พี่ว่าโรจน์น่าจะนำเรื่อง การเปิดโอกาสให้คนไข้ที่เหมาะสมสามารถเข้าถึงบริการ palliative care เข้าองค์กรแพทย์"...พี่เล่นโยนเผือก (ร้อน ๆ เลยนะพี่ ฮา...) ผมตอบแกว่า "สงสัยพี่ต้องช่วยผมชี้แจงกับที่ประชุมองค์กรแพทย์ว่าทำ palliative care แล้วมันดียังไง"

ความเดิมตอนที่แล้วอ่านได้ที่ สุนทรียสนทนา...ว่าด้วยระบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่พึงประสงค์ ตอนที่ 1 โดยสรุปจากตอนก่อนเราได้วางวิธีการแก้ไขโดยตั้งสมมุติฐานว่า "ขาดการสื่อสารที่ดีในระบบ โดยเฉพาะ ทีมกัลยาณมิตร (palliative care) กับทีมเจ้าของไข้....เหตุปัจจัยที่พูดถึงมากที่สุดคงจะเป็นเรื่อง อ่อนประชาสัมพันธ์ "

มีข้อเสนอดังนี้

-หมอสมชาย "เราควรเผยแพร่สิ่งที่เราคุยกันในวงนี้สู่ web รพ. และส่งสรุปการประชุมไปที่ ward ให้ ward ได้รับรู้ด้วย"

-ผมเสนอ "นอกเหนือจากที่พี่สมชายบอก ผมว่า การออกเสียงตามสาย รพ. ก็เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายระดับปฏิบัติได้ดีนะครับ...พี่แมะ (เจ้าแม่ประชาสัมพันธ์) มีความสามารถพิเศษในการสร้างความสนใจให้กับกลุ่มเป้าหมายได้"

-หมอธวัชชัย "พี่ว่าโรจน์น่าจะนำเรื่อง การเปิดโอกาสให้คนไข้ที่เหมาะสมสามารถเข้าถึงบริการ palliative care เข้าองค์กรแพทย์"...พี่เล่นโยนเผือก (ร้อน ๆ เลยนะพี่ ฮา...) ผมตอบแกว่า "สงสัยพี่ต้องช่วยผมชี้แจงกับที่ประชุมองค์กรแพทย์ว่าทำ palliative care แล้วมันดียังไง"

ประเด็นที่ 2 การทำกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง

พี่สุ..หัวหน้าพยาบาล ward ศัลย์ชาย(กำลังพูดในรูป)

พี่สุเสนอว่า "จริง ๆแล้วเรามีคนไข้ที่ให้เคมีบำบัดในมะเร็งหลายชนิดใน รพ. ของเรา..ทำไมเราไม่มีกลุ่มผู้ป่วยเหมือนใน รพ. สวนดอก...การทำกลุ่มเป็นการลดความเครียดทั้งผู้ป่วยและ พยาบาล"

ผมถามกลับ "นั้นสิพี่ ทำไมเราไม่มี" พี่สุไม่ตอบแต่ยิ้ม ๆนัยว่า "นั้นสินะทำไมไม่มี"

ผมเลยโยนไปให้พี่พนิดา พยาบาลหัวหน้าจิตเวชที่มีประสบการทำกลุ่มมายาวนาน

พี่พนิดา "จริงๆ แล้วการทำกลุ่มที่สำคัญต้องมีแกนนำกลุ่ม...ที่มีองค์ความรู้เรื่องที่จะทำกลุ่มเป็นอย่างดี...อาจไม่ต้องไปอบรมเป็นทางการแต่อาจต้องมีทีมแล้วเริ่มลองทำ"

พี่อุ้ม (หัวหน้าพยาบาล) "จริงการรวมกลุ่มเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นอยู่แล้วในผู้ป่วย...แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความสมัครใจ"

พี่สุ "พี่มองว่าจริง ๆ ใน ward เป็นที่ ๆ มีคนไข้ที่มาตามนัดและให้เคมีบำบัดอยู่แล้ว เราอาจใช้โอกาสที่เขาพูดคุยกันแบบไม่เป็นทางการเริ่มทำกลุ่มร่วมกันแบบไม่บังคับ"

พี่ปรัชา (นักจิต) "ที่พี่สุบอกตรงตามหนักการเลือกเข้ากลุ่มที่ดี คือ สมาชิกเลือกกันเอง"

พี่ปรีชาผู้ชายริมซ้ายมือสุดนั่งติดหัวหน้าฝ่ายการพยาบาลพี่อุ้ม

การสนทนาเริ่มที่จะสนุกและล่วงเลยจนถึง 4 โมงเย็น ผมเห็นว่าเวลาพอสมควร (คุยนานไปอาจทำให้ล้า...เหมือนกีนอาหารก็ต้องแต่พอดี..ถ้าอิ่มเกินไปก็เลี่ยน...คราวหน้าจะได้อยากเข้ากันต่อ) ผมขอมติที่ประชุม...สรุปว่าอยากคุยกันทุกเดือน

ขอจบตอน 2 ไว้แค่นี้...ตอน 3 เป็นเรื่อง "AAR after action review"