต่ไม่ได้ใช้บริการ เพราะคุณสมหวัง เรืองเพ็ง นายอำเภอศรีบรรพต เพื่อนร่วมรุ่น นปส. ๕๓ นัดไปทานที่ร้านกาแฟโลกยามเช้าใกล้ กศน.พัทลุงเป็นพวกข้าวต้ม  ติ่มซำ  ข้าวมันไก่ แวะมาเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลอีก ๑ รอบเห็นอาการดีแล้ว จึงเดินทางกลับ มาแวะทานข้าวกลางวันที่อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทานมื้อเย็นประมาณ ๒ ทุ่มที่ร้านต้นม่วง เพชรบุรี ถึงบ้านเกือบ ๕ ทุ่ม

      นิทานก่อนจากของฝากสัปดาห์นี้เป็นเรื่อง “เปลี่ยนแพะให้เป็นหมา” เป็นนิทานของอินเดียมหาสมุทรแห่งปัญญา นานมาแล้วมีชายคนหนึ่ง ผมสมมุติให้ชื่อ นาย ก (ผมไม่ได้พิมพ์ ก ไก่ ติดกันนะครับ) อยากได้ลูกแพะมากๆ จึงไปซื้อแพะที่ตลาด แต่ปรากฏว่า ลูกแพะซึ่งเหลืออยู่เพียงตัวเดียว ถูกซื้อตัดหน้าไป โดยนาย ข  นาย ก อยากได้มากถึงมากที่สุด จึงออกอุบายเพื่อจะช่วงชิงแพะ (ผมพิมพ์แบบออก แอคติ้ง ไปหน่อย) จึงได้จ้างวาน ชาย สามคน และวางแผนปรึกษากัน เสร็จสรรพ เรียบร้อย  ระหว่างทางที่ นาย ข อุ้มลูกแพะ เพื่อจะนำกลับบ้าน ชายคนแรกที่นาย ก จ้างมา ก็เข้ามาพูดกับ นาย ข ว่า "หวัดดีครับ ลูกหมา น่ารักดีนะครับ"  นาย ข ก็บอกว่า เปล่าหรอกครับ นี่มันลูกแพะต่างหาก แต่นายคนนั้นบอกว่าดูไงๆ ก็หมาชัดๆ  ทั้งสองก็เถียงกัน แล้วนายคนนั้น ก็เดินผ่านไป นาย ข ถึงเดินทางต่อ และแล้ว ชายคนที่สอง ก็เดินผ่านมา และทักนาย ข ว่า   "ซื้อลูกหมาจากไหนครับ  ในเมืองหรือ "  นาย ข ก็เริ่ม งง และบอกว่า แหกตาดูให้ดีๆ นี่มันแพะนะ ไม่ใช่หมา  ทั้งสองก็ยืนเถียงกันนานสองนาน และชายคนที่สอง ก็เดินจากไป  นาย ข เริ่มงงว่า เกิดอะไรขึ้นและชักไม่แน่ใจว่า ที่ตนอุ้มอยู่ มันแพะหรือหมากันแน่  และแล้ว นายคนที่สาม ก็เดินผ่านมา และทักนาย ข ว่า "ทำไมไม่หาเชือกผูกปลอกคอหมาล่ะครับ คุณจะได้ไม่ต้องอุ้มให้เมื่อย จูงเอาสิครับ" ได้ยินดังนั้น นาย ข รีบวาง ลูกแพะลงและเดินกลับบ้านอย่างด่วนๆ โดยไม่หันกลับมามองลูกแพะอีกเลยนาย ก เห็นดังนั้นเลยเข้ามา รีบเข้ามาอุ้มลูกแพะ กลับไปเลี้ยงที่บ้านโดยทันที  ปัจจุบันหลายเรื่องหลายราวก็ทำนองเดียวกับนิทานเรื่องนี้ จึงต้องหนักแน่นดุจแผ่นผา จึงจะปกป้องแพะไม่ให้กลายเป็นหมาได้

กำจัด  คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต ๑