เป็นข่าวชิ้นเล็กๆที่ได้ฟังจากวิทยุท้องถิ่นในกาฬสินธุ์ กลุ่มผู้ผลิตผ้าไหมของกาฬสินธุ์วอนรัฐช่วยเหลือ เมื่อผ้าไหมที่ทอขึ้นมา ขายไม่ออก แม้แต่ผ้าทอสีเหลือง ก็ยังขายไม่ออก ที่กาฬสินธุ์มีกลุ่มทอผ้าอยู่หลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านสิงห์สะอาด อ.สหัสขันธ์, กลุ่มสตรีทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน, กลุ่มอาชีพสตรีทอผ้าไหมแพรวาบ้านคำม่วง ฯลฯ ผ้าไหมแพรวา ผ้าไหมเอกลักษณ์ของชาวกาฬสินธุ์ มีลวดลายวิจิตรงดงาม ต้องใช้ความสามารถและเวลาในการทอมาก ราคาของผ้าแต่ละผืนจะขึ้นอยู่กับเนื้อผ้าและความยากง่ายของลายผ้า เช่น ผ้าลายเกาะ 2,500-3,500 บาท ผ้าลายนาค 3,000-4,000 บาท ผ้าไหมแพรวา เป็นงานหัตถกรรมที่ขึ้นชื่อของจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ทว่าในยุคน้ำมันแพง ผ้าไหมที่ กาฬสินธุ์ ขายไม่ออกเสียแล้ว มีผู้รู้ได้ให้ความเห็นว่า กลุ่มอาชีพตามชนบท จะต้องมีการปรับตัว แปรรูปผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย เพื่อจะได้แข่งขันในตลาดได้ แต่ราคาน้ำมันและสินค้าต่างๆ ต่างขยับตัวขึ้นราคา ทำให้ต้นทุนสินค้าและค่าขนส่งเพิ่ม ไม่รู้ว่าจะต้องปรับตัวอย่างไรที่จะทำให้ขายผ้าไหมได้ ในเมื่อหลายคนก็ต้องปรับตัวในการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อให้รายได้สมดุลกับรายจ่ายให้ได้ เมื่อผ้าไหมขายไม่ออก ผู้รู้ก็ให้ทัศนะอีกว่า ควรจะต้องเจาะตลาด ลงทุนเพื่อให้ลูกค้าซื้อเพิ่มขึ้น ทางราชการน่าจะมีแผนงานที่จะช่วยเหลือกลุ่มผู้ผลิตผ้าไหมแพรวาออกมาบ้าง นายบอนจึงถามท่านผู้รู้ว่า ทำไมไม่เริ่มต้นที่ตัวเราก่อน ช่วยสนับสนุนซื้อผ้าไหมแพรวาสักผืนสิ คำตอบของผู้รู้ท่านนั้น คือ ไม่ เพราะขายแพงเกินไป คำตอบคงอยู่ตรงนี้นี่เอง ไม่ต้องไปวิเคราะห์ให้วุ่นวาย!!!